ประเทศไทยอาจไม่ได้รับสิทธิในโครงการสิทธิพิเศษทางศุลกากร (GSP) ใหม่ของสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2555
คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับโครงการ GSP ใหม่ (REGULATION
(EU) No 978/2012) ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลา 10 ปี
นับจากวันที่มีผลบังคับใช้ (วันที่ 20 พ.ย. 2555) อย่างไรก็ตาม สิทธิ GSP
ที่ประเทศต่างๆ จะได้รับในโครงการใหม่นี้ จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.
2557 สำหรับกฎระเบียบดังกล่าว มีสาระสำคัญ ดังนี้

1. สหภาพยุโรปจะตัดสิทธิ GSP แก่ประเทศกำลังพัฒนาที่ธนาคารโลกได้จัดให้อยู่ในกลุ่ม high-income หรือ upper-middle income เป็นระยะเวลา 3 ปีล่าสุดติดต่อกัน โดยปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ได้รับสิทธิเนื่องจากอยู่ในกลุ่ม upper-middle income เพียง 2 ปีติดต่อกัน (ปี 2554-2555) แต่โดยที่กฎระเบียบได้กำหนดให้มีการทบทวนรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิ ในวันที่ 1 ม.ค. ของทุกปี ดังนั้นในกรณีที่ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่ม upper-middle ในปี 2556 (ธนาคารโลกจะประกาศการจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ครั้งต่อไปในเดือน ก.ค.2556) จะมีผลให้สหภาพฯ ตัดสิทธิประเทศไทยหลังการทบทวนในวันที่ 1 ม.ค. 2557 ทั้งนี้ จะให้ระยะเวลาปรับตัว โดยให้มีผลหลังจากวันที่ข้อตัดสินการตัดสิทธินั้นมีผลบังคับใช้ไปแล้ว 1 ปี

2. ประเทศที่ได้รับประโยชน์สิทธิพิเศษทางภาษีจากการจัดทำข้อตกลงที่ให้สิทธิพิเศษเพื่อการเข้าสู่ตลาด (preferential market access arrangement) ในอัตราที่เทียบเท่าหรือมากกว่าที่ได้รับจากโครงการ GSP จะไม่สามารถได้รับสิทธิพิเศษนั้นๆ ได้อีกจากโครงการ GSP ทั้งนี้ จะให้ระยะเวลาปรับตัว โดยการถูกตัดสิทธิจะมีผลหลังจากวันที่ความตกลงนั้นๆ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว 2 ปี สำหรับช่วงปรับตัว ประเทศนั้นๆ จะยังคงได้รับสิทธิพิเศษจากโครงการ GSP

3. สำหรับประเทศที่ไม่ได้เข้าข่ายถูกตัดสิทธิ GSP ตามข้อ 3 ข้างต้น แต่เข้าข่ายถูกตัดสิทธิตามข้อ 2 หากประเทศนั้นได้ลงนามย่อ (initial) ความตกลง preferential market access arrangement ทวิภาคีกับสหภาพฯ ก่อนวันที่ 20 พ.ย. 2555 จะมีผลให้ประเทศนั้นๆ ยังไม่ถูกตัดสิทธิ GSP จนกว่าจะถึงวันที่ 21 พ.ย. 2557 สำหรับประเทศไทย โดยที่ยังไม่ได้ลงนามย่อความตกลงฯ ใดๆ กับสหภาพฯ ก่อนวันที่ 20 พ.ย. 2555 จึงไม่เข้าข่ายได้รับระยะเวลาปรับตัวจนถึงวันที่ 21 พ.ย. 2557 ดังกล่าวข้างต้น

4. ในส่วนของการพิจารณาตัดสิทธิ GSP รายกลุ่มสินค้าในลักษณะ Graduation สหภาพยุโรปจะตัดสิทธิ GSP รายกลุ่มสินค้าของแต่ละประเทศ โดยพิจารณาจากสถิติมูลค่าและสัดส่วนการนำเข้าของสินค้าแต่ละกลุ่มมายังสหภาพฯ เฉลี่ย 3 ปีติดต่อกัน โดยสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าจะต้องไม่เกินร้อยละ 17.5 ของมูลค่าสินค้ากลุ่มนั้นจากประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP ทั้งหมด ยกเว้นสินค้า textiles จะต้องไม่เกินร้อยละ 14.5 ในเรื่องดังกล่าว สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้คาดการณ์เบื้องต้นโดยคำนวณสถิติของสินค้าไทยที่ได้รับสิทธิพิเศษ โดยใช้ข้อมูลสถิติจาก Eurostat โดยคาดว่าสหภาพฯ จะตัดสิทธิประเทศไทย สำหรับสินค้า Section 4a (ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป) และ Section 7b (ยาง และผลิตภัณฑ์จากยาง) อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ จะประกาศรายชื่อสินค้าที่จะถูกตัดสิทธิอย่างเป็นทางการประมาณต้นปี 2556 และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557        

ทั้งนี้ สามารถอ่านกฎระเบียบฉบับเต็มได้ที่ http://trade.ec.europa.eu/doclib/docs/2012/october/tradoc_ 150025.pdf

19 พฤศจิกายน 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ