ค้นหา
-
MIHAS มาเลย์ชวนไทยจับคู่ธุรกิจฮาลาล
"มาเทรด" กรมส่งเสริมการส่งออกมาเลเซียเชิญชวนเอกชนไทยร่วมงาน MIHAS งานสินค้าและบริการฮาลาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกModified:31/03/2015 09:58:57
-
EU ให้อำนาจประเทศสมาชิกเลือกอนุญาตให้ปลูกหรือห้ามปลูกพืช GM ได้
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2558 สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Directive (EU) 2015/412 of the European Parliament and of the Council of 11 March 2015 amending Directive 2001/18/EC as regards the possibility for the Member States to restrict or prohibit the cultivation of genetically modified organisms (GMOs) in their territory ใน EU Official Journal L68/1 ซึ่งเป็นการให้อำนาจแก่ประเทศ สมาชิก EU ที่จะสามารถเลือกอนุญาตให้มีการปลูกหรือห้ามปลูกพืชที่มีการดัดแปลงทางพันธุกรรม (genetically modified organisms : GMOs) ในประเทศของตนได้ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้...Modified:31/03/2015 11:05:08
-
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและงานแสดงสินค้า Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 30 มีนาคม – 1เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ
หลายท่านอาจคุ้นเคยและรู้จักสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ในฐานะประเทศเศรษฐีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก แต่คงอาจไม่ทราบว่า รายได้ของยูเออีไม่ได้มาจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงทางเดียวเท่านั้น แต่ยังมาจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ภายในประเทศซึ่งเป็นสาขาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของยูเออีในปัจจุบัน ได้แก่ การท่องเที่ยว การก่อสร้าง โลจิสติกส์ การเงินและการธนาคาร
ยูเออีมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และจากการจัดลำดับของ World Economic Forum ยูเออีจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจมากที่สุดของโลก นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาทำให้ยูเออีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าในตะวันออกกลางและเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ปัจจุบันรัฐบาลยูเออีกำลังให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาเพื่อขยายฐานทางเศรษฐกิจ รัฐบาลพยายามส่งเสริมการค้า การลงทุนของต่างชาติในเขตเศรษฐกิจเสรี (Economic Free Zone) ทั้งที่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการใช้ยูเออีเป็นฐานกระจายสินค้า
ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปศึกษาลู่ทางและทำการค้าการลงทุนในดินแดนแห่งนี้
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีว่า กระทรวงเศรษฐกิจแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการค้าการลงทุนจากต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมและจัดแสดงสินค้าในงาน Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Annual Investment Meeting (AIM) จะจัดขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่ 5 เพื่อเป็นเวทีในการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแนวโน้มและสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนทั่วโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน คือ “Sustainable Development through FDI Induced Innovation and Technology Transfer”
ภายใต้การประชุม AIM 2015 จะมีการจัดแสดงสินค้าและบริการจากหลากหลายสาขาธุรกิจ ได้แก่ สาขาพลังงาน การก่อสร้าง การศึกษา การเงินและการธนาคาร การเหมืองแร่ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเกษตรและอาหาร อาหารทะเล ยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี มีความเห็นว่า การเข้าร่วมงานฯ นี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะได้พบปะกับผู้ประกอบการต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากทั่วโลกที่มีศักยภาพ และถือเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพการค้าการลงทุนของประเทศไทยในเวทีนานาชาติได้อีกทางหนึ่ง
ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ www.aimcongress.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้จัดงานโดยตรง คือ กระทรวงเศรษฐกิจยูเออี (the United Arab Emirates Ministry of Economy) โทร. +971 4 314 1555 อีเมล์: [email protected] และ [email protected]
Modified:12/01/2015 15:40:07
-
ความสำเร็จของ MARKS AND SPENCER ในอินเดีย
Modified:30/03/2015 14:52:44
-
บราซิล
สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นประเทศใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในอเมริกาใต้ เคยมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 7.3 แต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ได้เกิดวิกฤตการณ์เสถียรภาพทางการเงิน มีปัญหาเงินเฟ้อและขาดดุลการชำระเงิน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินด้วยการสร้างวินัยการเงิน ปล่อยค่าเงินลอยตัวและลดภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงทบทวนนโยบายการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า มากว่า 35 ปี ทำให้เศรษฐกิจบราซิลมีลักษณะปิดและปกป้องตัวเอง
ในเวลาต่อมารัฐบาลได้แสดงเจตจำนงในการใช้หนี้ต่างประเทศ ทำให้หนี้ต่างประเทศของบราซิลลดเหลือร้อยละ 11.6 ของ GDP ในปี 2552 นอกจากนี้ การตัดสินใจให้กู้เงินจำนวน 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2555 บราซิลมีอัตราการขยายตัวของ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3
Modified:19/03/2015 16:54:07
-
นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยนิดเพียง 4 ล้านคนเศษ แต่จัดว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในระดับสากล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆ คือ การแปรรูปอาหาร ไม้ สิ่งทอ เครื่องจักร ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อะลูมิเนียม และกษตรกรรม แต่อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันแรกของนิวซีแลนด์คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้านิวซีแลนด์ประมาณปีละ 2-3 ล้านคน ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามตามแบบธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ จากการปฏิรูประบบเศรษฐกิจแบบครอบคลุมในปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 ทำให้นิวซีแลนด์มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และได้พัฒนาเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
Modified:19/03/2015 16:38:09
-
ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ของโลกถือเป็นประเทศพัฒนาประเทศแรกๆ ที่สามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินของสหรัฐและของโลกเมื่อปี 2008 และจากการฟื้นตัวจากอุทกภัยเมื่อปลายปี 2010 และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเหมืองแร่และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ เหล็ก และเหมืองแร่ ซึ่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศออสเตรเลียขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการบริการการค้าปลีก (Retail services) อุตสาหกรรมการผลิตและการท่องเที่ยวยังคงกำลังฟื้นตัว
โดยรัฐบาลออสเตรเลียให้ความสนับสนุนในการเจรจาเรื่องความตกลงการค้าเสรี ซึ่งมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO และส่งเสริมให้เกิดระบบการค้าหลายทางความตกลงการค้าเสรีจะช่วยส่งเสริมให้การค้าระหว่างประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนขยายกิจการเข้าสู่ตลาดในหลายประเทศได้ ซึ่งทำให้ได้รับผลประโยชน์รวดเร็วกว่าผ่านการค้าแบบภูมิภาค
Modified:19/03/2015 16:23:40
-
อุซเบกิสถาน
สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (Republic of Uzbekistan) ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นเชื้อชาติเดี่ยวได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม CIS (The Commonwealth of Independent States) หรือกลุ่มประเทศที่เกิดจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตนั่นเอง ซึ่งกลุ่มอดีตประเทศในปกครองสหภาพโซเวียตนี้จะเป็นเขตปลอดภาษีซึ่งกันและกัน (Free Trade Zone) สำหรับอุซเบกิสถานปริมาณการค้าขายกับประเทศในกลุ่ม CIS มีถึงร้อยละ 43 ของการค้าทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลงดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าและส่งออกในสินค้าทุกชนิดที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสมาชิก
ภายหลังได้รับอิสรภาพอุซเบกิสถานก้าวหน้าอย่างมั่นคงในทุกๆ ด้านโดยได้มีการดำเนินการประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางสังคม ความพยายามดังกล่าวได้รับการยืนยันความสำเร็จจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจมีถึงร้อยละ 45 การเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรม 1.6 เท่า การเพิ่มผลผลิตทางเกษตรกรรม 1.5 เท่า การค้าขายระหว่างประเทศ 1.7 เท่า ทองคำและเงินตราต่างประเทศ 3.7 เท่า ความเติบโต GDP เติบโตร้อยละ 7-8 และอัตราเฟ้อลดลงร้อยละ 26-29
Modified:19/03/2015 16:18:00
-
จีน
จีน (china) เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีฐานะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ ประกอบกับมีนโยบายพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด และด้วยความที่จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มากในเอเชีย มีประชากรและกำลังซื้อที่สูง โอกาสที่ผู้ลงทุนรวมถึงนักธุรกิจไทยจะเติบโตไปพร้อมกับตลาดจีน จึงมีโอกาสค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังมีปัจจัยหนุนอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม การมีเส้นทางขนส่งที่เชื่อมถึงกัน และความสัมพันธ์ทั้งทางด้านเชื้อชาติ การค้าและการทูตที่มีต่อกันมายาวนาน
Modified:19/03/2015 16:17:15
-
เวียดนาม
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอินโดจีนที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองของเหล่านักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเวียดนามมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดีและปรับตัวในทิศทางที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศโดยการให้สิทธิประโยชน์หลายประการอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่เวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เมื่อปี 2550 ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งเปิดเสรีการลงทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ WTO ยิ่งส่งผลให้เวียดนามน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทยมากขึ้น
Modified:19/03/2015 16:16:39
-
เมียนมาร์
ปัจจุบันพม่าหรือเมียนมาร์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
Modified:19/03/2015 16:15:13
-
มาเลเซีย
มาเลเซีย (Malaysia) ประเทศที่มีพรมแดนติดกับทางใต้ของประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศ ยังเป็นสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่มอีกด้วย ที่สำคัญ ในปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ประเทศสมาชิกต้องเปิดเสรีทางการค้า สินค้า บริการ การลงทุน รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งก่อนที่ AEC จะเริ่มต้นขึ้น นักลงทุนควรทำความเข้าใจกับประเทศมาเลเซีย เสียก่อน
Modified:19/03/2015 16:14:29
-
กัมพูชา
แม้ว่ากัมพูชาจะเป็นตลาดที่ไม่ใหญ่นัก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆของไทย แต่ก็เป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากในแง่การค้าชายแดน และเริ่มที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตใหม่ของกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งมีต้นทุนแรงงานยังไม่สูงนัก และอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ กัมพูชายังมีเส้นทางโลจิสติกส์ทั้งทางบก และทางน้ำที่เชื่อมโยงการค้าไปยังเวียดนาม จีน และประเทศอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น กัมพูชาจึงนับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่จะสร้างโอกาสการค้า และการลงทุนให้กับนักธุรกิจไทย
Modified:19/03/2015 16:13:15
-
สาธารณรัฐสโลวีเนีย
สาธารณรัฐสโลวีเนีย (The Republic of Slovenia) ตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรปกลาง มีพื้นที่ประมาณ 20,273 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทย 25 เท่า) มีพรมแดนทิศเหนือติดออสเตรีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดฮังการี ทิศตะวันตกติดอิตาลี ทิศตะวันออก และทิศใต้ติดโครเอเชีย มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอเดรียติก
สภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนประมาณ 21 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 0 องศาเซลเซียส
Modified:19/03/2015 13:59:15
-
รัสเซีย
สหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) นับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 140 ล้านคน ทั้งยังมีพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 ทวีป คือ เอเชีย และยุโรป นอกจากนี้ รัสเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติสำคัญหลายชนิด อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน อัญมณี และแร่ต่างๆ และมีนโยบายส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ซึ่งไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซียได้ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย โรงแรม บริการซ่อมรถยนต์และอะไหล่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
Modified:19/03/2015 13:54:52
-
ศรีลังกา
ศรีลังกา (Sri Lanka) เป็นประเทศที่มีชื่อด้านสินค้าและการส่งออกจำพวกชา กาแฟ มะพร้าว ไม้สัก ยาง และอบเชย รวมถึงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเพาะปลูกที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย นั่นก็คือ ชาซีลอน ที่ถือกันว่าดีที่สุดตราบจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ ศรีลังกายังมีความงามทางธรรมชาติของป่าไม้เขตร้อน ชายหาด และภูมิทัศน์ที่สวยงาม อีกทั้งมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ทำให้ศรีลังกาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก ซึ่งก็ได้รับการออกเสียงให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 เมื่อปี 2553 จากนิตยสารเนชันแนลจีโอกราฟิก นอกจากนั้น ด้วยความที่มีเสถียรภาพทางการเมือง ศรีลังกา จึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากกฎหมายมีความโปร่งใสและเอื้อต่อธุรกิจ
Modified:19/03/2015 13:31:49
-
ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น (Japan) ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือ เกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญ ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีจีดีพีสูงเป็นอันดับสามของโลกในปี พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ G8 โออีซีดี และเอเปค ซึ่งเมื่อพิจารณาในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจแล้ว ญี่ปุ่นเป็นฐานลงทุนเพื่อการส่งออกที่ค่อนข้างมีความได้เปรียบ เนื่องจากนานาชาติมีความเชื่อมั่นในสินค้าของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
Modified:19/03/2015 13:30:36
-
คูเวต
คูเวต (Kuwait) เป็นประเทศเล็กๆ ในเอเชียตะวันออกกลาง แต่เป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีและร่ำรวยจากการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งเคยได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Financial Times ให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับหนึ่งในภูมิภาค นอกจากนี้ คูเวตยังเป็นตลาดการค้าที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีความต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภคจากต่างประเทศ ชาวคูเวตมีกำลังซื้อสูง รวมทั้งมีภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราที่สูง ทั้งยังมีปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการเป็นประตูการค้าไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค นับเป็นฐานในการทำการค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลางที่น่าจับตามองModified:19/03/2015 13:27:01
-
คาซัคสถาน
สาธารณรัฐคาซัคสถาน (Republic of Kazakhstan) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางในทวีปเอเชีย ก่อนปี 2533 ระบบเศรษฐกิจคาซัคสถานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการแบ่งการผลิตของสหภาพโซเวียต โดยถูกกำหนดให้มีความชำนาญด้านเกษตรกรรมตามโครงการดินแดนบริสุทธิ์ฮรุชชอฟ (Khrushchev Virgin Lands) ส่วนอุตสาหกรรมหลักขึ้นอยู่กับการขุดเจาะน้ำมันและการทำเหมืองแร่ การผสมโลหะ และการสกัดแร่ธาตุ ตลอดจนการผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เครื่องมือก่อสร้าง รถแทรกเตอร์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร
ภายหลังการสลายตัวของสหภาพโซเวียตความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลหนักซึ่งเป็นสินค้าหลักของคาซัคสถานได้ลดลง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก อัตราเงินเฟ้อสูงและมูลค่า Real GDP ลดลงมากกว่าร้อยละ 5 รัฐบาลคาซัคสถานจึงทำการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตกสู่ภาคเอกชน อัตราการเจริญเติบโตของประเทศก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น
Modified:19/03/2015 13:26:06
Sorted by relevance | Sort by date
