รายงานสาระสำคัญถ้อยแถลงนาย Mario Draghi ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) หลังเสร็จสิ้น การประชุม ECB Governing Council (GC) เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2555 สรุปได้ ดังนี้
1. โครงการซื้อพันธบัตร/ตราสารหนี้ระยะสั้น (1-3 ปี) Outright Monetary Transactions (OMTs) – ที่ประชุม GC เห็นชอบให้ ECB ดำเนินโครงการ OMTs ทดแทนโครงการ Securities Markets Programme (SMP) เพื่อกว้านซื้อพันธบัตร/ตราสารหนี้ภาครัฐของสมาชิกเขตยูโรโซนระยะเวลาจ่ายคืน 1 – 3 ปีในตลาด “secondary markets” อย่างไม่มีข้อจำกัดด้านเพดานวงเงิน ซึ่ง ECB คาดหวังว่า OMTs จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของกลไกและมาตรการด้านการเงินในการส่งผลที่พึงประสงค์ต่อภาคเศรษฐกิจแท้จริง และช่วยแก้ไขปัญหาภาวะบิดเบือนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดพันธบัตร/ตราสารหนี้อันเป็นผลมาจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่ออนาคตของสกุลเงินยูโร อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมโครงการ OMTs มีเงื่อนไขสำคัญคือสมาชิกยูโรโซนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการจักต้องยอมรับพันธกรณีด้านการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจมหภาคตามที่กำหนดไว้ภายใต้กลไก European Financial Stability Facility (EFSF) และ European Stability Mechanism (ESM) (เช่นกรณีโปรตุเกส ไอร์แลนด์ที่มีข้อตกลงโครงการความช่วยเหลือเต็มรูปแบบ) หรือภายใต้กลไก “Enhanced Conditions Credit Line” (เช่น กรณีสเปน ซึ่งมีเพียง MOU แต่ไม่มีข้อตกลงโครงการความช่วยเหลือเต็มรูปแบบ) ทั้งนี้ IMF จะเข้ามามีบทบาททั้งในเรื่องการกำหนดเงื่อนไขรายประเทศ รวมทั้งการกำกับดูแลความคืบหน้าในการดำเนินการตามเงื่อนไข ส่วน GC จะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการอนุมัติโครงการ รวมทั้งการระงับโครงการหากสมาชิกยูโรโซนใดไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข
2. สภาวะเศรษฐกิจเขตยูโรโซน – ที่ประชุม GC รับทราบว่า อัตราเงินเฟ้อของเขตยูโรโซนเมื่อเดือน ส.ค. 2555 อยู่ที่ 2.6% เพิ่มสูงขึ้นจากเดือน ก.ค. 2555 ประมาณ 0.2% อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจเขตยูโรโซนหดตัว -0.2% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หลังจากไม่มีการเติบโตเลย (0%) ในไตรมาสแรก และคาดหมายว่าเศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2555 จะมีความอ่อนแอต่อเนื่องต่อไป ส่งผลให้การคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเขตยูโรโซนในปี 2555 และปี 2556 อยู่ที่ -0.6% ถึง -0.2% และ -0.4% ถึง 1.4% ตามลำดับ ส่วนการฟื้นตัวในอนาคตนั้นน่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากกระบวนการปรับตัวและการปฏิรูปทั้งในภาคเศรษฐกิจแท้จริงและภาคการเงินยังต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเห็นผล ตลาดยังมีความผันผวน รวมทั้งหลายประเทศกำลังประสบปัญหาอัตราว่างงานสูง ฯลฯ ในการนี้ ECB จะยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยหลักของ ECB โดยให้คงอัตราดอกเบี้ย “refinancing rate” ที่ 0.75% และ “deposit rate” ที่ 0% ต่อไป
3. ข้อสังเกต: การออกมาตรการ OMTs ครั้งนี้มิได้เกินความคาดหมายและได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดหลักทรัพย์ทั้งในยุโรปและภูมิภาคอื่น โดยดัชนีต่างๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นหลังทราบข่าวการตัดสินใจของ GC ในเรื่อง OMTs เช่น S&P ปรับขึ้น 1.9% ส่วน DAX และ FTSE ปรับขึ้น 2.9% และ 2.1% ตามลำดับ นอกจากนี้ การออกมาตรการ OMTs นับว่ามีนัยสำคัญในแง่ของการ “reposition ECB” ให้เป็นศูนย์กลางของมาตรการเพื่อกอบกู้วิกฤติยูโรโซนครั้งนี้ โดยเฉพาะการขยายบทบาทในการเข้าไปแทรกแซงตลาดพันธบัตร / ตราสารหนี้ภาครัฐได้โดยตรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดำเนินงานในส่วนของ ECB หากมีการจัดตั้งสหภาพธนาคารหรือการออกพันธบัตรยูโรร่วมในอนาคตต่อไปด้วย อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามต่อไปว่า มาตรการ OMTs ครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไรในการช่วยแก้ไขปัญหาบิดเบือนของดอกเบี้ยและตลาดพันธบัตร/ตราสารหนี้ เนื่องจากต้องรอผลการเจรจาเรื่องเงื่อนไขระหว่างประเทศต่างๆ เช่น สเปน และอิตาลี ฯลฯ กับ ECB และ IMF หากจะเข้าร่วมโครงการ OMTs รวมทั้งท่าทีของเยอรมนีด้วย เนื่องจากมีรายงานข่าวว่าเยอรมนีเป็นประเทศเดียวที่คัดค้านโครงการ OMTs ใน ที่ประชุม GC เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 55 นอกจากนี้ ทางออกจากวิกฤติอย่างถาวรครั้งนี้ของยูโรโซนคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการการจัดตั้งสหภาพต่างๆ อย่างน้อย 4 ด้านด้วย กล่าวคือสหภาพธนาคาร สหภาพการคลัง สหภาพเศรษฐกิจและสหภาพการเมือง
สามารถเรียกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.ecb.int/press/pressconf/2012/ html/is120906.en.html#
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
