ค้นหา
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
-
ผักและผลไม้
ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
แรงไม่ตก! 7 เดือนแรกปี 56 ยอดการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก
ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง โดยเมื่อวันที่ 12 ส.ค.56 กรมศุลกากรนครฉงชิ่งได้เผยตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกสินค้าในช่วงตั้งแต่ ม.ค.-ก.ค.56 มีมูลค่า 36,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 20.6% โดยแบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 25,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้น 13.4% และการนำเข้ามูลค่า 11,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้นถึง 40.6% ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก และเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศModified:14/08/2013 11:13:20
-
ความมั่นคงทางพลังงานและนโยบายทางการทูตของไทย
พลังงานถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีนัยต่อความมั่นคงและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลไทยมีนโยบายสร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงานโดยเน้นการแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศ...Modified:09/08/2013 17:26:42
-
ปัญหาการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงไทยกับภาพลักษณ์อาเซียน
ปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยถูกยกมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาจากสายตาชาวโลกอีกครั้ง เมื่อสภายุโรปได้จัดฉายภาพยนตร์สั้น ณ ห้องประชุมอาคารสภายุโรป เรื่อง “Sold to the Sea Human Trafficking in Thailand’s Fishing Industry” ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation –EJF)Modified:05/08/2013 12:56:35
-
ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
การขอให้สหภาพยุโรป (อียู) งดเว้นการเก็บอากรกับสินค้าประมงเป็นการชั่วคราว และการขอให้อียูให้โควต้าแก่สินค้าประมงเป็นกรณีพิเศษเป็น 2 ทางเลือกหลักที่ภาครัฐไทยกำลังพิจารณา...Modified:02/08/2013 18:30:10
-
มาตราการ Golden Visa ของโปรตุเกสและการใช้ประโยชน์ของนักลงทุนจีน
ทีมงานไทยยุโรป.เน็ตเคยรายงานเกี่ยวกับมาตราการการให้เครดิตภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่เอกชนต่างชาติที่ลงทุนในโปรตุเกสแล้ว โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลโปรตุเกสในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อชดเชยกับการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศซึ่งประสบกับภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่อง และนอกจากนั้นแล้ว รัฐบาลโปรตุเกสก็ได้ออกมาตรการ “Golden Visa” เพื่อให้สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าและการพำนักในโปรตุเกสและเขตเชงเก้น แก่นักลงทุนจากประเทศนอกกลุ่ม EU ที่ลงทุนในโปรตุเกสมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านยูโร หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 ยูโร ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค. นิตยสารรายสัปดาห์ Visao ของโปรตุเกสได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของนักลงทุนจากจีนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการ…Modified:27/09/2013 18:11:34
-
ครึ่งปีแรก การค้าต่างประเทศเจียงซีโตสูงสุดในมณฑลตอนกลาง
รายงานข่าวระบุว่า แม้สถานการณ์การค้าต่างประเทศของจีนจะเผชิญกับการแข่งขันที่สูง แต่กระนั้น การค้าต่างประเทศของมณฑลเจียงซียังคงเติบโตต่อเนื่อง จากข้อมูลสถิติจากศุลกากร ประจำนครหนานชาง พบว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 การนำเข้าและส่งออกมีมูลค่า 19,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 11.7 โดยเฉพาะการส่งออกที่มีมูลค่า 16,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดเป็นมูลค่าอันดับสูงสุดของมณฑลตอนกลางของจีนModified:18/07/2013 09:16:18
-
สถาน เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ จัดประชุมสัมมนาเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจฯ ประจำปี 2556 หรือ Workshop on “EU Update 2013″
เมื่อ วันที่ 5 – 8 มิถุนายน 2556 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสัมมนาเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจModified:25/07/2013 14:53:04
-
มาตรการด้านภาษีนิติบุคคลเพื่อดึงดูดการลงทุนในโปรตุเกส
มาตรการฯ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลโปรตุเกสในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อชดเชยกับการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศซึ่งประสบกับภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลโปรตุเกสได้ออกมาตรการ “Golden Visa” เพื่อให้สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าและการพำนักในโปรตุเกสและเขตเชงเก้น แก่นักลงทุนจากประเทศนอกกลุ่ม EU ที่ลงทุนในโปรตุเกสมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านยูโร หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 ยูโร ซึ่งเท่าที่ได้รับข่าวสาร พบว่า ยังไม่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุน/มหาเศรษฐีต่างชาติมากเท่าที่รัฐบาลโปรตุเกสต้องการ มีเพียงนักลงทุนจากอินเดีย/ตะวันออกกลาง บางประเทศที่แสดงความสนใจอย่างจริงจังModified:25/07/2013 17:12:00
-
นโยบายด้านการประมงของนอร์เวย์
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา นาย Arne Benjaminsen รักษาการปลัดกระทรวงการประมงและกิจการชายฝั่งนอร์เวย์...Modified:18/07/2013 15:53:57
-
กฏกระทรวงจำกัดการนำเข้าพืชเมืองร้อน
เมื่อประมาณเดือน ม. ค. ๒๕๕๕ ก.เกษตรอินโดนีเซียประกาศ กฎกระทรวง ๓ ฉบับ ได้แก่ กฎกระทรวงหมายเลข ๘๘ (กำหนดรายชื่อพืช ผัก ผลไม้สดที่ต้องตรวจสอบการนำเข้า), หมายเลข ๘๙ (จำกัดจุดนำเข้าพืช ผัก ผลไม้สดตามประกาศเฉพาะท่าเรือ ๓ แห่งที่เมืองเมดาน สุราบายา และมาร์กัสซา และท่าอากาศยาน Soekarno-Hatta), หมายเลข ๙๐ (ควบคุมการนำเข้าพืชชนิดหัว โดยเฉพาะหอมแดง หอมหัวใหญ่ และกระเทียมให้นำเข้าได้เพียง ๔ จุดที่กำหนด) ซึ่งเดิมจะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑๗ มี.ค. ๒๕๕๕ หรือภายใน ๓ เดือนนับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อควบคุมและตรวจสอบโรคพืชที่อาจติดมากับพืช ผัก และผลไม้สด รวมทั้งต้องการควบคุมการลักลอบนำเข้า และต่อมากระทรวงการค้าได้ออกกฎกระทรวงฯ ที่ ๓๐/๒๐๑๒ กำหนดหลักเกณฑ์การนำเข้าพืชผักผลไม้เมืองร้อน ซึ่งรวมถึง ทุเรียน และลำใยModified:29/07/2013 13:20:44
-
ข้อเสนอปฏิรูปกฎระเบียบคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในอาหาร
Modified:25/07/2013 18:23:11
-
Export Helpdesk คู่มือการเจาะตลาดอียูสำหรับผู้ประกอบการไทย
สหภาพยุโรปหรืออียูเป็นตลาดร่วมใหญ่ที่สุดของโลกประกอบด้วยประเทศสมาชิก 28 ประเทศ โดยล่าสุดประเทศโครเอเชียเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกอียูลำดับที่ 28 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 มีผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงกว่า 500 ล้านคน และยังเป็นภูมิภาคหนึ่งของโลกที่มีภาษีนำเข้าค่อนข้างต่ำด้วย นอกจากนี้ อียูยังเป็นสหภาพศุลกากร หรือ Custom Union สินค้าภายในสามารถเคลื่อนย้ายได้เสรีโดยไม่เสียภาษี รวมทั้งใช้อัตราภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ นอกอียูร่วมกันทั้ง 28 ประเทศ ข้อดีคือเมื่อสินค้านำเข้าสามารถผ่านการตรวจสอบทั้งมาตรฐาน คุณภาพ และเสียภาษีนำเข้าอย่างถูกต้อง ณ ด่านศุลกากรของประเทศสมาชิกอียูประเทศใดได้แล้ว สินค้านำเข้านั้นๆ ก็จะได้รับอานิสงค์ของตลาดร่วมอียูด้วย โดยสามารถกระจายไปวางขายที่ใดก็ได้ทั่วอียูโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าซ้ำซ้อนอีกModified:25/07/2013 18:07:19
-
ลัตเวียมีแผนที่จะใช้เงินสกุลยูโร ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2014 เป็นต้นไป
ลัตเวียมีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้เงินสกุลยูโร ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2014 เป็นต้นไป โดยการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภายุโรปในระหว่างการลงคะแนนเสียงเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นาย Burkhard Balz ผู้รับผิดชอบประเด็นนี้ใน รัฐสภายุโรปได้กล่าวว่า การสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอียู เช่น บรัสเซลส์จะช่วยเพิ่มการสนับสนุนจากภาคประชาชนของลัตเวียในให้เปลี่ยนไปใชสกุลเงินเดียวในลัตเวียได้อย่างมาก การสนับสนุนล่าสุดในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 40% และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายโดยรัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรปจะมีขึ้นในวันที่ 9…Modified:27/09/2013 18:12:51
-
Export Helpdesk คู่มือการเจาะตลาดอียูสำหรับผู้ประกอบการไทย
สหภาพยุโรปหรืออียูเป็นตลาดร่วมใหญ่ที่สุดของโลกประกอบด้วยประเทศสมาชิก 28 ประเทศ โดยล่าสุดประเทศโครเอเชียเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกอียูลำดับที่ 28 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 มีผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงกว่า 500 ล้านคน และยังเป็นภูมิภาคหนึ่งของโลกที่มีภาษีนำเข้าค่อนข้างต่ำด้วย นอกจากนี้ อียูยังเป็นสหภาพศุลกากร หรือ Custom Union สินค้าภายในสามารถเคลื่อนย้ายได้เสรีโดยไม่เสียภาษี รวมทั้งใช้อัตราภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ นอกอียูร่วมกันทั้ง 28…Modified:17/07/2013 16:57:10
Sorted by relevance | Sort by date
