ภาวะเศรษฐกิจยูโรโซน ณ กันยายน 2555

ภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนโดยรวม ณ เดือนกันยายน ยังคงเห็นการชะลอตัวและการหดตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขอัตรว่างงานยังสูงคงที่ และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น

ภาพรวมเศรษฐกิจ 

                    วันที่ 6 ก.ย.55  Eurostat ประกาศอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาส
2/2555 หดตัวจากไตรมาสก่อน -0.2% QoQ  โดยเศรษฐกิจหลัก (Core economies)
เช่น เยอรมนี ออสเตรีย เบลเยียม เริ่มชะลอตัว
ขณะที่ประเทศรอยขอบ(Peiphery)หดตัวรุนแรงมากขึ้น 

                   เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย(Recession)ในไตรมาส 3/2555 โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจจากดัชนี Composite PMI ล่าสุดชี้เศรษฐกิจเกือบทุกประเทศในเขตยูโรโซนในไตรมาส 3 มีแนวโน้มหดตัวจากไตรมาสก่อน เสถียรภาพเศรษฐกิจ         

                   อัตราว่างงานของประเทศในเขตยูโรโซนล่าสุดในเดือนก.ค. 2555 ทรงตัวระดับสูงเท่ากับตัวเลขปรับปรุงใหม่ของเดือนมิถุนายน ที่ร้อยละ 11.3 ของกำลังแรงงาน โดยเศรษฐกิจรอยขอบ Periphery มีปัญหาว่างงานที่รุนแรงและเริ่มลุกลามสู่ประเทศหลักในบางประเทศ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ที่อัตราการว่างงงานสูงขึ้น

                    อัตราเงินเฟ้อยูโรโซน(ข้อมูลเบื้องต้น)ในเขตยูโรโซน เร่งตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 2.4% โดยเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้นและการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในบางประเทศ เช่น สเปน เป็นต้น 

นโยบายการเงิน

                    ธนาการกลางยุโรป หรือ ECB (European Central Bank) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% แต่ได้ออกมาตรการรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศยูโรโซนที่มีอายุพันธบัตรไม่เกิน 3 ปี โดยไม่จำกัดจำนวน  (Outright Monetary Transaction: OMT) เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลที่ตลาดการเงินขาดความมั่นใจจนส่งผลให้ต้นทุนพันธบัตรสูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของยูโรโซน ทั้งนี้ ประเทศที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องร้องขอรับความช่วยเหลือดังกล่าวจากกองทุน EFSF/ESM ก่อน และจะได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปฏิรูปเศรษฐกิจของ IMFสำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจการคลังฯ วิเคราะห์ว่า มาตรการ OMT ดังกล่าว น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในระยะสั้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่คงเป็นแค่ผลเพียงระยะสั้น เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของการขาดความยั่งยืนการคลังและการขาดแหล่งการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศในยูโรโซนยังไม่ได้แก้ไข  นอกจากนี้ ในเดือนก.ย.นี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ วันที่ 12 ก.ย. จะมีการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีว่ากลไกรักษาเสถียรภาพการเงิน ESM ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ปัญหาวิกฤติยูโรโซน ว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญเยอรมนีหรือไม่  และจะมีการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งหาก ESM ขัดรัฐธรรมนูญเยอรมนี และพรรคการเมืองเนเธอร์แลนด์ที่ต่อต้านยูโรได้รับเลือกตั้งมาก ก็จะทำให้ตลาดเงินทุนผันผวนมาก

คลิ๊กที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม

10 กันยายน 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ