ค้นหา
-
ผลการประมูลโครงการโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ปตท.
คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทยเตรียมประกาศผลการประมูลผู้เข้าร่วมถือหุ้นโครงการโรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi ของบริษัท ปตท. ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ นาง เจิ่น ถิ ทู ห่าModified:23/08/2013 09:44:18
-
บริษัท ปตท. ตั้งเป้าโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในเวียดนาม
คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทยเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับโครงการการลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi จังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐModified:23/08/2013 09:27:24
-
นักลงทุนไทยสนใจลงทุนในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น
เวียดนามเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครโฮจิมินห์ ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงควรปรับยุทธศาสตร์การลงทุน ให้มากกว่าการมุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวModified:23/08/2013 09:47:25
-
NDRC ออก 4 มาตรการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E-Commerce
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 56 คณะกรรมาธิการเพื่อการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติจีน (National Development and Reform Commission : NDRC) เผยว่า จะดำเนินมาตรการ 4 ประการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E – Commerce ของจีนModified:19/08/2013 16:02:22
-
ร้อยละ 60 ของพลังงานในหูหนาน พึ่งพาถ่านหิน ส่วนพลังงานทดแทนส่วนใหญ่ใช้พลังงานน้ำ
สถิติสำนักงานมณฑลหูหนานเปิดเผยว่า ปี 2555 หูหนานมีการใช้พลังงานถ่านหินคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60.8 ของการใช้พลังงานทั้งหมดของมณฑล และมีการใช้พลังงานทดแทนเทียบเท่าถ่านหินมาตรฐาน 25.23 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.07Modified:20/08/2013 12:36:46
-
อัญมณีและเครื่องประดับ
สินค้าในกลุ่มอัญมณี และเครื่องประดับ นับเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งในฐานะที่เป็นแหล่งอัญมณีที่มีคุณภาพรวมทั้งภูมิปัญญา และฝีมือในการเจียระไนเพชรพลอย ตลอดจนการรังสรรค์เครื่องประดับได้อย่างประณีตสวยงามทรงคุณค่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
ในแง่มูลค่าการค้าไทยมีการส่งออกเครื่องประดับแท้ ได้แก่ เครื่องประดับทอง เงิน แพลทินัม และอื่นๆ มากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ส่งออกเพชรเจียระไนประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และมีมูลค่าการส่งออกพลอยสีต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยมีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน รวมถึงอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
ยานยนต์และชิ้นส่วน
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนมายาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคเอเชีย ดังจะเห็นได้จากยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2555 ที่ผ่านมาซึ่งไทยสามารถผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 2,453,717 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดรอบ 51 ปี และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลกไปแล้วในขณะนี้
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยส่งออกไปขายทั่วโลกมีตลาดใหญ่ที่สุดคือ เอเชีย คิดเป็นสัดส่วน 32% ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยตะวันออกกลาง 26% ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย 20% อเมริกาใต้ 12% ยุโรป 7% และแอฟริกาใต้ 3%
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
น้ำตาล
น้ำตาล ถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity goods) ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาที่อิงราคาตลาดโลก โดยปัจจุบันไทยมีโรงงานน้ำตาลอยู่กว่า 40 แห่ง กระจายอยู่ตามแหล่งปลูกอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต จนกลายเป็นผลผลิตน้ำตาลทรายราว 80 ล้านกระสอบต่อปี ซึ่งคนไทยมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 30 กิโลกรัม/คน/ปี ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 มีการบริโภคน้ำตาลทรายในประเทศจำนวน 450,621.70 ตัน ในขณะที่การบริโภคในต่างประเทศอยู่ระหว่าง 10-70 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็นการบริโภคโดยรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2555 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4%
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
-
ผักและผลไม้
ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
นครเฉิงตูเนื้อหอม! สื่อยก เมืองชั้นนำเปี่ยมศักยภาพสำหรับจัดงานแฟร์ในจีน
จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจของนครเฉิงตูในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กอปรกับการที่นครเฉิงตูได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุม “Fortune Global Forum 2013” ครั้งที่ 12 เมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมทั้งการประชุมนานาชาติอีกมากมายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 ส่งผลให้ในขณะนี้ นครเฉิงตูได้กลายเป็นสถานีปลายทางอันดับต้นๆ ในจีนของการจัดแสดงนิทรรศการและงานแฟร์ต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยModified:15/08/2013 13:00:25
-
เปิดตัว “เมืองแห่งมนต์เสน่ห์” ในงาน CAEXPO ปีนี้ จังหวัดตราดเป็นตัวแทนประเทศไทย
ผู้จัดเผยรายชื่อ “10 เมืองแห่งมนต์เสน่ห์” (City of Charm) ในงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 10 (10th CAEXPO) เป็นที่เรียบร้อยModified:16/08/2013 08:32:53
-
นิทรรศการ “อุตสาหกรรมเบา” ต้องที่นี่!!! CAEXPO ครั้งที่ 10
“อุตสาหกรรมเบา” โซนนิทรรศการสำคัญของงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) จะจัดขึ้น ณ China-ASEAN Plaza หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “หัว หนาน เฉิง”Modified:16/08/2013 08:35:00
-
ยอดรวมสินเชื่อเสียสูงสุดในรอบ 4 ปีทะลุ 539,500 ล้านหยวน
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.56 คณะกรรมาธิการกำกับดูแลธนาคารจีน (China Banking Regulatory Commission: CBRC) ได้เปิดเผยว่า ยอดรวมหนี้เสียของสินเชื่อธนาคารเชิงพาณิชย์จีนเท่ากับ 539,500 ล้านหยวน เติบโตติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 7 และสร้างยอดสูงสุดตั้งแต่ปี 2552 อัตราสัดส่วนหนี้เสียในไตรมาสที่ 2 ปีนี้เท่ากับร้อยละ 0.96Modified:21/08/2013 10:31:11
-
แรงไม่ตก! 7 เดือนแรกปี 56 ยอดการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก
ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง โดยเมื่อวันที่ 12 ส.ค.56 กรมศุลกากรนครฉงชิ่งได้เผยตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกสินค้าในช่วงตั้งแต่ ม.ค.-ก.ค.56 มีมูลค่า 36,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 20.6% โดยแบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 25,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้น 13.4% และการนำเข้ามูลค่า 11,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้นถึง 40.6% ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก และเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศModified:14/08/2013 11:13:20
-
จีนชะลอกฎระเบียบเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้.. คาดว่าคงไม่ช้าเกินรอ!!
การประกาศจัดตั้งเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) แห่งแรกในจีนขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ได้ผ่านไปแล้วกว่า 1 เดือน ธุรกิจต่างชาติจำนวนมากล้วนติดตามให้ความสนใจและจับตามองกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าธุรกิจของตนจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรจากเขตการค้าเสรีแห่งนี้ ทว่ารัฐบาลกลางจีนกลับแจ้งว่ายังอยู่ระหว่างการทบทวนร่างกฎระเบียบต่างๆModified:14/08/2013 13:12:00
Sorted by relevance | Sort by date
