ค้นหา
-
นักลงทุนไทยสนใจลงทุนในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น
เวียดนามเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครโฮจิมินห์ ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงควรปรับยุทธศาสตร์การลงทุน ให้มากกว่าการมุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวModified:23/08/2013 09:47:25
-
NDRC ออก 4 มาตรการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E-Commerce
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 56 คณะกรรมาธิการเพื่อการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติจีน (National Development and Reform Commission : NDRC) เผยว่า จะดำเนินมาตรการ 4 ประการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E – Commerce ของจีนModified:19/08/2013 16:02:22
-
อัญมณีและเครื่องประดับ
สินค้าในกลุ่มอัญมณี และเครื่องประดับ นับเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งในฐานะที่เป็นแหล่งอัญมณีที่มีคุณภาพรวมทั้งภูมิปัญญา และฝีมือในการเจียระไนเพชรพลอย ตลอดจนการรังสรรค์เครื่องประดับได้อย่างประณีตสวยงามทรงคุณค่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
ในแง่มูลค่าการค้าไทยมีการส่งออกเครื่องประดับแท้ ได้แก่ เครื่องประดับทอง เงิน แพลทินัม และอื่นๆ มากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ส่งออกเพชรเจียระไนประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และมีมูลค่าการส่งออกพลอยสีต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยมีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน รวมถึงอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
น้ำตาล
น้ำตาล ถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity goods) ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาที่อิงราคาตลาดโลก โดยปัจจุบันไทยมีโรงงานน้ำตาลอยู่กว่า 40 แห่ง กระจายอยู่ตามแหล่งปลูกอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต จนกลายเป็นผลผลิตน้ำตาลทรายราว 80 ล้านกระสอบต่อปี ซึ่งคนไทยมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 30 กิโลกรัม/คน/ปี ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 มีการบริโภคน้ำตาลทรายในประเทศจำนวน 450,621.70 ตัน ในขณะที่การบริโภคในต่างประเทศอยู่ระหว่าง 10-70 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็นการบริโภคโดยรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2555 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4%
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
-
ข้าว
“ข้าวไทย” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และถึงแม้ในระยะหลัง “ข้าวไทย” จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณการผลิตและราคาของประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม หรือแม้กระทั่งการพัฒนาพันธุ์ข้าวของสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ “ข้าวไทย” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาตลาดส่งออกข้าวไทยรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดสำคัญยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา นอกจากนี้ ยังกระจายไปในยุโรป อเมริกา และประเทศในแถบแปซิฟิกใต้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปเจาะตลาดต่างๆทั่วโลก คือชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกประกอบกับข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพด้านรสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกปากของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ชาวเอเชียซึ่งบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก รวมถึงประเทศที่สามารถปลูกข้าวเองได้แต่ยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ อาทิ บังคลาเทศ โอมาน ไนจีเรีย นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดต่างประเทศที่แม้ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวไทยก็ถือเป็นสินค้า premium สำหรับผู้มีรายได้ดีหรือเป็นที่นิยมในหมู่นักการทูตหรือเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในประเทศนั้นๆ เช่น เนปาล เป็นต้น
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
ผักและผลไม้
ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
มณฑลฝูเจี้ยนประกาศปรับเงินเดือนขั้นต่ำล่าสุด สูงขึ้นเฉลี่ย 120 หยวน
รายงานข่าวระบุว่า สำนักงานทรัพยากรบุคคลและประกันสังคม ประจำมณฑลฝูเจี้ยนได้ออกประกาศปรับอัตราเงินเดือนขั้นต่ำฉบับใหม่ โดยแบ่งฐานเงินเดือนขั้นต่ำเป็น 4 กลุ่ม คือ 1,320 หยวน 1,170 หยวน 1,050 หยวน และ 950 หยวนModified:15/08/2013 08:23:07
-
เปิดตัว “เมืองแห่งมนต์เสน่ห์” ในงาน CAEXPO ปีนี้ จังหวัดตราดเป็นตัวแทนประเทศไทย
ผู้จัดเผยรายชื่อ “10 เมืองแห่งมนต์เสน่ห์” (City of Charm) ในงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 10 (10th CAEXPO) เป็นที่เรียบร้อยModified:16/08/2013 08:32:53
-
นิทรรศการ “อุตสาหกรรมเบา” ต้องที่นี่!!! CAEXPO ครั้งที่ 10
“อุตสาหกรรมเบา” โซนนิทรรศการสำคัญของงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) จะจัดขึ้น ณ China-ASEAN Plaza หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “หัว หนาน เฉิง”Modified:16/08/2013 08:35:00
-
แกมเบียจะห้ามนำเข้าข้าวจากต่างประเทศในปี 2559
เมื่อเร็วๆ นี้ นายยาย่า จามเมห์ ประธานาธิบดีแกมเบีย ได้ประกาศว่า ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป แกมเบียจะห้ามนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารภายในประเทศ ให้ประชาชนในประเทศเกิดความพอเพียงและพึ่งพาตนเองได้...Modified:14/08/2013 15:07:48
-
แรงไม่ตก! 7 เดือนแรกปี 56 ยอดการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก
ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง โดยเมื่อวันที่ 12 ส.ค.56 กรมศุลกากรนครฉงชิ่งได้เผยตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกสินค้าในช่วงตั้งแต่ ม.ค.-ก.ค.56 มีมูลค่า 36,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 20.6% โดยแบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 25,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้น 13.4% และการนำเข้ามูลค่า 11,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้นถึง 40.6% ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก และเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศModified:14/08/2013 11:13:20
-
จีนชะลอกฎระเบียบเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้.. คาดว่าคงไม่ช้าเกินรอ!!
การประกาศจัดตั้งเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) แห่งแรกในจีนขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ได้ผ่านไปแล้วกว่า 1 เดือน ธุรกิจต่างชาติจำนวนมากล้วนติดตามให้ความสนใจและจับตามองกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าธุรกิจของตนจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรจากเขตการค้าเสรีแห่งนี้ ทว่ารัฐบาลกลางจีนกลับแจ้งว่ายังอยู่ระหว่างการทบทวนร่างกฎระเบียบต่างๆModified:14/08/2013 13:12:00
-
คุนหมิงครองอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวหนีร้อนของจีน ควบอันดับ 8 ของโลก
นครคุนหมิงครองอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวหน้าร้อนของจีน ประจำปี 2556 จากการจัดอันดับโดย China Institute of City Competitiveness และ Asia Pacific Environmental Protection Association โดยนครคุนหมิงเคยครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับครั้งแรกเมื่อปี 2547 จากนั้นจึงกลับมาครองอันดับ 1 ได้อีกครั้งในปี 2556Modified:14/08/2013 14:16:50
-
แสนแล้วจ้า สนามบินฉางสุ่ยคุนหมิงมีปริมาณผู้โดยสารต่อวันทะลุหลักแสน
วันที่ 3 ส.ค. 2556 เป็นวันที่สนามบินนานาชาติฉางสุ่ยคุนหมิงต้องรองรับปริมาณผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ในวันดังกล่าวมีจำนวนผู้โดยสารสูงถึง 104,067 คน ทำสถิติผู้โดยสารต่อวันสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดใช้สนามบินเป็นต้นมา และในวันที่ 5 ส.ค. 2556 ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่สนามบินมีจำนวนผู้โดยสารเกิน 1 แสนคนModified:14/08/2013 14:19:16
-
OTOP
สินค้าโครงการ " หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ " (One Tambon One Product) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม OTOP นั้นถูกจำแนกโดยกระทรวงอุตสาหกรรมออกเป็น 6 ประเภทคือ
- อาหาร ครอบคลุมไปถึงอาหารสด และอาหารแห้ง
- สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาทิ ผ้าทอ และผ้าพันคอ
- เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง อาทิ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องจักสาน
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช้อาหาร และยา อาทิ เครื่องสำอาง สบู่ และน้ำมันหอมระเหย
- เครื่องดื่ม อาทิสุรา น้ำผลไม้ และน้ำสมุนไพร
- ของที่ระลึก และศิลปะประดิษฐ์
Modified:13/08/2013 14:43:58
Sorted by relevance | Sort by date
