ค้นหา
About 4592 results
-
นโยบายการลงทุนของมัลดีฟส์
ในปี 2554 มัลดีฟส์มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Purchasing Power Parity – PPP - วัดกันตามหลักความเท่าเทียมของอำนาจซื้อ) 2.754 พันล้านดอลลาร์ มีรายได้ต่อหัว 8400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 6.5Modified:25/07/2013 16:44:55
-
ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมพลาสติกของสหรัฐฯ
ในระยะที่ผ่านมา ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานสินค้าประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม จะพบว่า รัฐบาลสหรัฐ ฯModified:25/07/2013 16:43:15
-
สถานะการผลิตเอทานอลในอินโดนีเซีย
กฎกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุอินโดนีเซีย ฉบับที่ 21/2008 กำหนดการใช้ส่วนผสมขั้นต่ำ สำหรับ Bioethanol
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ไว้ร้อยละ 3 สำหรับ transportation sector และร้อยละ 5 สำหรับ non-transportation sector โดยกำหนดเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 15 ในปี ค.ศ. 2025 อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 จนถึงปัจจุบัน อินโดนีเซียยังไม่สามารถผลิตเอทานอลให้พอใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงกว่าพลังงานประเภทอื่นๆ และการขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ รัฐบาลยังอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดา (fossil fuel) ในสัดส่วนที่สูงมาก จึงทำให้เอทานอลแข่งได้ยากModified:29/07/2013 13:29:42
-
ภูมิหลังการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี
Modified:25/07/2013 16:45:06
-
สาระสำคัญกฎหมายปฏิรูปความปลอดภัยสินค้าอาหารของสหรัฐฯ
สหรัฐฯ ได้ประกาศใช้กฎหมาย Food Safety Modernization Act (FSMA) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2554 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปฏิรูประบบการควบคุมความปลอดภัยอาหาร โดยได้เปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมสาระสำคัญของกฎหมายความปลอดภัยอาหารฉบับปัจจุบัน (The Federal Food Drug, and the Cosmetic Act of 1938) อีกทั้ง เพิ่มอำนาจให้แก่ USFDA (US Food and Drug Administration) ในการบังคับใช้กฎระเบียบต่างๆ กับผู้ประกอบการ ควบคุม และตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเน้นให้การควบคุมเป็นมาตรการเชิงป้องกัน (preventive measure) แทนการตอบโต้ภายหลังเกิดปัญหาModified:29/07/2013 13:18:52
-
สรุปสาระสำคัญจากการหารือกับผู้ประกอบการในชิลีที่นำเข้ารถยนต์/รถกระบะจากประเทศไทย
Modified:29/07/2013 10:05:31
-
การทำการค้า กับ สปป. ลาว
สินค้าที่ห้ามนำเข้าและส่งออก เป็นประเภทสินค้าที่มีผลกระทบร้ายแรง เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ความสงบและความปลอดภัยของชาติ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม มาตรฐานการดำรงชีวิตที่ดีของประชาชน รักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ การปกป้องชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ สัตว์หรือพืชพันธุ์ การปกป้องมรดกแห่งชาติ ทางด้านศิลปะหรือคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปฏิบัติพันธะภายใต้กฎบัติสหประชาชาติModified:29/07/2013 11:52:04
-
ข้อมูลการจัดตั้งธุรกิจ ในประเทศอาร์เจนตินา
รัฐบาลอาร์เจนตินาเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในประเทศได้หลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์ของบริษัท รูปแบบองค์กรธุรกิจที่สำคัญมี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) กิจการเจ้าของคนเดียว (sole proprietorship) 2) บรรษัท (incorporated company)และ 3) บริษัทจำกัด (limited liability company) นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่นักลงทุนต่างชาตินิยมมาก คือ การจัดตั้งบริษัทสาขาย่อย (Foreign Subsidiary) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคการบริการ อาทิ ธนาคารและร้านอาหาร เป็นต้นModified:29/07/2013 13:17:14
-
อินเดียประกาศต้อนรับเอกชนไทย ลงทุนสาขาแปรรูปอาหารและชิ้นส่วนยานยนต์
อินเดียจัดสัมมนากลางกรุงเทพฯ เชิญชวนเอกชนไทยลงทุนสาขาแปรรูปอาหารและชิ้นส่วนยานยนต์ในอินเดีย ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว งานนี้เอกชนไทยอุ่นใจ ภาครัฐไทยออกปากให้การสนับสนุนเต็มที่Modified:29/07/2013 13:09:24
-
การปฏิรูปด้านการเงินการธนาคารของเมียนมาร์
แต่เดิมรัฐบาลเมียนมาร์ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนทางการไว้ที่ประมาณ ๖ จั๊ต/๑ ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ซื้อขายในตลาดเมื่อปี ๕๓ – ๕๔ ผันผวนอยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ –๘๐๐ จั๊ต/๑ ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาร์จึงให้ความสำคัญต่อการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นอัตราเดียวโดยได้หารือกับองค์กรระหว่างประเทศModified:29/07/2013 13:07:00
-
การปฏิรูปด้านการค้าของเมียนมาร์
การค้าระหว่างประเทศของเมียนมาร์ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเมียนมาร์ส่งออกสินค้าไปในภูมิภาคเอเชียคิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และเมียนมาร์นำเข้าสินค้าจากภูมิภาคเอเชียคิดเป็นร้อยละ ๙๐ ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดModified:29/07/2013 13:04:31
-
การปฏิรูปด้านการลงทุนในเมียนมาร์
การลงทุนสะสมจากต่างประเทศในเมียนมาร์ (ตั้งแต่ ปี ๓๑- มิ.ย. ๕๕) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น ๔๑,๐๒๙.๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศที่ลงทุนในเมียนมาร์สูงเป็นอันดับหนึ่ง คือ จีน (คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๔๗ ของมูลค่าการลงทุนสะสมทั้งหมด) ไทย (คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๓๒ ของมูลค่าการลงทุนสะสมทั้งหมด) ตามด้วยฮ่องกง (คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๕๓ ของมูลค่าการลงทุนสะสมทั้งหมด) ทั้งนี้ การลงทุนจากต่างประเทศในปีงบประมาณ ๕๓ (๑ เมษายน ๕๓ ถึง ๓๑ มีนาคม ๕๔) สูงมากเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เมียนมาร์เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในปี ๓๑ โดยมีมูลค่าสูงถึงกว่า ๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นจากปีงบประมาณ ๕๒ ถึง ๕๙ เท่า การลงทุนจากต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในภาคพลังงานไฟฟ้า (ร้อยละ ๔๖.๔๗) รองลงมา ได้แก่ ภาคน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (ร้อยละ ๓๔.๕๗) ภาคเหมืองแร่ (ร้อยละ ๖.๘๖)Modified:29/07/2013 10:17:51
-
การพัฒนาระบบธนาคารในเมียนมาร์กับก้าวย่างของนักลงทุนไทย
ในระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมา เมียนมาร์มีพัฒนาการทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของรัฐบาลพลเรือนที่มีนายเต็ง เส่ง หัวหน้าพรรค Union Solidarity and Development Party (USDP) เป็นประธานาธิบดี โดยได้มีความพยายามที่จะเร่งดำเนินการเพื่อปฏิรูปและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการการปฏิรูปเศรษฐกิจ ขจัดความยากจน พัฒนาชนบทและการเกษตร ได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมModified:26/07/2013 09:54:15
-
ขั้นตอนการขออนุมัติและจัดตั้งบริษัทในฟิลิปปินส์
ที่มา:สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และ เว็บไซต์ BOI ฟิลิปปินส์Modified:25/07/2013 17:39:07
-
ทำความรู้จักเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง
Modified:25/07/2013 18:48:04
-
เวียดนามเตรียมปรับลดภาษีการนำเข้า
Modified:25/07/2013 18:39:53
-
กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนที่น่าสนใจของเวียดนาม
Modified:25/07/2013 18:35:59
-
ระเบียบใหม่ว่าด้วยเวลาทำงานและการทำงานนอกเวลา
Modified:25/07/2013 18:30:41
-
ข้อเสนอปฏิรูปกฎระเบียบคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในอาหาร
Modified:25/07/2013 18:23:11
-
ข้อบังคับการใช้พลังงานทดแทนของอียู: โอกาสและความท้าทายสำหรับธุรกิจไทย
โอกาสและความท้าทายสำหรับธุรกิจไทยในฐานะผู้นำด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก อียูได้ประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “20-20-20” ตั้งแต่ปีค.ศ. 2007 ผูกมัดให้อียูต้อง 1) ลดปริมาณการปล่อยก๊าซทั้งหมดลงร้อยละ 20 ภายในปีค.ศ. 2020 เทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซในปีค.ศ. 1990 2) เพิ่มการใช้พลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปีค.ศ. 2020 และ 3) ลดการใช้พลังงานทั้งหมดลงร้อยละ 20 ภายในปีค.ศ. 2020Modified:25/07/2013 18:11:07
Sorted by relevance | Sort by date
