ค้นหา
About 967 results
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาว เร่งแก้ไขปัญหาทุจริตที่สถาบันการเงินจุลภาค
นายสอนไซ สิดพะไซ รักษาการผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว กล่าวว่า สถาบันการเงินจุลภาคที่รับฝากเงินเพื่อการพัฒนา สาขาบ้านสงเปือยใต้ เมืองนาซายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ ได้จดทะเบียนถูกต้องกับธนาคารแห่ง สปป. ลาว และที่ผ่านมาธนาคารแห่ง สปป. ลาว ได้ดำเนินการตรวจสอบสถาบันการเงินดังกล่าวปีละครั้ง แต่เป็นการตรวจสอบตามเอกสารและไม่ได้ลงตรวจสอบที่หน่วยงาน จึงทำให้ข้อมูลบางอย่างมีความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนModified:08/10/2018 10:14:38
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาว เตือนหลีกเลี่ยงการลงทุนเงิน Crypto Currency
ห้องว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในการใช้เงิน Crypto Currency เนื่องจากสกุลเงินดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติในการชำระหนี้Modified:08/10/2018 10:06:42
-
โครงการปรับปรุงทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 13 เหนือ
โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 13 เหนือ มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 58 กิโลเมตร และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางดังกล่าวในเดือนมกราคม 2562 และมีกำหนดเวลา 3 ปี จากนั้นผู้รับเหมาจะเป็นผู้บำรุงรักษาเส้นทางดังกล่าวเป็นเวลา 7 ปี อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้ว่าจ้างรัฐวิสาหกิจวิศวกรรมคมนาคมเพื่อดำเนินการสำรวจและออกแบบตั้งแต่ปี 2558 โดยการสนับสนุนที่ปรึกษาจากธนาคารโลกและหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องModified:01/08/2018 14:43:26
-
การเจาะอุโมงค์สร้างทางรถไฟลาว – จีน แขวงหลวงน้ำทา คืบหน้าร้อยละ 52.6
นายจันทะจอน แก้วละคอน หัวหน้าห้องการประสานงานโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ประจำแขวงหลวงน้ำทา แจ้งว่า ปัจจุบันการเจาะอุโมงค์มิตรภาพลาว – จีน สามารถเจาะได้ทั้งหมด 899 เมตร จากความยาวทั้งสิ้น 2,425 เมตร อุโมงค์บ่อเต็นฝั่งทางเข้าสามารถเจาะได้ 2,204 เมตร อุโมงค์ฝั่งทางออกสามารถเจาะได้ 1,782 เมตร จากความยาวทั้งหมด 6,461 เมตร ปลายอุโมงค์ สามารถเจาะได้ 819.4 เมตร จากความยาวทั้งหมด 1,173 เมตร รวมความยาวทั้งหมดที่สามารถเจาะอุโมงค์ได้ 5,704.4 เมตร คิดเป็นร้อยละ 52.6 ของความยาวทั้งหมดModified:01/08/2018 13:51:36
-
การก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว – ไทย แห่งที่ 5 (บอลิคำไซ – บึงกาฬ)
ผู้ประสานงานโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว - ไทย แห่งที่ 5 (บอลิคำไซ - บึงกาฬ) กระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาว และไทยได้ตกลงนำเอารูปแคนมาเป็นสัญลักษณ์ของสะพาน ในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด 3,930 ล้านบาท โดยจะแบ่งออกเป็นสองส่วนประกอบด้วยฝั่งไทย จะสร้างทางเชื่อมต่อมูลค่า 1,340 ล้านบาท อาคารที่ทำการด่าน 610 ล้านบาท ก่อสร้างสะพาน 680 ล้านบาท รวมทั้งหมด 2,630 ล้านบาท ฝั่ง สปป. ลาว จะสร้างทางเชื่อมต่อ มูลค่า 370 ล้านบาท อาคารที่ทำการด่าน 440 ล้านบาท ก่อสร้างสะพาน 490 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 8 เดือนข้างหน้าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ (เดือนมีนาคม 2562)Modified:17/07/2018 10:13:33
-
รัฐบาล สปป. ลาว อนุมัติโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่สีพันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา มีพิธีลงนามสัญญาโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่สีพันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก โดยนายสุพัน แก้วมีไช รัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว นายเส็ง กว่าง ฟาย ประธานบริษัท ลาวมหานที สีพันดอน (ฮ่องกง) อินเวสเมนท์ จำกัด และนายลาตี สีสุพันนะวง ประธานบริษัท แอลทีวี ก่อสร้างสะพาน ถนน และชลประทาน จำกัด โดยมีนายสอนชัย สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธีได้ร่วมเป็นสักขีพยานModified:16/07/2018 11:04:21
-
ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจ สปป. ลาว ปีนี้ จะโตในระดับร้อยละ 6.7
อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ สปป. ลาว จะเติบโตในระดับร้อยละ 6.7 ซึ่งยังคงขยายตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ขยายตัวช้าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาModified:06/07/2018 10:29:53
-
โครงการฯ น้ำเงี้ยบ 1 จะสร้างรายได้ให้ สปป. ลาว กว่า 575.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเงี้ยบ 1 มีกำลังติดตั้งการผลิต 290 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย 2 เขื่อน และ 2 เครื่องจักร เขื่อนขนาดใหญ่มีความสูง 168 เมตร ยาว 530 เมตร เป็นเขื่อนรับน้ำหนักแบบคอนกรีตอัดแน่นที่สูงที่สุดใน สปป. ลาวModified:25/06/2018 14:07:46
-
เขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถดึงดูดนักลงทุน กว่า 50 บริษัท
ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ 51 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทการลงทุนจากภายในประเทศ 5 บริษัท การลงทุนจากต่างประเทศ 45 บริษัทModified:22/03/2018 08:58:57
-
เศรษฐกิจนครหลวงเวียงจันทน์ขยายตัวร้อยละ 9.6
นายแก้วพิลาวัน อาไพลาด ได้รายงานสภาพการพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมของนครหลวงเวียงจันทน์ต่อการประชุมการปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคม ปี 2560Modified:13/03/2018 11:57:37
-
สปป.ลาว ตั้งเป้าส่งข้าวไปจีนให้ได้ 6 พันตัน
ปัจจุบันจีนมีความต้องการข้าวในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้จึงได้จัดโครงการสนับสนุนและผลักดันให้ประชาชนปลูกข้าวในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แขวงคำม่วนและแขวงสะหวันนะเขตเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีระบบชลประทานขนาดใหญ่สามารถหล่อเลี้ยงและรองรับการปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปีModified:06/03/2018 10:30:25
-
แผนพัฒนา Digital Economy ของรัสเซีย
รัสเซียได้ออกนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสาขาดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนที่เป็นแรงงานฝีมือ และสร้างตลาดสำหรับสินค้าและบริการดังกล่าวModified:23/07/2018 21:21:29
-
สาระน่ารู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency ในรัสเซีย
สาระน่ารู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency ในรัสเซีย <br />
ที่ผ่านมามีจำนวนชาวรัสเซียที่มีเงินสกุลดิจิทัลเป็นจำนวนมากทั่วโลก และเมื่อปลายปี 2560 บริษัทรัสเซียหลายแห่ง อาทิ Russian Mining Center (RMC) ได้ทำ ICO และสามารถระดมทุนได้ 43.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2560 บริษัท Lavkalavka สามารถได้ระดมทุนได้ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สำนักข่าว RBC) นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 26 -28 เมษายน 2561 จะมีการจัด การประชุม World Blockchain Summit ที่กรุงมอสโก ในปี 2561 การประชุมดังกล่าวจะหมุนเวียนจัดไปตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยเปิดกว้างสำหรับนักธุรกิจ นักลงทุนและผู้พัฒนาเงินสกุลดิจิทัลจากทั่วโลก แต่ทว่ายังมีประเด็นด้านกฎหมายเกี่ยวกับเงินดิจิทัลที่นักลงทุนต่างชาติยังไม่ทราบModified:05/02/2018 23:59:12
-
ลาว - จีน ส่งเสริมความร่วมมือด้านกสิกรรม
เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เป็นรากฐานจิตใจ ของคู่ร่วมมือแบบเพื่อนมิตรยุทธศาสตร์ รอบด้านอย่างยาวนาน และ การรับประกัน 4 ดีคือ เพื่อนบ้านที่ดี เพื่อนมิตรที่ดี สหายที่ดี และความร่วมมือยุทธศาสตร์ที่ดี ระหว่างรัฐบาล สปป.ลาว และ รัฐบาลจีนModified:06/02/2018 11:24:06
-
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงี้ยบ1 จะเริ่มทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าภายในสิ้นปีนี้
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงี้ยบ 1ตั้งอยู่ที่เมืองบอลิคัน แขวงบอลิคำไซ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561 โดยจะทำการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงสิ้นปี 2561 และจะผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562Modified:13/02/2018 13:43:34
-
การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย ครั้งที่ 11
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแห่ง สปป. ลาว ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทยModified:26/01/2018 17:16:30
-
42 ปีแห่งการพัฒนาประเทศ
นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี ได้รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม – 17 พฤศจิกายน 2560 นี้ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 6.83Modified:20/12/2017 16:17:23
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
พิธีเปิดการผลิตไฟฟ้า เขื่อนไฟฟ้าเซน้ำน้อย 2 และเซกะตาม 1
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 นายสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าเขื่อนไฟฟ้าเซน้ำน้อย 2 และเซกะตาม 1 ที่บ้านน้ำตวด เมืองปากซ่อง แขวงจำปาสักModified:05/09/2017 14:59:24
Sorted by relevance | Sort by date
