คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้คืนสิทธิประโยชน์ทางการค้าให้แก่พม่า

ด้วยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าได้เผยแพร่ข่าวว่าคณะกรรมาธิการยุโรปตกลงจะเสนอคืนสิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้โครงการ Everything But Arms (EBA คือ สามารถส่งสินค้ามายุโรปได้โดยที่ไม่มีโควต้า ไม่มีภาษี) ให้แก่พม่าในเร็วๆ นี้ ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 

1.    นาย Karel De Gucht กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าแจ้งว่า เนื่องจากพม่าได้เริ่มเปิดประเทศมาตั้งแต่ต้นปีนี้ สหภาพฯ จึงควรสนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โดยให้การสนับสนุนด้านเศรษฐกิจโดยมีเงื่อนไขว่าพม่ามีการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านแรงงานอย่างเหมาะสม  ทั้งนี้ สหภาพฯ พิจารณาว่าการค้าเป็นรากฐานสำคัญของความมีเสถียรภาพทางการเมือง นอกจากนี้ ระบบสิทธิประโยชน์ทางการค้าของสหภาพฯ จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการปกครองสามารถได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาดของสหภาพฯ ที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ และสหภาพฯ จะให้การช่วยเหลือพม่าในการพัฒนาทุกๆ ด้าน

2.    สหภาพฯ เชื่อว่าการพัฒนาครั้งสำคัญนี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สหภาพฯ จะเปิดความสัมพันธ์กับพม่า และเชื่อว่าพม่าจะสามารถส่งออกมายังสหภาพฯ ได้มากขึ้นภายใต้โครงการ Everything but Arms นี้ แม้ว่าจะมีขีดจำกัดด้านโครงสร้างอีกมากมายที่ยังรอการแก้ไขก็ตาม

3.    ในปี 2540 พม่าถูกระงับสิทธิประโยชน์ทางการค้าดังกล่าว เนื่องจากพม่าได้ละเมิดหลักการสำคัญของอนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกดขี่แรงงาน แต่เมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้สรุปว่า พม่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก แม้ว่ายังคงมีบางปัญหาหลงเหลืออยู่บ้างก็ตาม ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากผลสรุปนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นว่า ควรคืนสิทธิประโยชน์ในแก่พม่า

4.    ข้อเสนอการคืนสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมาธิการยุโรปนี้จะถูกเสนอต่อไปยังคณะมนตรียุโรปและรัฐสภายุโรปพร้อมๆ กันเพื่อขอรับความเห็นชอบ โดยคณะกรรมาธิการฯ หวังว่าทั้งสององค์กรจะให้ความเห็นชอบโดยเร็ว   

5.    ปัจจุบันพม่าได้ส่งออกมายังสหภาพฯ คิดเป็นมูลค่า 169 ล้านยูโรในปี 2554 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 3 ของการส่งออกของพม่า (โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกเสื้อผ้า) และคิดเป็นร้อยละ 0.01 ของการนำเข้าทั้งหมดของสหภาพฯ

 

19 กันยายน 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ