ค้นหา
-
ไอซ์แลนด์ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียู
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไอซ์แลนด์ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ได้มีมติว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์จะไม่เริ่มการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียูอีกครั้ง โดยถือว่าไอซ์แลนด์ไม่ได้เป็นผู้สมัครอีกต่อไป และขอให้อียูปฏิบัติตามนี้ต่อไปด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2558 มีรายงานข่าวว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านของไอซ์แลนด์ได้ร่วมกันมีหนังสือถึงประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและประธานสภายุโรปแสดงการคัดค้านการยกเลิกการสมัครเป็นสมาชิกอียู โดยรัฐบาลไอซ์แลนด์ โดยเห็นว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการดำเนินการเนื่องจากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไอซ์แลนด์ซึ่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2558 ก็มีชาวไอซ์แลนด์หลายพันคนออกมาประท้วงการดำเนินการของรัฐบาลไอซ์แลนด์...Modified:07/04/2015 11:31:41
-
สถานการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่น่าสนใจ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...Modified:07/04/2015 15:48:11
-
GDP ติดอันดับ 3 ของจีน แต่ทำไมชาวมณฑลซานตงกลับไปเที่ยวไทยเพียง 1%
ข้อมูลจากสำนักสถิติแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงให้เห็นว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) จำแนกตามมณฑลนั้น GDP ของมณฑลซานตงในปี ค.ศ. 2013 มีมูลค่าถึง 5.91ล้านล้านหยวน คิดเป็นอันดับ 3 ของมูลค่า GDP ที่สูงที่สุดของประเทศ รองจากมณฑลกว่างตงและมณฑลเจียงซู อย่างไรก็ดี พบว่านักท่องเที่ยวจากมณฑลซานตงเดินทางไปเที่ยวไทยในปี ค.ศ. 2013 มีจำนวนเพียง 5 หมื่นกว่าคน หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวไทยถึง 4.7 ล้านคนModified:07/04/2015 15:42:37
-
ซูโจว เมืองต้นธาร เส้นทางสายไหมทางทะเลที่จีนวาดฝันไว้ บทสรุปเชื่อมโลกไว้ในไหมใยเดียว – โอกาสหนึ่งของผู้ส่งออก/นักลงทุนไทย
ซูโจวเมืองต้นธารของเส้นทางสายไหมทั้งทางทะเลและทางรถไฟกำลังเชื่อมโยงเป็นไหมเส้นยาวที่สอดร้อยประเทศน้อยใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน โครงการ “One Belt One Road” นี้ สามารถเป็นเส้นทางการค้าขายชั้นเยี่ยม และเส้นทางลำเลียงวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับผู้ผลิตที่กำลังหาแหล่งวัตถุดิบจากทั่วโลก!
Modified:01/04/2015 09:36:46
-
10 อุตสาหกรรมที่ส่อแววสดใสในปีแพะของจีน
Modified:03/04/2015 11:17:53
-
MIHAS มาเลย์ชวนไทยจับคู่ธุรกิจฮาลาล
"มาเทรด" กรมส่งเสริมการส่งออกมาเลเซียเชิญชวนเอกชนไทยร่วมงาน MIHAS งานสินค้าและบริการฮาลาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกModified:31/03/2015 09:58:57
-
ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างชาติลงทุนในจีน
คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เผยคู่มือฉบับใหม่สำหรับธุรกิจที่ต่างชาติสามารถลงทุนได้ในจีนจะมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2558 เป็นต้นไป
Modified:30/03/2015 14:52:57
-
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและงานแสดงสินค้า Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 30 มีนาคม – 1เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ
หลายท่านอาจคุ้นเคยและรู้จักสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ในฐานะประเทศเศรษฐีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก แต่คงอาจไม่ทราบว่า รายได้ของยูเออีไม่ได้มาจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงทางเดียวเท่านั้น แต่ยังมาจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ภายในประเทศซึ่งเป็นสาขาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของยูเออีในปัจจุบัน ได้แก่ การท่องเที่ยว การก่อสร้าง โลจิสติกส์ การเงินและการธนาคาร
ยูเออีมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และจากการจัดลำดับของ World Economic Forum ยูเออีจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจมากที่สุดของโลก นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาทำให้ยูเออีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าในตะวันออกกลางและเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ปัจจุบันรัฐบาลยูเออีกำลังให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาเพื่อขยายฐานทางเศรษฐกิจ รัฐบาลพยายามส่งเสริมการค้า การลงทุนของต่างชาติในเขตเศรษฐกิจเสรี (Economic Free Zone) ทั้งที่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการใช้ยูเออีเป็นฐานกระจายสินค้า
ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปศึกษาลู่ทางและทำการค้าการลงทุนในดินแดนแห่งนี้
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีว่า กระทรวงเศรษฐกิจแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการค้าการลงทุนจากต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมและจัดแสดงสินค้าในงาน Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Annual Investment Meeting (AIM) จะจัดขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่ 5 เพื่อเป็นเวทีในการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแนวโน้มและสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนทั่วโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน คือ “Sustainable Development through FDI Induced Innovation and Technology Transfer”
ภายใต้การประชุม AIM 2015 จะมีการจัดแสดงสินค้าและบริการจากหลากหลายสาขาธุรกิจ ได้แก่ สาขาพลังงาน การก่อสร้าง การศึกษา การเงินและการธนาคาร การเหมืองแร่ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเกษตรและอาหาร อาหารทะเล ยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี มีความเห็นว่า การเข้าร่วมงานฯ นี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะได้พบปะกับผู้ประกอบการต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากทั่วโลกที่มีศักยภาพ และถือเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพการค้าการลงทุนของประเทศไทยในเวทีนานาชาติได้อีกทางหนึ่ง
ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ www.aimcongress.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้จัดงานโดยตรง คือ กระทรวงเศรษฐกิจยูเออี (the United Arab Emirates Ministry of Economy) โทร. +971 4 314 1555 อีเมล์: [email protected] และ [email protected]
Modified:12/01/2015 15:40:07
-
พลังหมุนเวียนทำได้! Co2 คงที่ แต่เศรษฐกิจโลกโตขึ้น
เป็นครั้งแรกในช่วง 40 ปีที่ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญนั้น มีอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่คงที่ ทั้งที่การเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นสูงขึ้นร้อยละ 3 เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน!Modified:30/03/2015 17:24:48
-
นวัตกรรมปลดทุกข์ชาวไร่อ้อยและธุรกิจน้ำตาลจีน
กว่างซีรุก "ผลิตภัณฑ์การเงิน" นวัตกรรมปลดทุกข์ชาวไร่อ้อยและธุรกิจน้ำตาลจีนModified:26/03/2015 17:00:39
-
การส่งออกองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน SME ของเนเธอร์แลนด์
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตระหนักและให้ความสำคัญกับ SME ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยิ่งโดยได้มีการกำหนด top sectors ที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง 9 สาขา ได้แก่ (1) อาหารและการเกษตร (2) เคมีภัณฑ์ (3) อุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ (4) พลังงาน (5) เทคโนโลยีระดับสูง (6) พืชสวน (7) วิทยาศาสตร์และสุขภาพ (8) ลอจิสติกส์ และ (9) น้ำ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ส่งเสริมทั้งด้านวิชาการและเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของเนเธอร์แลนด์ ดำเนินได้อย่างยั่งยืน โดยแต่ละภาคส่วนจะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการและภาครัฐอย่างบูรณาการ กล่าวคือ สถาบันทางวิชาการและการวิจัย เช่น NWO (The Netherlands Organisation for Scientific Research), KNAW (The Royal Netherlands Academy of Arts and Sciences) และ TNO (Neherlands Organisation for Applied Scientific Research) จะปรับโปรแกรมการเรียนการสอนและแผนการวิจัยบนพื้นฐานของ top sectors ดังกล่าว ในขณะเดียวกันรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็พยายามสนับสนุนโดยผ่านนโยบายการทูตทางเศรษฐกิจ โดยการมุ่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับภาคธุรกิจทั้งในด้านการค้าและการลงทุน ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนหรือการส่งออก อาทิ กองทุน Dutch Good Growth Fund (DGGF) ซึ่ง SME สามารถยื่นขอกู้เงินได้สำหรับการเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศ หรือการให้บริการคำปรึกษาของหน่วยงาน Netherlands Enterprise Agency (RVO) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกิจการเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์...Modified:23/03/2015 10:02:55
-
กวางตุ้งหวัง “เขตการค้าเสรี” เร่งผลักดันการลงทุน
Modified:20/03/2015 10:48:21
-
บราซิล
สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นประเทศใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในอเมริกาใต้ เคยมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 7.3 แต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ได้เกิดวิกฤตการณ์เสถียรภาพทางการเงิน มีปัญหาเงินเฟ้อและขาดดุลการชำระเงิน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินด้วยการสร้างวินัยการเงิน ปล่อยค่าเงินลอยตัวและลดภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงทบทวนนโยบายการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า มากว่า 35 ปี ทำให้เศรษฐกิจบราซิลมีลักษณะปิดและปกป้องตัวเอง
ในเวลาต่อมารัฐบาลได้แสดงเจตจำนงในการใช้หนี้ต่างประเทศ ทำให้หนี้ต่างประเทศของบราซิลลดเหลือร้อยละ 11.6 ของ GDP ในปี 2552 นอกจากนี้ การตัดสินใจให้กู้เงินจำนวน 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2555 บราซิลมีอัตราการขยายตัวของ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3
Modified:19/03/2015 16:54:07
-
ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ของโลกถือเป็นประเทศพัฒนาประเทศแรกๆ ที่สามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินของสหรัฐและของโลกเมื่อปี 2008 และจากการฟื้นตัวจากอุทกภัยเมื่อปลายปี 2010 และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเหมืองแร่และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ เหล็ก และเหมืองแร่ ซึ่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศออสเตรเลียขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการบริการการค้าปลีก (Retail services) อุตสาหกรรมการผลิตและการท่องเที่ยวยังคงกำลังฟื้นตัว
โดยรัฐบาลออสเตรเลียให้ความสนับสนุนในการเจรจาเรื่องความตกลงการค้าเสรี ซึ่งมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO และส่งเสริมให้เกิดระบบการค้าหลายทางความตกลงการค้าเสรีจะช่วยส่งเสริมให้การค้าระหว่างประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนขยายกิจการเข้าสู่ตลาดในหลายประเทศได้ ซึ่งทำให้ได้รับผลประโยชน์รวดเร็วกว่าผ่านการค้าแบบภูมิภาค
Modified:19/03/2015 16:23:40
-
เบลเยียม
ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium) เป็นประเทศที่มีจุดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน เป็นประตูเข้าสู่ยุโรปภาคพื้นทวีป และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เมืองใหญ่หลายเมืองในยุโรป มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคาร เป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศหลายองค์กรอีกด้วย
เบลเยียมเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรี โดยเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคบริการและการค้าระหว่างประเทศ อาศัยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด จากการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุนโดย World Economic Forum ในรายงานปี 2011-2012 ระบุว่า เบลเยียมเป็นประเทศที่มี competitiveness ด้านการค้าการลงทุนเป็นอันดับที่ 15 ของโลก (จาก 142 ประเทศ)
Modified:19/03/2015 16:18:55
-
อุซเบกิสถาน
สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (Republic of Uzbekistan) ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นเชื้อชาติเดี่ยวได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม CIS (The Commonwealth of Independent States) หรือกลุ่มประเทศที่เกิดจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตนั่นเอง ซึ่งกลุ่มอดีตประเทศในปกครองสหภาพโซเวียตนี้จะเป็นเขตปลอดภาษีซึ่งกันและกัน (Free Trade Zone) สำหรับอุซเบกิสถานปริมาณการค้าขายกับประเทศในกลุ่ม CIS มีถึงร้อยละ 43 ของการค้าทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลงดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าและส่งออกในสินค้าทุกชนิดที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสมาชิก
ภายหลังได้รับอิสรภาพอุซเบกิสถานก้าวหน้าอย่างมั่นคงในทุกๆ ด้านโดยได้มีการดำเนินการประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางสังคม ความพยายามดังกล่าวได้รับการยืนยันความสำเร็จจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจมีถึงร้อยละ 45 การเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรม 1.6 เท่า การเพิ่มผลผลิตทางเกษตรกรรม 1.5 เท่า การค้าขายระหว่างประเทศ 1.7 เท่า ทองคำและเงินตราต่างประเทศ 3.7 เท่า ความเติบโต GDP เติบโตร้อยละ 7-8 และอัตราเฟ้อลดลงร้อยละ 26-29
Modified:19/03/2015 16:18:00
-
ไนจีเรีย
สหพันธสาธารณรัฐไนจีเรีย (Federal Republic of Nigeria) เป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการค้าน้ำมัน แต่การค้าน้ำมันของประเทศได้รับผลกระทบเป็นเวลานานจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง การฉ้อราษฎร์บังหลวง และระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งประเทศยังอยู่ในช่วงของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจจากการที่ต้องพึ่งพาแต่ภาคน้ำมันซึ่งเน้นการใช้เงินทุนเป็นสำคัญ ในขณะที่ภาคการเกษตรเติบโตไม่ทันกับจำนวนประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไนจีเรียซึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ต้องกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าอาหาร และจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
Modified:19/03/2015 14:35:28
-
แอฟริกาใต้
สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (The Republic of South Africa) เป็นประเทศที่มีระบบเศรษกิจใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา มีภาคการเงินการธนาคาร และอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง เป็นประเทศผู้ส่งออกโดยเฉพาะเหล็ก ถ่านหิน และอัญมณีรายใหญ่ของโลก มีอุตสาหกรรมแร่ธาตุและการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ แอฟริกาใต้มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี ลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งคือมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (First World) ควบคู่ไปกับโครงสร้างของเศรษฐกิจที่ด้อยพัฒนา (Third World) ในชุมชนของคนผิวดำ พื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจคือ อุตสาหกรรมการผลิตแร่และการเกษตร แต่ปัจจุบันสาขาอุตสาหกรรมได้ขยายตัวขึ้นและทำรายได้มากที่สุด ทั้งนี้ ภาวะวิกฤติการเงินโลกไม่ส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร และสถาบันการเงินในแอฟริกาใต้อย่างรุนแรงนัก เนื่องจากแอฟริกาใต้มีกฎระเบียบทางการเงินที่เข้มงวด และธนาคารหลักในแอฟริกาใต้มักพึ่งพาเงินทุนสำรองระหว่างกัน และกันมากกว่าที่จะหาแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ
Modified:19/03/2015 14:24:36
-
เดนมาร์ก
ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ( Kingdom of Denmark) เป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มแสกนดิเนเวีย มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจมาจากเกษตรกรรม ซึ่งปัจจุบันก็มีทั้งการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเป็นที่รู้จักในเรื่องของฟาร์มโคนม และโด่งดังในเรื่องตำนานของชาวไวกิ้งหรือเหล่านักรบที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนเรือ ก่อนจะอพยพมาสร้างถิ่นฐานบนภาคพื้นทวีปแถบแสกนดิเนเวียในปัจจุบัน เดนมาร์กจัดเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็ก แต่มีความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสูง และมีข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านระบบสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบการเงินการธนาคาร ตลาดทุน อีกทั้งรัฐบาลไม่มีข้อกีดกันการลงทุนต่างชาติ บริษัทต่างชาติได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันกับบริษัทเดนมาร์ก และเดนมาร์กยังมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงอีกด้วย
Modified:19/03/2015 14:08:57
-
อาหรับเอมิเรตส์
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่อาจคุ้นกันในชื่อที่สั้นกว่าว่า UAE (ตัวย่อของชื่อภาษาอังกฤษ United Arab Emirates) เป็นประเทศที่เกิดจากการรวมตัวของรัฐต่าง ๆ 7 รัฐ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2514 จึงนับว่ามีอายุเพียง 40 ปีเศษ แต่ในเวลาเพียงไม่ถึง 2 ชั่วอายุคนนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้พัฒนาความเจริญก้าวหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยส่วนสำคัญมาจากรายได้มหาศาลจากการส่งออกน้ำมันดิบ ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค ยังไม่รวมถึงการเงินและการขนส่งทางอากาศ ซึ่งนับวันจะทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขึ้นเรื่อย ๆ
Modified:19/03/2015 13:24:37
Sorted by relevance | Sort by date
