ค้นหา
-
NDRC ออก 4 มาตรการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E-Commerce
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 56 คณะกรรมาธิการเพื่อการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติจีน (National Development and Reform Commission : NDRC) เผยว่า จะดำเนินมาตรการ 4 ประการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E – Commerce ของจีนModified:19/08/2013 16:02:22
-
จีนหวังสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจที่อ่าวโป๋ไห่
รัฐบาลกลางจีนกำลังวางแผนยกระดับการพัฒนาวงแหวนเศรษฐกิจปักกิ่ง ซึ่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจโป๋ไห่ ที่ประกอบด้วยกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และมณฑลเหอเป่ย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการส่งเสริมความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ การท่องท่องเที่ยว และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ระหว่าง 3 นคร/มณฑลข้างต้น คาดว่าจะสามารถออกประกาศแผนฯ ข้างต้นได้อย่างเป็นทางการภายในปลายปีนี้Modified:15/08/2013 14:36:16
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
น้ำตาล
น้ำตาล ถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity goods) ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาที่อิงราคาตลาดโลก โดยปัจจุบันไทยมีโรงงานน้ำตาลอยู่กว่า 40 แห่ง กระจายอยู่ตามแหล่งปลูกอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต จนกลายเป็นผลผลิตน้ำตาลทรายราว 80 ล้านกระสอบต่อปี ซึ่งคนไทยมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 30 กิโลกรัม/คน/ปี ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 มีการบริโภคน้ำตาลทรายในประเทศจำนวน 450,621.70 ตัน ในขณะที่การบริโภคในต่างประเทศอยู่ระหว่าง 10-70 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็นการบริโภคโดยรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2555 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4%
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
-
ข้าว
“ข้าวไทย” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และถึงแม้ในระยะหลัง “ข้าวไทย” จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณการผลิตและราคาของประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม หรือแม้กระทั่งการพัฒนาพันธุ์ข้าวของสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ “ข้าวไทย” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาตลาดส่งออกข้าวไทยรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดสำคัญยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา นอกจากนี้ ยังกระจายไปในยุโรป อเมริกา และประเทศในแถบแปซิฟิกใต้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปเจาะตลาดต่างๆทั่วโลก คือชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกประกอบกับข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพด้านรสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกปากของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ชาวเอเชียซึ่งบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก รวมถึงประเทศที่สามารถปลูกข้าวเองได้แต่ยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ อาทิ บังคลาเทศ โอมาน ไนจีเรีย นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดต่างประเทศที่แม้ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวไทยก็ถือเป็นสินค้า premium สำหรับผู้มีรายได้ดีหรือเป็นที่นิยมในหมู่นักการทูตหรือเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในประเทศนั้นๆ เช่น เนปาล เป็นต้น
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
มณฑลฝูเจี้ยนประกาศปรับเงินเดือนขั้นต่ำล่าสุด สูงขึ้นเฉลี่ย 120 หยวน
รายงานข่าวระบุว่า สำนักงานทรัพยากรบุคคลและประกันสังคม ประจำมณฑลฝูเจี้ยนได้ออกประกาศปรับอัตราเงินเดือนขั้นต่ำฉบับใหม่ โดยแบ่งฐานเงินเดือนขั้นต่ำเป็น 4 กลุ่ม คือ 1,320 หยวน 1,170 หยวน 1,050 หยวน และ 950 หยวนModified:15/08/2013 08:23:07
-
OTOP
สินค้าโครงการ " หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ " (One Tambon One Product) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม OTOP นั้นถูกจำแนกโดยกระทรวงอุตสาหกรรมออกเป็น 6 ประเภทคือ
- อาหาร ครอบคลุมไปถึงอาหารสด และอาหารแห้ง
- สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาทิ ผ้าทอ และผ้าพันคอ
- เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง อาทิ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องจักสาน
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช้อาหาร และยา อาทิ เครื่องสำอาง สบู่ และน้ำมันหอมระเหย
- เครื่องดื่ม อาทิสุรา น้ำผลไม้ และน้ำสมุนไพร
- ของที่ระลึก และศิลปะประดิษฐ์
Modified:13/08/2013 14:43:58
-
รายงานเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ไตรมาส 2/2556
ภาพรวมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย เศรษฐกิจอินโดนีเซียไตรมาสที่ 1/2556 ขยายตัวที่ร้อยละ 6.02 ต่ำกว่าที่ธนาคารกลางคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 6.2 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ต่ำที่สุดนับแต่ ก.ย. 2553 จึงทำให้ธนาคารกลางปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจ อซ. ในปี 2556 เหลือร้อยละ 5.8-6.2 สาเหตุอาจมาจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการขึ้นราคาน้ำมัน จึงทำให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัวลง ในขณะที่ส่งออกได้น้อยลง และเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศส่งสัญญาณเริ่มชะลอตัว แต่รัฐบาลยังคงเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจะสามารถขยายตัวได้ตามเป้าที่ร้อยละ 6.3 ทั้งนี้ Standard and Poor ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจากระดับ “positive” เป็น “stable” จากการชะงักงันของการปฏิรูปModified:27/08/2013 11:10:30
-
กระทรวงทรัพยากรที่ดินแห่งชาติประกาศ 8 มาตรการ สนับสนุนพื้นที่เขตเศรษฐกิจ Ningxia Inland Pilot Zone
กระทรวงทรัพยากรที่ดินแห่งชาติประกาศมาตรการสนับสนุนการใช้ที่ดินในพื้นที่เขตสาธิตทางเศรษฐกิจของหนิงเซี่ยแห่งใหม่ (Ningxia Inland Pilot Zone) ตั้งเป้าการเป็นฐานผลิตพลังงานและศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารฮาลาลที่สำคัญของจีนในอีก 7 ปีข้างหน้าModified:13/08/2013 10:32:37
-
อุตสาหกรรมส่านซีในช่วงครึ่งปีแรก แม้โตขึ้นกว่าร้อยละ 13.5แต่เริ่มส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการชะลอตัวในบางอุตสาหกรรมแล้ว
อุตสาหกรรมมณฑลส่านซี มูลค่าการผลิตในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของทั้งมณฑลอยู่ที่ 894,643 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วModified:14/08/2013 11:04:59
-
อาเซียนเนื้อหอม - สิ่งทอจีนลุยสร้างโรงงานในต่างประเทศ
บริษัทสิ่งทอจีนกำลังหาทางออกเพื่อหลุดออกจากภาวะที่ซบเซาในปัจจุบัน โดยมีบริษัทสิ่งทอหลายแห่งได้ ”ก้าวออกไปต่างประเทศ” เพื่อแสวงหาความได้เปรียบด้านต้นทุนและเลี่ยงปัญหากฎระเบียบที่เข้มงวดของจีนModified:15/08/2013 15:07:58
-
ความมั่นคงทางพลังงานและนโยบายทางการทูตของไทย
พลังงานถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีนัยต่อความมั่นคงและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลไทยมีนโยบายสร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงานโดยเน้นการแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศ...Modified:09/08/2013 17:26:42
-
อาเซียนครองแชมป์คู่ค้าสำคัญของฝูเจี้ยนต่อเนื่อง
รายงานข่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานศุลกากร เมืองเซี่ยเหมิน ระบุว่า อาเซียนยังเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของมณฑลฝูเจี้ยน เป็นโดยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 การค้าต่างประเทศระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนและอาเซียนมีมูลค่ารวม 12,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 23.8 แบ่งเป็นมณฑลฝูเจี้ยนส่งออก 8,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 นำเข้า 3,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 ทั้งนี้ ในบรรดาประเทศในอาเซียน มาเลเซียเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของฝูเจี้ยน โดยมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวม 2,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 51Modified:09/08/2013 15:33:16
-
กระทรวงแรงงานและประกันสังคมจีนเข้มลูกจ้างชั่วคราว ออกกฎห้ามจ้างเหมาเกินร้อยละ 10
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 56 กระทรวงแรงงานและประกันสังคมจีน ได้ประกาศ ข้อกำหนดว่าด้วยการจ้างเหมาแรงงาน (ฉบับเพื่อขอความคิดเห็น) โดยมีการกำหนดว่า ห้ามบริษัทใช้แรงงานแบบจ้างเหมา (Outsource) หรือลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งเสริมของบริษัทเกินกว่าร้อยละ 10 ของการจ้างลูกจ้างทั้งหมด นอกจากนี้ หากลูกจ้างเหมาเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน บริษัทนอกจากจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วยModified:13/08/2013 15:06:55
-
รัฐสภาเห็นชอบการจัดตั้งธนาคารกลางแห่งอเมริกาใต้
รัฐสภาเห็นชอบการจัดตั้งธนาคารกลางแห่งอเมริกาใต้Modified:08/08/2013 13:39:20
Sorted by relevance | Sort by date
