การปรับปรุงนโยบายด้านการแข่งขันของสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2555 นาย Joaquin Almunia รอง ปธ. คณะกรรมาธิการยุโรปผู้รับผิดชอบด้านการแข่งขันทางการค้าได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน European Competition Day และต่อมา เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2555 ได้แถลงแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2556-2557 ต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภายุโรปด้านเศรษฐกิจ โดยมีใจความสำคัญ ดังนี้

1.  นโยบายด้านการแข่งขันของสหภาพยุโรปมีวัตถุประสงค์หลักประการแรกเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเห็นว่า ทางออกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้
คือ การใช้ประโยชน์จากการเป็น single market
โดยนโยบายด้านการแข่งขันจะส่งเสริมการดำเนินการดังกล่าวในแง่ (1)
ช่วยขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายในสาขาสำคัญของสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่ง
ถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่สูง (2)
ช่วยควบคุมระดับการแข่งขันในตลาดมิให้ลดต่ำลงโดยการตวจสอบการควบรวมกิจการ
ขนาดใหญ่ อาทิ การตรวสอบการใช้สิทธิบัตรในทางที่ผิดในธุรกิจสาขาเภสัชภัณฑ์ซึ่งถือเป็นการกีดกันการเข้าสู่ตลาดของยาสามัญ

2.  วัตถุประสงค์ประการที่สอง คือ เพื่อสนับสนุนการรวมตัวของ ปท. สมาชิก อาทิ
การจัดตั้ง European Competition Network เมื่อปี 2546 ซึ่งทำให้ ปท.
สมาชิกได้ร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการไต่สวนคดีต่าง ๆ
เกี่ยวกับการแข่งขัน มากกว่า 1,500 คดี รวมถึงการผลักดันให้ทุก ปท.
นำเครื่องมือต่อต้านการร่วมกันตกลงราคาขาย (Cartel) มาใช้

3.  ประการสุดท้าย
นโยบายด้านการแข่งขันจะป้องกันมิให้การใช้จ่ายของภาครัฐไปบิดเบือนการแข่งขันของตลาด โดยเมื่อต้นปี 2555 ได้ปฏิรูปกรอบการดำเนินงานของ Services of
General Economic Interest (SGEI)
เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการบริการที่ได้รับเงินสนับสนุน จน.
มากจากรัฐบาล ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะบิดเบือน
สภาพแวดล้อมของการแข่งขันใน single market นอกจากนี้
ยังเน้นให้ความสำคัญกับมาตรการควบคุม State Aid และปรับปรุง guideline
ในสาขาต่าง ๆ อาทิ บรอดแบรนด์ การให้ความช่วยเหลือด้านท่าอากาศยานและการบิน

ในส่วนของผลกระทบของนโยบายด้านการแข่งขันดังกล่าวต่อประเทศไทย คาดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่ EU จะผลักดันให้ประเทศไทยยอมรับและนำกฎระเบียบต่าง ๆ ของสหภาพฯ ไปปฏิบัติ เมื่อประเทศไทยเข้าเป็น ปท. คู่เจรจา FTA กับ EU ดังนั้น ท่านจึงควรศึกษา/ติดตามการออกหลักเกณฑ์ และ guidline ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ โดย ThaiEurope.net และทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ จะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดเพื่อแจ้งเตือนให้ท่านผู้อ่านทราบต่อไป

24 ตุลาคม 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ