เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2555 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกข่าวเรื่องสิงคโปร์และสหภาพยุโรป (EU) สามารถหาข้อยุติการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้แล้ว ซึ่ง FTA ฉบับนี้จะถือเป็น FTA ที่มีความครอบคลุมและทะเยอทะยานมากที่สุดความตกลงหนึ่งเท่าที่ EU เคยเจรจามา และถือเป็น FTA ฉบับที่ 2 ระหว่าง EU กับประเทศในภูมิภาคเอเชีย (ถัดจากเกาหลีใต้ ซึ่งได้เจรจาเสร็จสิ้นไปแล้ว)
นอกจากนี้ ความตกลง FTA
ฉบับนี้จะถือเป็นความตกลงฉบับแรกที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็น
มิตรกับสิ่งแวดล้อม (green growth) เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ 2020 ของ EU
สำหรับประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับจากการทำความตกลง FTA ฉบับนี้ มีดังนี้
- ประโยชน์ที่สิงคโปร์จะได้รับ
- EU จะยกเลิกภาษีทั้งหมดแก่สิงคโปร์ภายใน 5 ปี โดยรายการสินค้าถึงร้อยละ 80 จะได้รับการยกเว้นภาษีทันทีที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ โดยผู้ประกอบการสำคัญที่จะได้รับประโยชน์ ได้แก่ ผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และอาหารที่ผ่านกระบวนการแล้ว
- สำหรับตลาดบริการ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะเปิดตลาดบริการด้านสิ่งแวดล้อม ด้านคอมพิวเตอร์ ด้านวิชาชีพและธุรกิจ ด้านการเงิน และด้านขนส่งทางทะเล
- ในเรื่องมาตรการที่มิใช่ภาษีนั้น ความตกลงดังกล่าวจะลดอุปสรรคทางการค้าในสาขาเภสัชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งจะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังสามารถเรียกร้องให้ EU ยอมรับการสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าในอาเซียนให้แก่สินค้าบางรายการที่สิงคโปร์ส่งออกไปยัง EU เป็นจำนวนมาก
- ประโยชน์ที่ EU จะได้รับ
- ประโยชน์ที่ได้รับจากการเปิดตลาดภาคบริการของสิงคโปร์ โดยเฉพาะในภาคการเงิน การธนาคาร และประกันภัย ซึ่ง EU ได้เรียกร้องให้สิงคโปร์เปิดตลาดให้ใกล้เคียงกับที่ได้ให้แก่สหรัฐฯ ผ่าน FTA
- ประโยชน์จากการขจัดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีซึ่งสิงคโปร์จะปรับกฎระเบียบ ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนของ EU เช่น รถยนต์ของ EU ได้รับการยกเว้นการตรวจสอบด้านมาตรฐานอีกครั้งก่อนออกจำหน่ายในสิงคโปร์ และการให้ความคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
- สิงคโปร์จะยกเลิกภาษีศุลกากรทั้งหมดแก่ EU ทันทีที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ (ปัจจุบันเก็บเพียง 6 รายการ)
- EU หวังที่จะใช้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจและเป็นประตูสู่ประเทศอาเซียนเพื่อช่วยกระตุ้นการส่งออกของ EU
สำหรับประเด็นด้านการลงทุนนั้น ทั้งสองฝ่ายยังไม่แล้วเสร็จหลังจากเพิ่งเริ่มเจรจาเมื่อเดือนมี.ค. 2554
EU ต้องการใช้ความตกลง FTA กับสิงคโปร์เป็น benchmark ในการจัดทำ FTA กับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน จึงได้ตั้งระดับความคาดหวังไปไว้สูง และมีผลให้ EUเจรจาอย่างค่อนข้างยืดเยื้อกับสิงคโปร์ ทั้งนี้
ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สามารถลงนามย่อได้ในช่วงฤดูใบไม้
ผลิของปี 2556 และจะเจรจาเรื่องการลงทุนเพื่อหาข้อสรุปกันต่อไป
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทย การเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการแข่งขันในตลาด EU ในสาขาที่มีสิงคโปร์เป็นคู่แข่งขันที่สำคัญ ถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
ในส่วนของระดับนโยบายนั้น เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกรอบการเจรจา FTA ไทย-อียู แล้ว และอยู่ในขั้นตอนนำเสนอต่อรัฐสภาตามมาตรา 190 ซึ่งหากสามารถเปิดการเจรจา และเจรจาเสร็จเร็ว ก็น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยประคับประคองขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาส่วนแบ่งตลาดอียูของสินค้าไทยได้ไม่มากก็น้อย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
