ค้นหา
About 1061 results
-
พิธีเปิดเดินขบวนรถไฟขนส่งสินค้าไทย – ลาว
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2562 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดเดินขบวนรถไฟขนส่งสินค้าผ่านแดนข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 ที่ย่านกองเก็บตู้คอนเทนเนอร์ (Container Yard - CY) ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์Modified:06/09/2019 21:32:26
-
การลงทุนของเวียดนามใน สปป. ลาว
ปัจจุบันมูลค่าการลงทุนของเวียดนามใน สปป. ลาว มีมูลค่ารวมทั้งหมด 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอยู่ในลำดับการลงทุนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาของ สปป. ลาว โดยการลงทุนส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภทโยธาธิการและขนส่ง พลังงาน เหมืองแร่ เกษตรกรรม และการศึกษาModified:27/05/2019 22:25:59
-
รัฐบาล สปป. ลาว กู้เงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงการบริหารการเงินแห่งรัฐให้ทันสมัย
รัฐบาล สปป. ลาว ได้ลงนามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากสมาคมเพื่อการพัฒนาสากล (IDA) ของธนาคารโลกเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงการบริหารระบบการเงินแห่งรัฐให้เป็นระบบทันสมัย (E-FITS) และสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารการเงินแห่งรัฐ ทั้งนี้ จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจสามารถขยายตัวแบบยั่งยืนและมั่นคงModified:24/05/2019 18:56:43
-
การค้าลาวตั้งเป้ามูลค่าส่งออก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้
ในปี 2562 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งผลักดันมูลค่าการผลิตของภาคอุตสาหกรรมแปรรูปและหัตถกรรมให้ได้ 12 พันล้านกีบ (1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)Modified:22/04/2019 21:35:22
-
สปป. ลาว – จีน หารือการผลักดันเศรษฐกิจร่วมกัน
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2562 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง <br />
สปป. ลาว พร้อมด้วยคณะ ได้ให้การต้อนรับนายหนิง จีเจอ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาและ<br />
การปฏิรูปแห่งชาติจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือน สปป. ลาว ระหว่างวันที่ 18 - 21 ก.พ. 2562 <br />
ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว คณะดังกล่าว ประกอบด้วย คณะกรรมการการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติ ศูนย์แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจสากล บริษัททางรถไฟลาว – จีน ธนาคารขาออก – ขาเข้าแห่งชาติ คณะกรรมการการพัฒนาและการปฏิรูปแขวงยูนนาน และกลุ่มบริษัทวิศวกรรมการก่อสร้างและ<br />
การลงทุนยูนนาน ประเทศจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนแม่บทความร่วมมือแนวทางเศรษฐกิจลาว – จีน สัญญาเพิ่มศักยภาพในการผลิต การค้าและการลงทุน การติดตามและผลักดันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้า<br />
Modified:27/02/2019 23:06:29
-
สปป. ลาว มีรายรับจากภาษีเพิ่มขึ้น แต่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ปี 2561 สปป. ลาว สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นกว่า 336 พันล้านกีบ (39.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับปี 2560 แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สภาแห่งชาติรับรองไว้ที่ 7,200 พันล้านกีบ (843.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ได้เน้นให้เพิ่มการตรวจสอบการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีตามชายแดนModified:28/01/2019 17:59:11
-
ไทยคู่ค้าอันดับหนึ่ง ลงทุนอันดับสองของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561 รัฐบาลไทยและ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมแผนความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว (ระดับรัฐมนตรี) โดยมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทย และนางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมร่วมกัน ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาวModified:08/10/2018 09:51:33
-
การค้าไทย – ลาว 6 เดือนต้นปีมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 รัฐบาลไทยและ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมแผนความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว และ ครั้งที่ 7 (ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส) โดยมีนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์แห่งราชาอาณาจักรไทย และนายสีลิสำพัน วอละจิด หัวหน้ากรมแผนการและความร่วมมือ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมร่วมกัน ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว ซึ่งการประชุมดังกล่าว เน้นการผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้มีมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 โดยที่ผ่านมาไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง และลงทุนเป็นอันดับสองใน สปป. ลาวModified:08/10/2018 09:39:20
-
โอกาสการท่องเที่ยวของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 สปป. ลาว ได้จัดการประชุมสื่อมวลชนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation Media Summit) และได้จัดการสัมมนาเกี่ยวกับการยกระดับการบริโภคและการพัฒนาการท่องเที่ยวของ สปป. ลาวModified:10/08/2018 10:44:47
-
รัฐบาล สปป. ลาว คาดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30 และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021Modified:06/07/2018 10:39:54
-
รัฐบาล สปป. ลาว คาดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30 และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021Modified:06/07/2018 10:36:06
-
BCEL จับมือธนาคารธนชาติ พัฒนาระบบชำระเงินระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ได้มีการแถลงข่าวความร่วมมือการใช้มาตรฐาน QR Code สำหรับชำระเงินระหว่างประเทศ ของธนาคารการค้าต่างประเทศ มหาชนลาว (BCEL) และธนาคารธนชาต จำกัด(มหาชน) ของไทย โดยมีนายสอนไซ ซิดพะไซ รองผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป.ลาวและนางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวดังกล่าวModified:30/03/2018 10:38:55
-
สปป.ลาว รุกตลาดอาเซียนเน้นการค้าเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ
ในปีที่ผ่านมา การค้ากับต่างประเทศของ สปป.ลาว มีมูลค่ากว่า 9.345 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป.ลาว ได้ดุลการค้ากว่า 261 ล้านดอลลาร์สหรัฐและคาดว่ามูลค่าการค้ากับต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.993 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้Modified:27/02/2018 10:14:04
-
ลาว – จีน ร่วมมือภายใต้กรอบ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”
เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์ของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้เป็นประเทศที่สามารถเชื่อมโยงทางบกกับนานาประเทศได้ และข้อริ่เริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”Modified:13/02/2018 13:36:48
-
ประชาสัมพันธ์งาน Energy Storage Europe 2018 วันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ที่เมืองดึสเซ็ลดอล์ฟ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลกModified:30/01/2018 23:48:32
-
ประชาสัมพันธ์งาน Energy Storage Europe 2018 วันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ที่เมืองดึสเซ็ลดอล์ฟ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลกModified:30/01/2018 23:48:32
-
ทีมประเทศไทยร่วมขยายตลาดสินค้าไทยใน “ซูรินาเม”
ระหว่างวันที่ 17 – 19มกราคม 2561 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียนำทีมประเทศไทยเยือนกรุงปารามาริโบ ประเทศซูรินาเม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับซูรินาเม<br />
<br />
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งซูรินาเมสนับสนุนการจัดงานสัมมนาและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในซูรินาเม โดยมีนักธุรกิจสนใจเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าวประมาณ 100 คน ภายหลังการบรรยายของทีมประเทศไทยนักธุรกิจชาวซูรินาเมสนใจสอบถามและร่วมกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ ตลอดจนชมสินค้าไทยที่ได้นำมาแสดงโดยบริษัทผู้นำเข้าของซูรินาเม <br />
<br />
ปี 2560 การค้าทวิภาคีระหว่างไทย –ซูรินาเม มีมูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาหารไทย สินค้าและวัตถุดิบ เครื่องปรุงไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในซูรินาเมModified:03/03/2018 12:09:42
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:28
Sorted by relevance | Sort by date
