ค้นหา
About 514 results
-
การขุดพบพระพุทธรูปสำคัญที่ดอนผึ้งคำ แขวงบ่อแก้ว และความสำคัญของพระพุทธศาสนาในเมืองเชียงแสนและเมืองต้นผึ้งในอดีต
ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2567 ระหว่างที่ชาวบ้านในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว กำลังเริ่มปรับเตรียมพื้นที่และดูดทรายในบริเวณดอนผึ้งคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้วเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้าง บังเอิญได้พบพระพุทธรูปจำนวนมากที่จมอยู่ในทรายริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อเจ้าหน้าที่ สปป. ลาวที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านขุดค้นเพิ่มเติม ได้พบพระพุทธรูปจำนวน 255 องค์ และโบราณวัตถุอีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปทองสำริดเก่า จนกระทั่งช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2567 ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของ สปป. ลาว ได้ขุดพบพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สูง 2.67 เมตร หน้าตักกว้าง 2.24 เมตร คาดว่ามีอายุประมาณ 500-600 ปี และขุดพบพระเกศ (ส่วนยอดของพระเศียร) ของพระพุทธรูปองค์เดียวกันในบริเวณห่างจากจุดค้นพบพระพุทธรูปประมาณ 14 เมตรไปทางทิศเหนือ สอดคล้องกับการหันพระเศียรขององค์พระพุทธรูปไปทางทิศเหนือพอดีModified:13/11/2024 10:31:57
-
สปป. ลาว จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 และ งาน ASEAN Tourism Forum (AFT) ประจำปี 2567
กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และ การท่องเที่ยว ของ สปป. ลาว อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 และงาน ASEAN Tourism Forum (AFT) ประจำปี 2567 ในโอกาสที่ สปป. ลาวกำลังจะรับตำแหน่งเป็นประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนในปี 2567Modified:13/11/2024 10:32:14
-
รถไฟลาว-จีน การคมนาคมที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจลาว
สปป. ลาว ได้ร่วมมือกับจีนเพื่อพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงทางรางเพื่อขนส่งสินค้า รวมถึงขนส่งผู้โดยสารตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจตามแนวเส้นทางรถไฟ ตลอดจนยกระดับรูปแบบของการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ในสปป. ลาว ให้มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งการเปิดให้บริการของรถไฟลาว-จีน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ สปป. ลาว เป็นข้อต่อที่สำคัญของภูมิภาค ส่งเสริมการเชื่อมโยง <br />
สปป.ลาวเข้าสู่กับห่วงโซ่การค้าผ่านระบบขนส่งแบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ด้วยการปรับนโยบายให้มีความเหมาะสม รวดเร็ว มีคุณภาพและต้นทุนที่ถูกลง ขนส่งได้ปริมาณมากและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม <br />
นับตั้งเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีน อย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2564 จนถึงเดือนตุลาคม 2565 <br />
ในระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา รถไฟลาว-จีนได้ให้การบริการขนส่งสินค้าจำนวน 8,510,000 ตัน เป็นการขนส่ง<br />
สินค้าระหว่างประเทศกว่า 1,540,000 ตัน แบ่งเป็นสินค้านำเข้ามา สปป. ลาว จำนวนประมาณ 280,000 ตัน และสินค้าที่ สปป. ลาว ส่งออกไปจีนประมาณ 948,000 ตัน การบริการขนส่งเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 23.8 ในแต่ละเดือน<br />
Modified:29/12/2022 08:52:09
-
ทำความรู้จักบ่อเต็นพื้นที่ด่านหน้าสำคัญของสปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตชายแดนติดกับ 5 ประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 17 แขวง 1 นครหลวงเวียงจันทน์ ดำเนินนโยบายเน้นเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดให้แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้ศักยภาพและโอกาสเชิงพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือ และความเชื่อมโยงกับประเทศในและนอกภูมิภาคเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) <br />
พื้นที่บ่อเต็นถือเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการและอื่น ๆ ของ สปป. ลาว โดยบ่อเต็น<br />
เป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านในเขตเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนลาว-จีน ตรงข้าม<br />
กับเมืองโม่ฮาน เขตสิบสองปันนาของจีน มีเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าหลักระหว่างไทย-<br />
สปป. ลาว-จีน ปัจจุบันเส้นทางนี้บางช่วงเริ่มชำรุด และช่วงฤดูฝนการสัญจรไปมายากลำบากเนื่องจากเป็นถนน <br />
2 เลน และคดเคี้ยวตามภูเขา<br />
นอกจากนี้ บ่อเต็นยังเป็นที่ตั้งด่านภาษีสากลบ่อเต็น ซึ่งมีความสำคัญในฐานะด่านที่ตั้งอยู่สถานีแรกของเส้นทางรถไฟลาว-จีน และเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้า ภายในด่านมีเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ ระบบแจ้งภาษีอัตโนมัติ และระบบ Smart Tax เครื่องตรวจด้วยระบบแสง ระบบ Easy Pass และอื่น ๆ เพื่อ<br />
อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2565 มีการขนส่งสินค้าของไทยไปจีนผ่านด่านภาษีสากลบ่อเต็นทางรถบรรทุก จำนวน 21,538 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 884.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการขนส่งสินค้าไทยโดยใช้รถไฟลาว-จีน จากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปยังสถานีนาเตย หลังจากนั้น ขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกมายังด่านภาษีสากลบ่อเต็นเพื่อส่งออกไปจีน จำนวน 503 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 38.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
เมื่อปี 2546 รัฐบาล สปป. ลาวให้สัมปทานพื้นที่บ่อเต็นแก่บริษัท ฟุกฮิง ทราเวล จากฮ่องกงเพื่อก่อตั้ง<br />
เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนคำ ประกอบด้วย พื้นที่โรงงาน สำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี และอื่นๆ ต่อมาเมื่อปี 2555 เปลี่ยนผู้ถือสัมปทานเป็นกลุ่มบริษัท ไห่เฉิงยูนนาน และเปลี่ยนชื่อเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม” ประกอบด้วย 4 เขต ได้แก่ เขตการค้าและการเงิน <br />
เขตท่องเที่ยวและพักผ่อน เขตอุตสาหกรรมแปรรูป <br />
การขนส่งและโลจิสติกส์ และเขตการศึกษาและการแพทย์ <br />
ในขณะเดียวกัน สปป.ลาว-จีน เห็นถึงโอกาสการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งทางบกในภูมิภาคจีน-อาเซียน<br />
จึงร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างบ่อเต็นกับพื้นที่อื่นๆ อาทิ (1) โครงการทางด่วน<br />
นครหลวงเวียงจันทน์-ด่านภาษีสากลบ่อเต็น ระยะทาง 460 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงข่ายเส้นทางทางบกไปยังประเทศจีน ลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าขึ้นไปทางเหนือ ปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงแรก (นครหลวงเวียงจันทน์ - วังเวียง) เมื่อปี 2563 โดยสร้างเป็นทางคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 เหนือและทางรถไฟลาว - จีน มี 4 ช่องจราจร และอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางเพื่อก่อสร้างช่วงที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) ช่วงที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) และช่วงที่ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) ตามลำดับ<br />
Modified:16/09/2022 13:50:50
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ ในปี 2565
ในปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ 3.09 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1.61 ของ GDP เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการจัดเก็บรายได้ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อุดช่องโหว่จากการจัดเก็บรายได้ที่อาจส่งผลให้สูญเสียงบประมาณ และตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้จากแหล่งต่าง ๆ ภายในประเทศให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึง ชำระหนี้ทั้งภายในและต่างประเทศModified:28/02/2022 13:58:09
-
กระทรวงการเงิน สปป. ลาวออกมาตรการลดรายจ่ายของรัฐไตรมาส 4 ของปี 2564
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ออกแจ้งการ เกี่ยวกับมาตรการลดรายจ่ายของรัฐ ไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ดังนี้ 1. การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้การดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) และแผนงบประมาณประจำปี 2564 เผชิญกับความท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ ของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์การจัดเก็บรายได้ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากต้องรอข้อมูลการจัดเก็บรายได้ จากท้องถิ่น ส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติแผนงบประมาณไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ถูกเลื่อนออกไปจากเดือน ก.ย. เป็นเดือน ต.ค. 2564Modified:16/12/2021 16:48:09
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.66 หมวดคมนาคมและการขนส่งเพิ่มขึ้น<br />
ร้อยละ 6.64 หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้น 5.59 หมวดสุราและบุหรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.58 และหมวดเครื่องใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 <br />
Modified:18/10/2021 10:42:27
-
ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจลาวได้รับผลกระทบจากโควิด 19
รายงานสภาพเศรษฐกิจลาวและการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (ฉบับเดือน ส.ค. 2564) ของธนาคารโลกระบุว่า จากการสำรวจบริษัทจำนวน 421 แห่ง ในเดือนเม.ย. – พ.ค. 2564 พบว่า การระบาด ของโควิด 19 ได้ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงักและส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างมาก ซึ่งลดลงร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ร้อยละ 31) โดยบริษัทและธุรกิจ SMEs ในนครหลวงเวียงจันทน์และ แขวงหลวงพระบางได้รับผลกระทบมากกว่าในแขวงอื่น และ 1 ใน 3 ของธุรกิจครอบครัวต้องปิดตัวลง ในขณะที่ ร้อยละ 50 ของบริษัทที่ทำการสำรวจยังคงเปิดอยู่แต่มีรายได้ลดลงModified:07/10/2021 09:33:10
-
ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจของ สปป. ลาวในปี 2564 จะเติบโตในระดับกลาง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 รายงาน Lao PDR Economic Monitor ฉบับเดือน ส.ค. 2564 ของธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ลาวปี 2564 อยู่ที่ ร้อยละ 3.6 เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และลดลงจากที่คาดการณ์ที่ร้อยละ 4 ในเดือน มี.ค. 2564เนื่องมาจากปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใกล้เคียง การเร่งฉีดวัคซีนทั่วประทศ และการลดการระบาดในชุมชน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะลดลงมากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้หากการระบาด ของโรคโควิด 19 ยังรุนแรง รวมทั้งมาตรการ lock down ที่เข้มงวด หรือกรณี สปป. ลาว ได้รับผลกระทบ จากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงที่อาจเกิดช้ำ โดยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเห็นได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น เช่น ไฟฟ้า แร่ธาตุ อุตสาหกรรมแปรรูปพบว่าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจส่วนใหญ่ในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการขนส่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัว เนื่องจากมาตรการ lock down และการคงการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งตัดโอกาสในการสร้างรายรับของประเทศModified:10/09/2021 16:19:16
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวเสนอให้ภาคเอกชนร่วมมือทำธุรกิจกับต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม Lao Business Forum (LBF) ครั้งที่ 13 โดยมีนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายอุเดด สุวันนะวง ประธาน สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมModified:17/08/2021 09:12:45
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย เริ่มสำรวจและออกแบบการสร้าง
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ดร. บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับนาย Liu Jingwei หัวหน้าคณะสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ สำรวจเส้นทางสำหรับการสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซายในแขวงบ่อแก้ว เพื่อออกแบบโครงการให้สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริง ประหยัดงบประมาณ และส่งผลกระทบด้านต่าง ๆ น้อยที่สุดModified:27/07/2021 09:23:33
-
กระทรวงการเงิน สปป. ลาวออก 4 มาตรการควบคุมรายจ่าย งปม. ปี 2564
นายพูวง กิดตะวง หัวหน้ากรม งปม. แห่งรัฐ กระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้นำเสนอมาตรการควบคุมรายจ่ายงบประมาณปี 2564 ต่อที่ประชุมการสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผน งปม. ของทั้งปี 2564 ดังนี้Modified:27/07/2021 09:18:54
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีนคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปี
นาย Tao Jun รองผู้อำนวยการบริษัท ร่วมทุนพัฒนาทางด่วนลาว - จีน จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันได้ทำการสำรวจภาคสนามโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน ระยะ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) มูลค่าการก่อสร้าง 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) มูลค่าการก่อสร้าง 2,890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และระยะที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) มูลค่าการก่อสร้าง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องเงินทุนสำหรับการก่อสร้าง และประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อการนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างแล้วเสร็จ อย่างไรก็ดี คาดว่าจะใช้เวลาในการสร้าง 10 ปีModified:02/07/2021 15:19:49
-
ทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากรัฐบาล สปป. ลาว
นายคงเพ็ด ดาลาวอน กรรมการผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้ยื่นเสนอเส้นทางด่วนกับห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติแล้ว เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจะเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าว ทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซจะคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 ใต้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ - เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ - เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน - แขวงสะหวันนะเขต - แขวงสาละวัน -เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก มีระยะทางรวม 617 กิโลเมตร โดยช่วงแรกมีจุดเริ่มต้นจากถนน 450 ปี นครหลวงเวียงจันทน์ถึงเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ระยะทาง 126 กิโลเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาจาก 90 นาที เหลือ 30 - 40 นาที ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของช่วงที่ 1 อีก 4 ช่วงยังไม่ได้เริ่มการศึกษา ความเป็นไปได้เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 โครงการฯ การก่อสร้างจะใช้ผู้รับเหมาของ 4 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทลาว 2 แห่ง และบริษัทจีน 2 แห่ง เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางทั้งหมดจาก 8 - 10 ชั่วโมง เหลือ 6 - 7 ชั่วโมง และจะทำให้โครงข่ายเส้นทางคมนาคมของ สปป. ลาวมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการพัฒนา เพื่อเปลี่ยนประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศที่เชื่อมโยงทางบกของรัฐบาล สปป. ลาว ทางด่วนนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมอื่น ๆ ภายในประเทศ เช่น ทางด่วนเวียงจันทน์ - บ่อเต็น (ชายแดนลาว - จีน) ซึ่งเปิดใช้งานระยะที่ 1 (เวียงจันทน์ - วังเวียง) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ธ.ค. 2563 และปัจจุบันรัฐบาล สปป. ลาว ได้อนุมัติการก่อสร้างทางด่วนแห่งนี้ในระยะที่ 2 (วังเวียง - หลวงพระบาง) และทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย ซึ่งจะช่วยสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเมืองหลวงของ สปป.ลาวกับเวียดนาม ปัจจุบันทางด่วนเวียงจันทน์ – ฮานอย อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564 เว็บไซต์ The Laotian Times วันที่ 28 พ.ค. 2564 https://laotiantimes.com/2021/05/28/movement-on-the-vientiane-to-pakse-expressway-project/Modified:10/06/2021 16:20:47
-
การส่งออกสินค้าสปป. ลาวไปไทยในเดือน ม.ค. 2564 ลดลง
ข้อมูลกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ระบุว่า ในเดือน ม.ค. 2564 การส่งออกสินค้าของ สปป. ลาวไปไทยมีมูลค่า 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือน ม.ค. 2563 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในเมืองปากซอง แขวงจำปาสักที่ได้รับผลกระทบจากการควบคุมชายแดนที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการคัดกรองบุคคลที่เดินเข้าประเทศ รวมถึงยานพาหนะที่ข้ามแดนมาจากไทย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยที่รับซื้อกะหล่ำปลีมีความยากลำบากในการเดินทางเข้ามายัง สปป. ลาว และส่งผลให้กะหล่ำปลีจำนวนหลายพันตันตกค้าง ในขณะเดียวกันการส่งออกข้าวโพดหวานในแขวงไซยะบูลีไปไทย ในเดือน ม.ค. 2564 ลดลงเช่นกันModified:17/03/2021 10:11:43
-
การประชุมสรุปโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ IT Platform เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการคุ้มครองรถขนส่งสินค้าสากล
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2564 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ IT Platform เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการคุ้มครองรถขนส่งสินค้าสากล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำ สปป. ลาว JICA ประจำ สปป. ลาว สมาคมผู้ขนส่งและจัดส่งระหว่างประเทศ สปป. ลาว และภาคเอกชนเข้าร่วม โดยโครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI)Modified:03/03/2021 15:58:15
-
Huawei พัฒนาระบบทางด่วนอัจฉริยะแห่งแรกใน สปป. ลาว
ทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียงโครงการระยะแรกของโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน (นครหลวงเวียงจันทน์ – บ่อเต็น) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ซึ่งช่วยให้การเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ถึงเมืองวังเวียงลดเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง (จากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมง) และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดเส้นทาง และเพิ่มความร่วมมือทางการค้าเชิงสังคม-เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมModified:01/02/2021 14:55:57
-
โอกาส และความท้าทายของเส้นทางรถไฟลาว - จีนและทางด่วนเวียงจันทน์ - บ่อเต็น
ดร. สะถาบันดิด อินสีเชียงใหม่ รักษาการหัวหน้าสถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติ สปป. ลาว กล่าวว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน และทางด่วนเวียงจันทน์ – บ่อเต็น นับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่ม<br />
หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สปป. ลาวในการเปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลให้สามารถเชื่อมโยงทางบกกับภูมิภาคได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกรูปแบบเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจำนวนหนึ่งและการสูญเสียผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งเส้นทางรถไฟและทางด่วนอาจจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ สปป. ลาว และจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์จากทางรถไฟลาว – จีน และทางด่วนเวียงจันทน์ – บ่อเต็นมากที่สุด โดยสรุปประโยชน์ของเส้นทางดังกล่าวมีดังนี้ <br />
<br />
<br />
<br />
Modified:01/02/2021 14:47:01
-
ความคืบหน้าการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – แขวงหลวงน้ำทา ระยะที่ 2 และ 3
โครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – เมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา (ชายแดนลาว – จีน) แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 นครหลวงเวียงจันทน์ – เมืองวังเวียง ระยะที่ 2 วังเวียง – หลวงพระบาง ระยะที่ 3 หลวงพระบาง – อุดมไซ และระยะที่ 4 อุดมไซ – เมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา รวมระยะทางทั้งสิ้น 460 กิโลเมตร คาดว่าทางด่วนระยะที่ 1 จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2563Modified:26/01/2021 10:27:36
Sorted by relevance | Sort by date
