ธนาคารสเปนถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ: ผลกระทบต่อไทย

เมื่อธนาคารสเปน 16 แห่ง ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินโดยสถาบันเครดิตเรทติ้ง Moody’s หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างพากันตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การที่รัฐบาลสเปนต้องขอรับความช่วยเหลือจาก ECB/EU/IMF (Troika)  เช่นเดียวกับกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส หรือไม่ ติดตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทยและแนวทางการเตรียมตัวของผู้ส่งออกไทย โดยสำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการคลัง ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรปได้ที่นี่   

เมื่อคืนวันที่ 17 พค.55 (ตี 4 ประเทศไทย) Moody’s ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสเปน 16 แห่ง  ซึ่งอาจจุดชนวนให้รัฐบาลสเปนอาจต้องขอรับความช่วยเหลือจาก ECB/EU/IMF (Troika)  เช่นเดียวกับประเทศกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส ที่ขอรับความช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้ 

                   สาเหตุหลักที่ Moody’s ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าว คือการที่สถานการณ์เศรษฐกิจของสเปนที่เข้าสู่ภาวะถดถอย Recession ในสเปน (-0.3% ติดต่อกันสองไตรมาส) อัตราการว่างงานที่สูงขึ้นมาก (24.1% ของกำลังแรงงาน) จะทำให้หนี้เสียในธนาคารสูงขึ้น(ขณะนี้ 8.2% ของสินเชื่อรวม)  และฐานะการคลังของรัฐบาลที่อ่อนแอ (ขาดดุล 8.5%ต่อ GDP ในปีก่อน) จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มทุนธนาคารในสเปนได้พอเพียง ประกอบกับตลาดการเงินที่เริ่มตึงตัวมีโอกาสทำให้ธนาคารสเปนขาดสภาพคล่องได้โดยง่าย 

                    สำนักงานที่ปรึกษาฯ ประเมินว่า การปรับลดความน่าเชื่อถือของ Moody’s ดังกล่าว จะยิ่งทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในการปล่อยกู้ให้รัฐบาลสเปน และจะยิ่งส่งผลให้ต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลสเปนสูงขึ้น  โดยขณะนี้ต้นทุนการกู้เงินของพันธบัตรระยะ 10 ปีของรัฐบาลได้สูงเกินกว่า 6% (ซึ่งเป็นระดับ Trigger ที่ กรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ ต้องขอกู้จาก IMF/EU/ECB  กลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ)   

                    นอกจากนี้ ช่วงห่างระหว่างดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสเปนระยะ 10 ปีกับดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย Safe Haven ของยุโรป) ขณะนี้อยู่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้งยูโรโซนที่ 494  basis point

                    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ คือ

                    1. ระยะสั้น:  ผลกระทบด้านการเงินผ่านความผันผวนของตลาดเงินในตลาดทุนในตลาดโลก ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติถอนการลงทุนออกจากประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรสหรัฐ และพันธบัตรเยอรมนีในระยะสั้น 

                    2. ระยะปานกลาง: ผลกระทบด้านความเสี่ยงในการล้มละลายของคู่ค้าสถาบันการเงินในต่างประเทศ (Counterparty Risk) ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องตึงตัวทั่วโลก และอาจส่งผลให้สภาพคล่องในไทยตึงตัวในระยะสั้น (แต่เชื่อว่าสภาพคล่องส่วนเกินที่มีอยู่เกือบ 3 ล้านล้านบาท จะสามารถรองรับสภาพคล่องตึงตัวได้ในระดับหนึ่ง)

                    3. ระยะยาว: ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริง  โดยวิกฤติธนาคาร (Banking Crisis) ในยุโรปที่รุนแรงขึ้น จะนำไปสู่วิกฤติสภาพคล่อง (Liquidity Crisis) และธนาคารที่ประสบปัญหาจะยิ่งระงับการปล่อยสินเชื่อให้ภาคเศรษฐกิจจริง ทำให้เศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น (Economic Crisis)                  

                    แนวทางการเตรียมตัวสำหรับผู้ส่งออกไทย

                    เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานฯ ขอแนะนำผู้ส่งออก ดังนี้

                    1. พยายามลดการเปิด Credit line ให้ลูกค้า เพราะความเสี่ยงทั้งจากลูกค้าล้มละลาย หรือ ธนาคารฝั่งลูกค้าล้มละลายมีสูง

                    2. หากไม่สามารถลดการเปิด Credit line ได้ อาจต้องพิจารณาใช้วิธีการขอ Collateral มาสนับสนุน หรือขอ Bank Guarantee เสมอ (โดยจะต้องใช้ Bank ที่มี Credit ดี ที่เป็น Global Bank ที่มีชื่อเสียงยิ่งดี เพราะมีโอกาสที่รัฐบาลน่าจะมาอุ้มสูง หากเกิดปัญหาขึ้น)

                    3. ควรจะเปลี่ยนสกุลเงินในการซื้อขายเป็น Safe Haven Currencies อื่น เช่น ดอลลาร์ หรือ เยน (ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวในสเปนและยูโรโซนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดอลลาร์ และเยนแข็งค่าขึ้นในช่วงนี้)

                    4. หากนักลงทุนมีกำลังซื้อ สำนักงานฯ เเนะนำให้ประกันความเสี่ยง 2 ประการ คือ Credit Risk (ความเสี่ยงคู่ค้ามีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้)  และ Market Risk (ความเสี่ยงจากยูโรที่จะอ่อนลง)   

                    คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายงานฉบับเต็ม

21 พฤษภาคม 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ