ลัตเวียมีแผนที่จะใช้เงินสกุลยูโร ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2014 เป็นต้นไป

ลัตเวียมีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้เงินสกุลยูโร ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2014 เป็นต้นไป โดยการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภายุโรปในระหว่างการลงคะแนนเสียงเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นาย Burkhard Balz ผู้รับผิดชอบประเด็นนี้ใน รัฐสภายุโรปได้กล่าวว่า การสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอียู เช่น บรัสเซลส์จะช่วยเพิ่มการสนับสนุนจากภาคประชาชนของลัตเวียในให้เปลี่ยนไปใชสกุลเงินเดียวในลัตเวียได้อย่างมาก  การสนับสนุนล่าสุดในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 40% และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายโดยรัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรปจะมีขึ้นในวันที่  9 ก.ค. 56

การเริ่มใช้เงินสกุลยูโรและการพัฒนาด้านภูมิภาคนั้นส่งผลกระทบกับประเทศเล็กๆ อย่างลัตเวียอย่างไรบ้าง 

 ลัตเวียเองเชื่อว่าเงินสกุลยูโรจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของลัตเวียมั่นคงขึ้น และลัตเวียเองก็จะถูกนำเข้ามารวมอยู่ใน กลุ่มยูโรโซนพร้อมทั้งได้รับสิทธิเหมือนกับประเทศอื่นๆในกลุ่มโดยสามารถทำธุรกิจได้โดยใช้สกุลเงินสกุลเดียว ซึ่งเป็นการสร้างความเป็นมิตรในเชิงธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากในขณะนี้มีการทำธุรกิจโดยสกุลเงินยูโรมากขึ้นมาก พร้อมทั้งการลงทุนและการค้าที่เชื่อมต่อกับ อียูเองก็เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ลัตเวียได้เข้ามาเป็นประเทศสมาชิกอียูเมื่อปี 2004 เพราะฉนั้นแล้วการเปลี่ยนสกุลเงินเป็นยูโรนั้นก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สมควรที่จะสานต่อและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับลัตเวียในการแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอะไรกับคนทั่วไปบ้างและภาคประชาชนให้การสนับสนุนมากแค่ไหน

มาตราการรัดเข็มขัดที่ค่อนข้างเข็มงวดที่ผ่านมานั้นมีผลกระทบกับราคาอย่างไม่น่าสงสัย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนทั่วไป เช่น  การลดเงินเดือน การขึ้นภาษี การเพิ่มขึ้นของอัตราว่างงาน อย่างไรก็ดี นาย Burkhard Balz เชื่อว่าชาวลัตเวียเองเข้าใจและคิดว่านี่คือวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดซึ่งแสดงออกมาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง

 อย่างไรก็ดี นาย Burkhard Balz ได้กล่าวว่า เรายังต้องการแรงสนับสนุนเพิ่มในการผลักดันประเด็นนี้พร้อมทั้งสร้างแรงสนับสนุนเพื่อให้มีการยอมรับเงินยูโรในหมู่ชาวลัตเวีย ซึ่งภาคประชาชนเองก็ได้ตื่นตัวมากในเรื่องนี้ ทั้งนี้ การสนับสนุนจาก บรัสเซลส์ จะเป็นสัญญานบวกและทำให้ภาคประชาชนเห็นด้วยกับการผลักดันในครั้งนี้เป้นอย่างมาก

 ลัตเวียในอนาคตจะเป็นอย่างไร

สี่งที่สำคัญที่สุดที่ลัตเวียคำนึงถึงคือการมุ่งเน้นนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาที่ยังยืนซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จของลัตเวีย นอกจากนั้นแล้ว ลัตเวียเองก็คาดหวังที่จะเป็นหุ้นส่วนสำคัญในกลุ่มประเทศยูโรโซนที่และพร้อมที่จะนำพาประเทศสมาชิกอียูไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ นโยบายการเงินในอนาคต

 

 

5 กรกฎาคม 2556

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ