ค้นหา
About 601 results
-
ผู้ประกอบการพลังงานเตรียมเฮ! บรูไนเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอการลงทุน ออกแบบ ก่อสร้าง และดำเนินงาน ฐานปฏิบัติการสำหรับกิจการด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ “Integrated Marine Supply Base” (IMSB) ที่เขตมัวราและเซอราซา
บรูไน-เศรษฐีน้ำมันรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก โดยกว่า 90% ของการส่งออกทั้งหมดของบรูไนคือการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศปัจจุบันรัฐบาลบรูไนมีมาตรการเปิดเสรีด้านการค้าการลงทุนในธุรกิจสาขาต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจสาขาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นสาขาธุรกิจที่มีศักยภาพจากจุดแข็งด้านความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนภายในประเทศของรัฐบาลบรูไน ทำให้บรูไนเป็นอีกหนึ่งประเทศตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนสถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน ฝากข่าวมาประชาสัมพันธ์ว่า คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจบรูไน (Brunei Economic Development Board: BEDB) กำลังเปิดรับสมัครภาคเอกชนจากประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ให้ยื่นข้อเสนอการลงทุน ออกแบบ ก่อสร้าง และดำเนินงานฐานปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติงานทางทะเลแบบครอบคลุม (Integrated Marine Supply Base: IMSB) ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการด้านโลจิสติกส์สำหรับกิจการด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่เขตมัวราและเซอราซาของประเทศบรูไนผู้สนใจ สามารถส่งเอกสารแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ (Expression of Interest: EOI) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนไปที่อี-เมล์: [email protected] โดยระบุชื่อเรื่องของอี-เมล์ว่า “Expression of Interest to Design, Build, Finance and Operate an IMSB” โดยฝ่ายประสานงานโครงการแจ้งวันหมดเขตรับสมัครคือ วันที่ 27 ตุลาคม 2557 เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศบรูไนทั้งนี้ ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ได้ที่เว็บไซต์www.bedb.com.bn/news_tender.php หรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของ BEDB โดยตรง โทรศัพท์ (673) 2230111 โทรสาร (673) 2230063
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศกระทรวงการต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวันอีเมล์: [email protected]
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : www.aseanwatch.orgModified:08/10/2014 09:48:59
-
รายงานการดำเนินโครงการศึกษาลู่ทางเศรษฐกิจ ณ รัฐ Sonora
ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ คณะทีมประเทศไทย นำโดยนายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโก และฝ่ายการเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจอลิส ได้เดินทางไปจัดโรดโชว์ที่รัฐ Sonora (โซโนร่า) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก ติดชายแดนกับรัฐแอริโซนาของสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งด้านการค้า ความร่วมมือและความสัมพันธ์ระดับประชาชนกับรัฐ SonoraModified:17/09/2014 14:37:35
-
งาน Thai Week ณ โรงแรม Movenpick Muharraq
ในระหว่างวันที่ 17-24 กันยายน 2554 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ร่วมมือกับโรงแรม Movenpick Hotel Bahrain จัดเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย “Thai Week at Movenpick 2011”Modified:22/10/2014 14:01:33
-
ธนาคารกลางยุโรปออกมาตรการพิเศษด้านการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเขตยูโรของสหภาพยุโรป
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 57 เวลา 17.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย คณะมนตรีบริหาร (Governing Council) ของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank - ECB) ได้เห็นชอบการออกมาตรการพิเศษเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นModified:16/09/2014 15:55:51
-
รัฐบาลปากีสถานกำลังเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว
นอกจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมประมง และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของปากีสถานแล้ว อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพไม่แพ้กัน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและโอกาสในการทำธุรกิจที่กำลังมาแรงในปากีสถานสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ อุตสาหกรรมพลังงานปากีสถาน เป็นประเทศที่กำลังประสบวิกฤตการณ์การขาดแคลนกระแสไฟฟ้าภายในประเทศอย่างรุนแรง รัฐบาลปากีสถานจึงต้องเร่งดำเนินการรับมือ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่เกิดขึ้นโดยการออกนโยบายพลังงานแห่งชาติปากีสถาน ซึ่งมีการส่งเสริมให้นักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนด้านพลังงานในปากีสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภทสำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานที่ประเทศปากีสถาน โอกาสเช่นนั้นเดินทางมาถึงท่านแล้ว!!เพราะขณะนี้ กระทรวงน้ำและไฟฟ้าของปากีสถานกำลังเปิดรับสมัครภาคเอกชนจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยที่สนใจ ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ จำนวน 2 โครงการ คือ 1) โครงการ Neckeherdim-Paur กำลัง 80 เมกกะวัตต์ บนแม่น้ำ Yarkun และ 2)โครงการ Turtonas-Uzghor กำลัง 58 เมกกะวัตต์ บนแม่น้ำ Golen Gol ในหุบเขา Chitral ที่รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานกระทรวงน้ำและไฟฟ้าของปากีสถานให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในครั้งนี้ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายโครงการผลิตไฟฟ้า ปี ค.ศ. 2002 ของรัฐบาลปากีสถานซึ่งมีการเสนอสิทธิประโยชน์ที่น่าดึงดูดและจูงใจให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานในปากีสถานเกี่ยวกับเรื่องนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด ให้คำแนะนำว่า “ปากีสถานเป็นประเทศคู่ค้าของไทย อันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียใต้ จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่เป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและการมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเอื้อต่อการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานภายในประเทศ ทำให้ปากีสถานกลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในแง่การค้าและการลงทุนของไทย ผู้ประกอบการไทยควรใช้จุดแข็งดังกล่าว เข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในครั้งนี้”หากสนใจ ท่านสามารถยื่นข้อเสนอโครงการเพียง 1 โครงการ หรือทั้ง 2 โครงการ โดยส่งเอกสาร Expression of Interest (EOI) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน และข้อเสนอโครงการของท่าน ไปที่ Private Power & Infrastructure Board (PPIB) กระทรวงน้ำและไฟฟ้าปากีสถาน ที่อยู่: 50 Nazimuddin Road, F-7/4, Islamabad, Pakistan ภายในวันที่ 13 ตุลาคม 2557 เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของปากีสถานทั้งนี้ ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ได้ที่เว็บไซต์ www.ppib.gov.pk หรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของ PPIB โดยตรง โทรศัพท์ +92 51 9100118-29 โทรสาร +92 51 9100131-32 อี-เมล์: [email protected]
Modified:11/09/2014 15:12:36
-
รัสเซียอ้าแขนซื้อสินค้าไทย“โอกาสทอง” ของผู้ส่งออก
มาตรการตอบโต้ของรัสเซียจึงกลายเป็นโอกาสให้นักธุรกิจจากประเทศอื่น ส่งสินค้าไปรัสเซียได้มากขึ้น เพื่อทดแทนสินค้าจาก EU สหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา และนอร์เวย์ ผู้ส่งออกไทย เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ส่งออกที่สามารถใช้โอกาสสำคัญนี้ได้ โดยตอนนี้ รัสเซียเริ่มผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าบางส่วนแล้
Modified:01/09/2014 11:15:54
-
ไทย-แอฟริกาใต้ เดินหน้ากระชับการค้าการลงทุนหวังแตะเป้าการค้า 9,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2560
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-แอฟริกาใต้ ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ณ กระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี...Modified:27/08/2014 11:36:08
-
งาน Global Investors Summit 8 - 10 ต.ค. 2557 ณ เมือง Indore รัฐมัธยประเทศ
งาน Global Investors Summit ของรัฐมัธยประเทศ เป็นงานสัมมนาและมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจทั้งกับภาคเอกชนและภาครัฐ เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรัฐมัธยประเทศ และเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศหรือต่างรัฐ เป็นงานที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลรัฐมัธยประเทศ ทุก ๆ 2 ปี โดยเมื่อปี 2012 มี partner countries จำนวน 15 ประเทศ บริษัทเอกชน 750 บริษัท มีผู้เข้าร่วมงาน 2,200 คนModified:19/08/2014 13:11:20
-
ธนาคารกลางอินเดียคลอดนโยบายทางการเงินแล้ว !
หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอินเดีย Hindustan Times รายงานว่า ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India – RBI) ได้ประกาศนโยบายล่าสุดทางการเงินแล้ว...Modified:18/08/2014 10:54:20
-
ข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐเบงกอลตะวันตก
สภาพแวดล้อมของรัฐเบงกอลตะวันตกเอื้ออำนวยต่อโครงการลงทุนต่างๆ ปัจจุบัน มูลค่าธุรกิจอุตสาหกรรมเท่ากับประมาณ 10% ของ GDP ของรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้สัดส่วนมูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปีModified:08/08/2014 13:53:34
-
รัฐบาลโมดีแจกแจงงบประมาณประจำปี 2557-2558
เมื่อเร็วๆ นี้ นายอรุณ เชฏลี (Arun Jaitley) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินเดีย ได้แถลงแผนการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ (นายนเรนทรา โมดี) ประจำปี 2557-2558 (สิงหาคม 2557-มีนาคม 2558)...Modified:07/08/2014 18:16:01
-
“ตลาดสดออนไลน์” ช่องทางสร้างรายได้ของ “ผลไม้ OTOP” กว่างซี
เว็บไซต์ข่าวซินหัวเขตฯ กว่างซีจ้วง : ทางการกว่างซีจับมือภาครัฐและภาคเอกชนลุยโปรเจกต์ “ผลไม้ออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Taobao เสริมช่องทางระบายสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า เพิ่มเม็ดเงินรายได้ให้แก่เกษตรกรModified:06/08/2014 17:48:15
-
ไม้กฤษณา การลงทุนที่น่าจับตาในทุกฝีก้าว
เมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม พ.ศ.2557 บริษัท Asia Plantation Capital จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งส่วนหนึ่งได้มีการลงทุนในประเทศไทย ได้ประกาศความร่วมมือเชิงพาณิชย์กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดในอินเดียที่ทำธุรกิจไม้กฤษณา ชื่อว่า Vanadurgi AgarWood India ข่าวนี้ชวนให้หันกลับมาทำความรู้จักกับไม้กฤษณา เพราะราคาขายที่กิโลกรัมละ 100,000-200,000 บาท นั้นคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับผลผลิตจากธรรมชาติประเภทนี้Modified:05/08/2014 16:20:07
-
จัดการปัญหาเร่งด่วน! รัฐบาลโมดีต้องรีบแก้
ปัญหาการว่างงาน และสภาวะเงินเฟ้อ สองปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโมดี ควรเร่งแก้ไข เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ข้อคิดเห็นจากบทความของนาย R N Bhaskar ในหนังสือพิมพ์ชั้นนำของอินเดีย DNA ฉบับประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2557...Modified:29/07/2014 10:55:20
-
New Growth Plan 2014 หมากสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเดนมาร์ก!
รัฐบาลเดนมาร์กออกนโยบาย New Growth Plan 2014 (แผนการเติบโตใหม่) หวังเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ให้ข้อมูล...Modified:24/07/2014 10:34:00
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
New Growth Plan 2014 หมากสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเดนมาร์ก!
รัฐบาลเดนมาร์กออกนโยบาย New Growth Plan 2014 (แผนการเติบโตใหม่) หวังเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกนModified:29/10/2014 14:47:32
-
New Growth Plan 2014 หมากสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเดนมาร์ก!
รัฐบาลเดนมาร์กออกนโยบาย New Growth Plan 2014 (แผนการเติบโตใหม่) หวังเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกนModified:08/03/2016 18:44:13
-
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิลในปี 2557 ที่เพิ่งจบลงไปไม่นาน ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยได้รู้จักประเทศในลาตินอเมริกามากขึ้น เนื่องจากมีประเทศจากลาตินอเมริกาถึง 9 ประเทศที่ได้เข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล
ลาตินอเมริกาตั้งอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่ไทยก็มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในลาตินอเมริกา การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกามีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ในปี 2556 การค้าระหว่างไทยกับลาตินอเมริกามีมูลค่ารวมประมาณ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้มีปริมาณและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยกับลาตินอเมริกาสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีไทยกับประเทศในลาตินอเมริกาเป็นสมาชิก คือ FEALAC
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation - FEALAC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542 มีชื่อเดิมว่า เวทีหารือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (East Asia - Latin America Forum - EALAF) ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 36 ประเทศ (ฝ่ายเอเชียตะวันออก 16 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และมองโกเลีย และฝ่ายลาตินอเมริกา 20 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล โบลิเวีย โคลอมเบีย ชิลี สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ เม็กซิโก ปารากวัย เปรู ปานามา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา คิวบา อุรุกวัย เวเนซุเอลา นิการากัว กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และซูรินาเม) มีประชากรรวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 39 ของประชากรทั้งโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) รวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของทั้งโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของการค้าทั้งโลก จึงเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญมากเวทีหนึ่ง
ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานประจำเอเชียตะวันออกของ FEALAC ในปัจจุบัน ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 15 ที่ Bangkok Convention Centre at CentralWorld ระหว่างวันที่ 19 - 22 สิงหาคม 2557 โดยไทยจะผลักดันให้มีความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศสมาชิก
นอกจากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแล้ว จะมีการจัดการประชุมคณะทำงานของ FEALAC จำนวน 4 คณะ
และไทยจะจัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกาอีก 4 กิจกรรม
ได้แก่ การประชุมสัมมนาด้านการท่องเที่ยว (Tourism Seminar) เวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) การประชุมโต๊ะกลมด้านวิชาการ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Academic/STI Roundtable) และกิจกรรม FEALAC Showcase ซึ่งจะมีนิทรรศการและการออกร้านจากประเทศสมาชิก
กิจกรรมทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างและขยายเครือข่ายของภาคส่วนต่างๆ ของไทยกับประเทศในลาตินอเมริกา และทำให้ประเทศในลาตินอเมริกาได้รับรู้ถึงศักยภาพของประเทศไทยและบทบาทในเวทีระหว่างประเทศของไทยได้ดียิ่งขึ้น
และมีส่วนช่วยให้เกิดความร่วมมือและเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาด้วย
สำหรับเวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) นั้น คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2557 โดยมี theme คือ “Connecting the Two Engines of Global Growth” ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นการสร้างบทบาทนำของภาคเอกชนไทยแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาเป็นอย่างดี
ผู้เข้าร่วมของ FEALAC Business Forum คือผู้แทนหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำของประเทศสมาชิก FEALAC โดยฝ่ายไทยได้เชิญบุคคลสำคัญจากประเทศต่างๆ มาบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างภาคเอกชนในเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา รวมถึงจะมีการบรรยายโดยผู้ทรงคุณวุฒิของไทย ได้แก่ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี อีกด้วย
Modified:22/07/2014 17:39:53
-
กระทรวงการต่างประเทศสำรวจรัฐอัสสัม เตรียมเส้นทางเชื่อมโยงไทย-อินเดีย
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศส่งคณะผู้แทนไปสำรวจพื้นที่ภาคอีสานของอินเดีย เพื่อศึกษาความพร้อมของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นสะพานเชื่อด้านการค้าการลงทุน ระหว่างอินเดียกับอ...
Modified:18/06/2014 14:06:42
Sorted by relevance | Sort by date
