ค้นหา
About 933 results
-
เศรษฐกิจลาว ปี 2563 คาดว่าจะเติบโตเพียงร้อยละ 3.3
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2563 สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติได้ออกรายงานผลการศึกษาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจลาว ข้อเสนอแนะในการจัดทำมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ประจำเดือน เม.ย. 2563 โดยผลการศึกษาพบว่า โรคโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งคาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) สปป. ลาวจะขยายตัวลดลงจากร้อยละ 6.1 ในปี 2562 เหลือร้อยละ 3.3 ในปี 2563 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ร้อยละ 4.5Modified:22/01/2021 13:21:23
-
ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวกว่าปีที่ผ่านมา
นาย Andrew Mason หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก ธนาคารโลก กล่าวว่า รายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจของธนาคารโลกประจำเดือน ต.ค. 2562 คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกในปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.8 ลดลงจากปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.3 และคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 5.7 และ 5.6 ในปี 2563 และ 2564 ตามลำดับModified:21/10/2019 17:01:27
-
รัฐบาล สปป. ลาว กู้เงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงการบริหารการเงินแห่งรัฐให้ทันสมัย
รัฐบาล สปป. ลาว ได้ลงนามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากสมาคมเพื่อการพัฒนาสากล (IDA) ของธนาคารโลกเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงการบริหารระบบการเงินแห่งรัฐให้เป็นระบบทันสมัย (E-FITS) และสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารการเงินแห่งรัฐ ทั้งนี้ จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจสามารถขยายตัวแบบยั่งยืนและมั่นคงModified:24/05/2019 18:56:43
-
มหกรรม Caravanmessen
13 - 16 กันยายน 2561 <br />
Caravanmessen คืองานจัดแสดงที่ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายของอุปกรณตั้งแคมป์ รถบ้าน เต็นท์ รถพ่วง และอุปกรณ์สันทนาการจากทั่วประเทศนอร์เวย์และหลากหลายประเทศจากยุโรปModified:20/06/2018 18:54:14
-
แผนพัฒนา Digital Economy ของรัสเซีย
รัสเซียได้ออกนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสาขาดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนที่เป็นแรงงานฝีมือ และสร้างตลาดสำหรับสินค้าและบริการดังกล่าวModified:23/07/2018 21:21:29
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
กฎระเบียบการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในเยอรมนี
Modified:10/12/2017 00:26:06
-
การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีไทยในเยอรมนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรีModified:10/12/2017 01:30:27
-
การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีไทยในเยอรมนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรีModified:10/12/2017 01:30:27
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
งาน Eurasian Orthopedic Forum Moscow 2017 ณ กรุงมอสโก
การจัดงาน Eurasian Orthopedic Forum Moscow 2017 ณ กรุงมอสโก ระหว่าง วันที่ 29 - 30 มิถุนายน 2560 <br />
<br />
ผู้สนใจสามารถค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a class="txttohtmllink" href="http://eoforum.ru/en">http://eoforum.ru/en</a>Modified:01/03/2017 17:22:58
-
เอกอัครราชทูตมอลโดวาประจำกรุงมอสโกชี้โอกาสของผู้ประกอบการไทยในมอลโดวา
เอกอัครราชทูตมอลโดวาประจำกรุงมอสโกชี้โอกาสของผู้ประกอบการไทยในมอลโดวา<br />
มอลโดวาเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและพึ่งพาอุตสาหกรรมการเกษตรจากการส่งออกผลไม้ ผักและไวน์ รวมทั้งรายได้มาจากแรงงานมอลโดวาในต่างประเทศเป็นหลัก เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2560 ดร. เกรียงศักด์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตฯ ประจำกรุงมอสโก ได้หารือกับนาย Dumitru Braghis เอกอัครราชทูตมอลโดวาเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจไทยในมอลโดวาและได้รับข้อมูลเชิงลึกModified:12/04/2017 17:00:35
-
โอกาสทางเศรษฐกิจของอุตสหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในอาร์เมเนีย
โอกาสทางเศรษฐกิจของอุตสหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในอาร์เมเนีย <br />
<br />
จากสถิติทั้งไทยและอาร๋เมเนียมีมูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างกันมากที่สุด ที่ผ่านมานักธุรกิจของไทยได้เข้าร่วมนิทรรศการแสดงอัญมณีสำคัญของอาร์เมเนียคือ งาน Armenia – Regional Jewelry Center และ งาน Yerevan Show ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ทั้งสองประเทศสามารถขยายตลาดระหว่างกันได้Modified:12/04/2017 16:52:18
-
บริษัทต่างชาติสนใจเข้าซื้อธุรกิจโรงงานน้ำตาลในบราซิล
ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติหลายบริษัทให้ความสนใจซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลในบราซิล เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการที่อุตสาหกรรมน้ำตาลโลกจะมีกำลังการผลิตลดลงในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าModified:15/08/2017 23:32:16
-
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจฮังการีในปี 2559
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจฮังการีในปี 2560Modified:25/01/2017 21:13:29
-
งานสัมมนารู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง : Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ร่วมกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union – EAEU) จัดงานสัมมนารู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง : Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนในสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียซึ่งประกอบไปด้วยประเทศรัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนียและคีร์กิซสถาน รวมถึงขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยมีนายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์Modified:08/12/2016 02:28:08
-
รู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง กับงานสัมมนา “Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union” 25 พ.ย. ศกนี้
แม้ว่าปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยโฟกัสไปที่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และลาว รวมถึงตลาดใหญ่อย่างจีนเป็นหลัก เมื่อมองหาประเทศเป้าหมายในการค้าการลงทุน แต่ตลาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ต้องศึกษาเพื่อหาโอกาสขยายและต่อยอดธุรกิจในอนาคต นั่นคือรัสเซียและเอเชียกลางแต่โดยที่ไม่ใช่ตลาดที่คุ้นเคยสำหรับผู้ประกอบการไทย เริ่มแรกคงต้องทำความรู้จักศักยภาพและกฎระเบียบเบื้องต้นของตลาดนี้กันก่อน ปลายเดือน พ.ย. นี้ มีงานสัมมนาดี ๆ ที่สถานทูตไทยที่รัสเซียได้นำผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญจากตลาดที่รวมเอารัสเซียไว้กับประเทศในเอเชียกลางอีก 4 ประเทศที่เรียกว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU เดินทางมาเล่าให้คนไทยได้รู้จักกันถึงที่Modified:24/11/2016 14:51:26
-
รู้จักเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียน GMS Economic Corridors (ตอนที่ 1)
ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้นModified:20/10/2016 15:37:23
Sorted by relevance | Sort by date
