ค้นหา
About 541 results
-
เมื่อปี 2554 ชิลีได้ดุลงบประมาณร้อยละ 1.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
เมื่อปี 2554 ชิลีได้ดุลงบประมาณร้อยละ 1.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศModified:18/07/2013 16:31:10
-
รัฐบาลชิลีเสนอร่างงบประมาณจำนวน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้รัฐสภาพิจารณา
รัฐบาลชิลีเสนอร่างงบประมาณจำนวน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้รัฐสภาพิจารณาModified:18/07/2013 16:39:37
-
เดินหน้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 เชื่อมบึงกาฬ-บอลิคำไซ
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2562 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ<br />
เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 (จังหวัดบึงกาฬ- แขวงบอลิคำไซ)Modified:09/12/2024 17:50:00
-
เดินหน้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 เชื่อมบึงกาฬ-บอลิคำไซ
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2562 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ<br />
เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 (จังหวัดบึงกาฬ- แขวงบอลิคำไซ)Modified:24/09/2025 15:24:04
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:20:45
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:25:33
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:20/11/2024 13:09:41
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:09/12/2024 17:41:35
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
พิธีลงนามสัญญาว่าด้วยการทดลองดำเนินธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2565 นายแก้วนะคอน ไซสุเลียน หัวหน้ากรมเทคโนโลยีดิจิทัล กระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว และนางวิพากอน กอนสิน ประธานบริษัท ลาว วีไอพี พัฒนาการลงทุน จำกัด ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วยการทดลองดำเนินธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล โดยมี ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดารา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานModified:02/03/2022 14:20:34
-
ปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 4.5
ในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ได้เห็นชอบร่างดำรัสว่าด้วยการปฏิบัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนงบประมาณแห่งรัฐ ประจำปี 2565 ซึ่งรัฐบาล สปป. ลาว กำหนดเป้าหมายปีนี้<br />
ให้ GDP ประเทศขยายตัวร้อยละ 4.5 คิดเป็นมูลค่า 192.14 ล้านล้านกีบ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อคน 2,503 ดอลลาร์สหรัฐ และ GNI ต่อคน 2,358 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย การขยายตัวของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 คิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP ภาคการบริการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 คิดเป็นร้อยละ 38.9 ของ GDP และภาคภาษี-ศุลกากร เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของ GDP<br />
Modified:24/01/2022 16:29:57
-
รัฐบาล สปป. ลาวอนุมัติให้ 19 บริษัทขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็ก
การส่งเสริมโครงการขุดค้นแร่ธาตุและแปรรูปแร่ธาตุ ระยะทดลองเป็นหนึ่งในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลังของ สปป. ลาว โดยในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ปี 2564 ได้รายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติฯ ว่า ปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจพัฒนาแร่ธาตุลาวได้ลงนาม MOU ร่วมกับบริษัท Hong Kong Tianyunda International Trade จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งโรงงานหลอมเหล็กกล้าลาว-จีน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บนพื้นที่ 126 เฮกตาร์ เป็นระยะเวลา 8 เดือน (22 ก.ค. 2564 - 21 มี.ค. 2565) โดยรัฐวิสาหกิจพัฒนาฯ ถือหุ้นร้อยละ 20 มูลค่า 240 ล้านหยวน และบริษัท Hong Kong ถือหุ้นร้อยละ 80 มูลค่า 960 ล้านหยวน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ 19 บริษัท ใน 19 กิจการสามารถเริ่มการขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็กได้ การดำเนินโครงการแร่ธาตุฯ (ระยะเวลาช่วงทดลอง 3 ปี) สถานะเดือน ต.ค. 2564 มีผู้สนใจและยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประมาณ 201 โครงการ ประกอบด้วย โครงการแร่เหล็ก 167 โครงการ แร่ทอง 17 โครงการ แร่ทองตกตะกอน 10 โครงการ และแร่อื่น ๆ 8 โครงการ โดยเฉพาะแร่เหล็กที่ได้ลงนามสัญญาแล้วจำนวน 16 โครงการ และสามารถชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเข้างบประมาณมูลค่า 23.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงกลไก ขั้นตอนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการต่าง ๆ ให้เหมาะสม การจัดทำคู่มือแนะนำด้านวิชาการเกี่ยวกับการสร้างแผนคุ้มครองและติดตาม ตรวจตราสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการพัฒนาแร่ธาตุในช่วงการทดลองได้สำเร็จ รวมทั้ง ได้จัดสรรงบประมาณ ติดตาม ตรวจตราแผนคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโครงการลงทุนเพื่อจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญในปี 2565 ในรายงานดังกล่าวยังเน้นว่า รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกดำรัสว่าด้วยการกำหนดเขตสงวนแร่ธาตุ ฉบับเลขที่ 308/นย ลงวันที่ 10 พ.ค. 2564 และรัฐบัญญัติว่าด้วยค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 002/ปปท ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2564 แล้วเสร็จ ที่มา: นสพ. ประชาชน วันที่ 14 ม.ค. 2565 http://www.pasaxon.org.la/pdfs/932514-01-2022_compressed.pdfModified:24/01/2022 16:18:07
-
แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป. ลาว
กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ผลักดันการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุแผนงบประมาณของรัฐบาล สปป. ลาว ระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยมีผลบังคับใช้จนถึงปี 2565 ซึ่งให้ความสำคัญลำดับต้นในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยง สปป. ลาว กับประเทศอื่น ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการทำให้ สปป. ลาว เป็นประเทศที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอย่างมั่นคงModified:24/01/2022 15:38:57
-
การทดลองใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วได้ประกอบพิธีทางศาสนาสำหรับงานเปิด <br />
และทดลองใช้งานครั้งแรก โดยมีเครื่องบินของสายการบินลาวแอร์ไลน์ และลาวสกายเวย์เข้าร่วมการทดสอบการนำเครื่องขึ้นและลงจอด รวมถึงการทดลองใช้ระบบสื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานฯ<br />
ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว ตั้งอยู่บ้านสีเมืองงาน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้<br />
และแม่น้ำโขง ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขยาย<br />
ทางรันเวย์ ปรับปรุงผังสนามบิน รวมทั้งก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและลานจอดรถ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวมทั้งหมด 149,000 ล้านกีบ และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน มี.ค. 2565 <br />
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับเครื่องบิน ATR และรองรับเที่ยวบินได้วันละ 1-2 เที่ยว <br />
ซึ่งจะช่วยเพิ่มการสัญจรของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางในภูมิภาค โดยที่ผ่านมา <br />
มีเพียงเครื่องบินขนาดเล็ก 50 ที่นั่งเท่านั้นที่สามารถลงจอดในแขวงบ่อแก้วได้ ดังนั้น รัฐบาลลาวจึงตั้งเป้าหมาย<br />
ที่จะพัฒนาการเชื่อมต่อทางถนนและทางอากาศเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากขึ้น <br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีท่าอากาศยานหลัก ทั้งสิ้น 6 แห่ง ประกอบด้วย (1) ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต <br />
นครหลวงเวียงจันทน์ (2) ท่าอากาศยานนานาชาติบินปากเซ แขวงจำปาสัก (3) ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง (4) ท่าอากาศยานอุดมไซ แขวงอุดมไซ (5) ท่าอากาศยานสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต <br />
และ (6) ท่าอากาศยานห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ปิดปรับปรุง)<br />
<br />
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 11,063 กีบ <br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 29 ธ.ค. 2564<br />
<br />
Modified:24/01/2022 15:30:35
-
การประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ประจำปี 2564
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมรัฐบาล<br />
เปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ประจำปี 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เจ้าแขวง <br />
ผู้แทนแนวลาวสร้างชาติ หน่วยงานภาครัฐ องค์การตรวจสอบแห่งรัฐเข้าร่วม <br />
วัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้ เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความเห็นการปฏิบัติงานของรัฐบาลชุดที่ 9 ประจำปี 2564 และเสนอร่างดำรัสว่าด้วยการจัดตั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนงบประมาณ<br />
แห่งรัฐประจำปี 2565 และการรายงานและหารือ 3 วาระสำคัญ ได้แก่<br />
Modified:10/01/2022 15:35:13
-
รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมูลค่า 43.95 ล้านล้านกีบในปี 2565
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่<br />
ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:19:04
Sorted by relevance | Sort by date
