ค้นหา
-
ศักยภาพในการพัฒนาของมอนเตเนโกร
ไทยและมอนเตเนโกรมีรากฐานความสัมพันธ์ในระดับรัฐที่ดีมาก และทั้งสองก็มีท่าทีที่พร้อมที่จะร่วมมือกันในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และถึงแม้ในสภาพทีตั้งทางภูมิศาสตร์ไทยและมอนเตเนโกรจะตั้งอยู่ห่างไกลกัน แต่ไทยและมอนเตเนโกรก็สามารถป็นพันธมิตรที่ดีและเกื้อกูลซึ่งกันและกันในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือระหว่างภาคเศรษฐกิจมอนเตเนโกรกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นช่องทางที่ดีในการขยายความร่วมมือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน มอนเตเนโกรยังเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและมอนเตเนโกร เพื่อช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าและอำนวยความสะดวกใรด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ภาคส่วนที่มีศักยภาพในการพัฒนาของมอนเตเนโกรคือ ภาคธุรกิจการประมงและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมง ในน่านน้ำของมอนเตเนโกรมีปลาปริมาณมากแต่ยังไม่มีระบบจัดการห้องเย็นที่ดี ในปัจจุบันอิตาลีกำลังให้ความสนใจที่เข้าไปจับปลาในมอนเตเนโกร เนื่องจากปลาในน่านน้ำอิตาลีได้เริ่มลดลงแล้ว นอกจากนี้ยังมีการทำฟาร์มกุ้งอยู่หลายบริษัท อย่างไรก็ดีแม้มอนเตเนโกรเป้นแระเทศติดทะเล แต่ยังคงต้องนำเข้าอาหารทะเล …Modified:27/09/2013 18:28:20
-
จีนเตรียมออกแผนพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
จีนกำลังพิจารณาประกาศใช้แผนพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ซึ่งนำโดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) กระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศจีน กระทรวงคมนาคมจีน กระทรวงการเคหะและก่อสร้างเมืองและชนบทจีน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำModified:27/08/2013 15:51:51
-
กรุงฮานอยตั้งเป้าการพัฒนาในปี 2557
ในปี 2557 กรุงฮานอยตั้งเป้าการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การรักษาเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจมหภาค การยกระดับคุณภาพของการลงทุน และการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้แรงงานได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งแผนการพัฒนาในข้างต้นได้รับการสนับสนุนโดยนาย บุ่น กวาง วิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุนModified:05/09/2013 09:23:30
-
ผุด ! โรงภาพยนตร์ “ซิงเหม่ยกั๋วจี้” ขนาดใหญ่ที่สุดในจีนตะวันตกที่นครเฉิงตู
เมื่อเศรษฐกิจก้าวหน้าพัฒนาอย่างยิ่งยวด ประชาชนในพื้นที่ต่างมีรายได้เข้ากระเป๋าเป็นจำนวนมากขึ้น ทำให้ความต้องการที่จะบริโภคสินค้าที่แปลกใหม่ รวมถึงหันมาให้ความสนใจในการแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นครเฉิงตู ศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนตะวันตก
Modified:22/08/2013 14:31:35
-
China XD ยักษ์ใหญ่อุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าของจีนจากส่านซีเบนเข็ม! เร่งเปิดตลาดในเอเชียและแอฟริกาแทนสหภาพยุโรปและอเมริกา
XD Group (中国西电集团有限公司)รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์รายใหญ่ของจีนโดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนให้ก้าวออกไปลงทุนยังต่างประเทศ ล่าสุดเล็งขยายการลงทุนในเอเชียและแอฟริกาแทนสหภาพยุโรปและอเมริกาที่กำลังซื้อลดลงModified:23/08/2013 09:03:43
-
สหรัฐฯ ต่อเวลาห้ามนำเข้าหยกและทับทิมจากเมียนมาร์
“หยก” ในเมียนมาร์ขึ้นชื่อว่าเป็นหยกที่ดีที่สุดในโลกซึ่งอยู่แถบภูเขาคะฉิ่น และเป็นที่ต้องการซื้อของตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก เพราะเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ...Modified:21/08/2013 15:03:57
-
คลังสมองจีนชี้ : ภาวะหนี้สินจีนไม่เกิดวิกฤตในระยะสั้น แต่ต้องปฏิรูประบบการเงิน
ศูนย์การวิจัยการพัฒนาภายใต้สังกัดคณะรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นคลังสมองเบอร์หนึ่งของจีน ได้เผยรายงานระบุว่า ตั้งแต่สิ้นปี 2553 จนถึงปัจจุบัน มูลค่าหนี้สินของรัฐบาลจีนเท่ากับ 11.3 ล้านล้านหยวน โดยอัตราสินทรัพย์และหนี้สินในภาคสาธารณะของจีนอยู่ในระดับกลางตามมาตรฐานสากล ดังนั้น คงยังไม่เกิดวิกฤตหนี้สินในระยะสั้น แต่รายงานเตือนว่า ตามที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างรายได้และรายจ่ายขยายกว้างมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สินของสินทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นModified:23/08/2013 10:00:37
-
จีนเตรียมเปิดตลาดนำเข้าน้ำมันดิบ โรงกลั่นน้ำมันที่ได้รับการอนุญาตนำเข้าน้ำมันมีมากขึ้น
ทางการจีนกำลังพิจารณาเปิดตลาดน้ำมันดิบ โดยแบ่งโควต้าการนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันที่พิจารณาแล้วได้มาตรฐาน นอกเหนือจากรัฐวิหากกิจที่เป็นผู้นำเข้าอยู่ ซึ่งในรายงาน ความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงและการปรับโครงสร้างการส่งออกและการนำเข้า ของสำนักงานคณะรัฐมนตรีจีนที่ประกาศ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 56 ระบุว่า ทางการจีนจะอนุญาตให้โรงกลั่นน้ำมันที่ได้มาตรฐานในด้านรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและการใช้พลังงานสามารถนำเข้าน้ำมันดิบมากขึ้นModified:20/08/2013 15:23:39
-
สรุปการบรรยาย Road Show สภาธุรกิจตลาดทุนไทย!! รู้จักตลาดทุน ?
เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จัดงาน Road Show เพื่อให้บุคลากรของกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบองค์ความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนไทยModified:16/08/2013 12:01:07
-
The 4th ASEAN Connectivity Symposium: Partnering Private Sector for ASEAN Connectivity
กระทรวงการต่างประเทศและการค้าบรูไน (กตค.) ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมการสัมมนาด้านความเชื่อมโยงอาเซียนครั้งที่ 4 (The 4th ASEAN Connectivity Symposium) ในหัวข้อ “Partnering Private Sector for ASEAN Connectivity” ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ICC บันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนModified:02/09/2013 11:43:25
-
ลุยเต็มที่!! กว่างซีขออนุมัติผิงเสียงเป็น "เขตทดลองการค้าเสรีชายแดน"
หลายเดือนมานี้ ทางการกว่างซีทุกภาคส่วนได้เดินหน้าผลักดันการขออนุมัติจัดตั้งอำเภอระดับเมืองผิงเสียง (Pingxiang City, 凭祥市) เป็น “เขตทดลองการค้าเสรีชายแดน”Modified:19/08/2013 08:32:48
-
ผลการประมูลโครงการโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ปตท.
คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทยเตรียมประกาศผลการประมูลผู้เข้าร่วมถือหุ้นโครงการโรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi ของบริษัท ปตท. ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ นาง เจิ่น ถิ ทู ห่าModified:23/08/2013 09:44:18
-
บริษัท ปตท. ตั้งเป้าโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในเวียดนาม
คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทยเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับโครงการการลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi จังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐModified:23/08/2013 09:27:24
-
นักลงทุนไทยสนใจลงทุนในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น
เวียดนามเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครโฮจิมินห์ ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงควรปรับยุทธศาสตร์การลงทุน ให้มากกว่าการมุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวModified:23/08/2013 09:47:25
-
ยานยนต์และชิ้นส่วน
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนมายาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคเอเชีย ดังจะเห็นได้จากยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2555 ที่ผ่านมาซึ่งไทยสามารถผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 2,453,717 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดรอบ 51 ปี และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลกไปแล้วในขณะนี้
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยส่งออกไปขายทั่วโลกมีตลาดใหญ่ที่สุดคือ เอเชีย คิดเป็นสัดส่วน 32% ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยตะวันออกกลาง 26% ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย 20% อเมริกาใต้ 12% ยุโรป 7% และแอฟริกาใต้ 3%
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
Sorted by relevance | Sort by date
