ค้นหา
-
“SelectUSA” อีกตัวช่วยธุรกิจไทยไปสหรัฐฯ
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ จ้างงานเพิ่มขึ้นมากขึ้นถึง 12 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้อัตราการว่างงานในประเทศลดเหลือเพียง 5.5% แนวโน้มทางบวกนี้ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ เริ่มหลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ และกำลังก้าวสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามลำดับModified:09/04/2015 11:48:37
-
สถานการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่น่าสนใจ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...Modified:07/04/2015 15:48:11
-
GDP ติดอันดับ 3 ของจีน แต่ทำไมชาวมณฑลซานตงกลับไปเที่ยวไทยเพียง 1%
ข้อมูลจากสำนักสถิติแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงให้เห็นว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) จำแนกตามมณฑลนั้น GDP ของมณฑลซานตงในปี ค.ศ. 2013 มีมูลค่าถึง 5.91ล้านล้านหยวน คิดเป็นอันดับ 3 ของมูลค่า GDP ที่สูงที่สุดของประเทศ รองจากมณฑลกว่างตงและมณฑลเจียงซู อย่างไรก็ดี พบว่านักท่องเที่ยวจากมณฑลซานตงเดินทางไปเที่ยวไทยในปี ค.ศ. 2013 มีจำนวนเพียง 5 หมื่นกว่าคน หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวไทยถึง 4.7 ล้านคนModified:07/04/2015 15:42:37
-
ชาวฉงชิ่งฮิตไป “ไทย” มากสุดช่วงหยุดตรุษจีน
ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมานั้น ชาวฉงชิ่งได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงตลอดปีที่ผ่านมา กระแสไปเที่ยวไทยยังแรงไม่มีตก จึงทำให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของชาวฉงชิ่งในปีใหม่นี้Modified:03/04/2015 11:10:00
-
เชื่อม ”ประตูการค้า” ผ่านงานแสดงสินค้าในเปรู
ถึงแม้เปรูจะอยู่อีกซีกโลกของไทย แต่เชื่อว่าหลายคนคงเคยฝันที่จะไปท่องเที่ยวในดินแดนแห่ง อารยธรรมของชนเผ่าอินคาหรือที่รู้จักในนาม “มาชูปิกชู (Machu Picchu)” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่ง ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกModified:31/03/2015 13:46:55
-
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและงานแสดงสินค้า Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 30 มีนาคม – 1เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ
หลายท่านอาจคุ้นเคยและรู้จักสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ในฐานะประเทศเศรษฐีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก แต่คงอาจไม่ทราบว่า รายได้ของยูเออีไม่ได้มาจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงทางเดียวเท่านั้น แต่ยังมาจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ภายในประเทศซึ่งเป็นสาขาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของยูเออีในปัจจุบัน ได้แก่ การท่องเที่ยว การก่อสร้าง โลจิสติกส์ การเงินและการธนาคาร
ยูเออีมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และจากการจัดลำดับของ World Economic Forum ยูเออีจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจมากที่สุดของโลก นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาทำให้ยูเออีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าในตะวันออกกลางและเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ปัจจุบันรัฐบาลยูเออีกำลังให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาเพื่อขยายฐานทางเศรษฐกิจ รัฐบาลพยายามส่งเสริมการค้า การลงทุนของต่างชาติในเขตเศรษฐกิจเสรี (Economic Free Zone) ทั้งที่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการใช้ยูเออีเป็นฐานกระจายสินค้า
ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปศึกษาลู่ทางและทำการค้าการลงทุนในดินแดนแห่งนี้
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีว่า กระทรวงเศรษฐกิจแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการค้าการลงทุนจากต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมและจัดแสดงสินค้าในงาน Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Annual Investment Meeting (AIM) จะจัดขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่ 5 เพื่อเป็นเวทีในการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแนวโน้มและสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนทั่วโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน คือ “Sustainable Development through FDI Induced Innovation and Technology Transfer”
ภายใต้การประชุม AIM 2015 จะมีการจัดแสดงสินค้าและบริการจากหลากหลายสาขาธุรกิจ ได้แก่ สาขาพลังงาน การก่อสร้าง การศึกษา การเงินและการธนาคาร การเหมืองแร่ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเกษตรและอาหาร อาหารทะเล ยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี มีความเห็นว่า การเข้าร่วมงานฯ นี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะได้พบปะกับผู้ประกอบการต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากทั่วโลกที่มีศักยภาพ และถือเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพการค้าการลงทุนของประเทศไทยในเวทีนานาชาติได้อีกทางหนึ่ง
ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ www.aimcongress.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้จัดงานโดยตรง คือ กระทรวงเศรษฐกิจยูเออี (the United Arab Emirates Ministry of Economy) โทร. +971 4 314 1555 อีเมล์: [email protected] และ [email protected]
Modified:12/01/2015 15:40:07
-
ความสำเร็จของ MARKS AND SPENCER ในอินเดีย
Modified:30/03/2015 14:52:44
-
แอฟริกาใต้เอาจริง เตรียมจำกัดสิทธิถือครองที่ดิน
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย (ประเทศแอฟริกาใต้) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการถือครองที่ดิน (The Land Holdings Bill)Modified:27/03/2015 10:59:02
-
พัฒนาอินเดียใน 7 ปี เอกชนไทยช่วยได้
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียของนายนเรนทร โมดี นายกรัฐมนตรีนักคิดนอกกรอบ ก็ได้ฤกษ์แถลงแผนใช้จ่ายงบประมาณประจำปีฉบับเต็มฉบับแรกต่อสภาผู้แทนราษฎรอินเดีย หลังจากเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่เดือนมิถุยายน 2557...Modified:24/03/2015 10:01:50
-
กวางตุ้งหวัง “เขตการค้าเสรี” เร่งผลักดันการลงทุน
Modified:20/03/2015 10:48:21
-
มาดากัสการ์
สาธารณรัฐมาดากัสการ์ (Republic of Madagascar) เป็นประเทศหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งแร่หลายชนิดหลายประเภท ทั้งแร่โลหะ แร่อุตสาหกรรมและแร่รัตนชาติ แร่เหล่านั้นได้แก่ บ๊อกไซท์ ถ่านหิน ทองแดง ตะกั่ว แมงกานีส นิเกิล ดีบุก พลอย แต่มาดากัสการ์ยังขาดแคลนเงินทุนในการสำรวจแร่ ดังนั้น จึงยังมีแหล่งแร่อีกมากที่รอการสำรวจและค้นพบจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนอกเหนือจากแหล่งแร่ที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนแล้ว ค่าจ้างแรงงานในมาดากัสการ์ยังค่อนข้างถูก การแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างน้อย รัฐมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างชาติและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเหมืองแร่ยังไม่เข้มงวดมากนัก
Modified:19/03/2015 16:51:57
-
นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยนิดเพียง 4 ล้านคนเศษ แต่จัดว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในระดับสากล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆ คือ การแปรรูปอาหาร ไม้ สิ่งทอ เครื่องจักร ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อะลูมิเนียม และกษตรกรรม แต่อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันแรกของนิวซีแลนด์คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้านิวซีแลนด์ประมาณปีละ 2-3 ล้านคน ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามตามแบบธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ จากการปฏิรูประบบเศรษฐกิจแบบครอบคลุมในปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 ทำให้นิวซีแลนด์มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และได้พัฒนาเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
Modified:19/03/2015 16:38:09
-
ปาปัวนิวกินี
ปาปัวนิวกินี (Independent State of Papua New Guinea) เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการประมง เหมืองแร่ทองแดง ทองคำ และเนื่องจากความสัมพันธ์ทางการเมืองที่มีมากับออสเตรเลีย จึงทำให้การค้าและเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จะได้มาจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ทางการปาปัวนิวกีนีพยายามส่งเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และทดแทนการทำเหมือง และการขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติหากหมดไป อย่างไรก็ดี ระบบคมนาคมและระบบพื้นฐานต่างๆ ของปาปัวนิวกินีมีความล้าสมัยและต้องการปรับปรุง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่มีการพัฒนาและเป็นหุบเขายากแก่การเข้าถึงจึงทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ
Modified:19/03/2015 16:23:29
-
เบลเยียม
ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium) เป็นประเทศที่มีจุดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน เป็นประตูเข้าสู่ยุโรปภาคพื้นทวีป และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เมืองใหญ่หลายเมืองในยุโรป มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคาร เป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศหลายองค์กรอีกด้วย
เบลเยียมเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรี โดยเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคบริการและการค้าระหว่างประเทศ อาศัยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด จากการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุนโดย World Economic Forum ในรายงานปี 2011-2012 ระบุว่า เบลเยียมเป็นประเทศที่มี competitiveness ด้านการค้าการลงทุนเป็นอันดับที่ 15 ของโลก (จาก 142 ประเทศ)
Modified:19/03/2015 16:18:55
-
เวียดนาม
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอินโดจีนที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองของเหล่านักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเวียดนามมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดีและปรับตัวในทิศทางที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศโดยการให้สิทธิประโยชน์หลายประการอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่เวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เมื่อปี 2550 ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งเปิดเสรีการลงทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ WTO ยิ่งส่งผลให้เวียดนามน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทยมากขึ้น
Modified:19/03/2015 16:16:39
-
เยอรมนี
สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany Bundesrepublik Deutschland) เป็นประเทศที่มีทำเลที่ตั้งเหมาะสม อยู่กึ่งกลางทวีปยุโรป มีโครงสร้างการคมนาคมการสื่อสารทีดีมาก สามารถเป็นประตูการค้าไปสู่ประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออกได้อย่างดี ทั้งยังเป็นประเทศที่มีเสรี อนุญาตให้ทำการค้าและการลงทุนในสาขาต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดโดยเฉพาะใดๆ สำหรับชาวต่างชาติ กฎ ข้อบังคับและระเบียบต่างๆ จะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับคนเยอรมัน แต่เนื่องจากระเบียบเข้มงวดรัดกุมมาก และส่วนใหญ่ยังใช้ภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้การค้าการลงทุนและการดำเนินการต่างๆ ไม่สะดวกเท่าที่ควร
โดยที่ผ่านมายังคงมีการก่อตั้งกิจการจำนวนมากขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจการให้บริการ ซึ่งปัจจุบันกิจการประเภทนี้มีส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งสิ้นในเยอรมนี หรือประมาณกว่า 2 ล้านกิจการ สำหรับธุรกิจอื่นๆ ที่ยังคงสามารถก่อตั้งดำเนินการในเยอรมนีได้ อาทิ กิจการด้านสุขภาพ เสริมความงามการขนส่ง การท่องเที่ยว เป็นต้น
Modified:19/03/2015 14:10:57
-
เดนมาร์ก
ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ( Kingdom of Denmark) เป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มแสกนดิเนเวีย มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจมาจากเกษตรกรรม ซึ่งปัจจุบันก็มีทั้งการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเป็นที่รู้จักในเรื่องของฟาร์มโคนม และโด่งดังในเรื่องตำนานของชาวไวกิ้งหรือเหล่านักรบที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนเรือ ก่อนจะอพยพมาสร้างถิ่นฐานบนภาคพื้นทวีปแถบแสกนดิเนเวียในปัจจุบัน เดนมาร์กจัดเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็ก แต่มีความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสูง และมีข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านระบบสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบการเงินการธนาคาร ตลาดทุน อีกทั้งรัฐบาลไม่มีข้อกีดกันการลงทุนต่างชาติ บริษัทต่างชาติได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันกับบริษัทเดนมาร์ก และเดนมาร์กยังมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงอีกด้วย
Modified:19/03/2015 14:08:57
-
เนเธอร์แลนด์
ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (The King of the Netherlands) เป็นประตูสู่ยุโรปตะวันตกเนื่องจากมีโครงสร้างคมนาคมและท่าเรือเมืองรอตเทอร์ดามที่สามารถกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรปด้วยความรวดเร็ว เป็นประเทศที่เปิดเสรีแก่การค้าและการลงทุนแก่ต่างชาติ รวมทั้งแก่ธุรกิจของประเทศนอกสหภาพยุโรป และมีข้อตกลงด้านภาษีกับประเทศต่างๆ จำนวนมาก เนเธอร์แลนด์จึงเป็นที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาคของบริษัทระหว่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ ชาวเนเธอร์แลนด์ส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ข้อจำกัดด้านภาษาจึงน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ
Modified:19/03/2015 14:05:26
-
รัสเซีย
สหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) นับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 140 ล้านคน ทั้งยังมีพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 ทวีป คือ เอเชีย และยุโรป นอกจากนี้ รัสเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติสำคัญหลายชนิด อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน อัญมณี และแร่ต่างๆ และมีนโยบายส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ซึ่งไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซียได้ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย โรงแรม บริการซ่อมรถยนต์และอะไหล่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
Modified:19/03/2015 13:54:52
-
สวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) มีชื่อทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส เป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก แต่นับเป็นประเทศที่มีความสำคัญ ในด้านการลงทุนในระดับนานาชาติมาเป็นระยะเวลานาน ทั้งในฐานะผู้ลงทุน และประเทศเจ้าบ้านสำหรับบริษัทต่างชาติ เนื่องจากมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ใจกลางทวีปยุโรป ความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเมือง และมีความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ยังมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับการลงทุน โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติสิทธิขั้นพื้นฐานแก่ชาวสวิสและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน สิทธิในการจ้างงาน และเสรีภาพในด้านการค้า ชาวต่างชาติสามารถลงทุนได้ในทุกสาขาโดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นกิจการที่ภาครัฐเป็นผู้ถือเอกสิทธิในการดำเนินการเท่านั้น
Modified:19/03/2015 13:49:19
Sorted by relevance | Sort by date
