ค้นหา
About 356 results
-
ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 เป็นร้อยละ 2.2
ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับเดือน ต.ค. 2564 โดยปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 จากที่คาดการณ์ในเดือน เม.ย. 2564 ไว้ที่ร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 2.2 และคาดว่าในปี 2565 เศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.5Modified:29/10/2021 09:18:18
-
ภาคเอกชนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวงแล้ว 39 บริษัท
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงทาดหลวง โดยมีนายสอนปะเสิด ดาลาวง รักษาการหัวหน้า<br />
ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ให้การต้อนรับ<br />
Modified:18/10/2021 10:37:16
-
ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจของ สปป. ลาวในปี 2564 จะเติบโตในระดับกลาง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 รายงาน Lao PDR Economic Monitor ฉบับเดือน ส.ค. 2564 ของธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ลาวปี 2564 อยู่ที่ ร้อยละ 3.6 เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และลดลงจากที่คาดการณ์ที่ร้อยละ 4 ในเดือน มี.ค. 2564เนื่องมาจากปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใกล้เคียง การเร่งฉีดวัคซีนทั่วประทศ และการลดการระบาดในชุมชน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะลดลงมากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้หากการระบาด ของโรคโควิด 19 ยังรุนแรง รวมทั้งมาตรการ lock down ที่เข้มงวด หรือกรณี สปป. ลาว ได้รับผลกระทบ จากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงที่อาจเกิดช้ำ โดยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเห็นได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น เช่น ไฟฟ้า แร่ธาตุ อุตสาหกรรมแปรรูปพบว่าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจส่วนใหญ่ในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการขนส่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัว เนื่องจากมาตรการ lock down และการคงการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งตัดโอกาสในการสร้างรายรับของประเทศModified:10/09/2021 16:19:16
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวเสนอให้ภาคเอกชนร่วมมือทำธุรกิจกับต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม Lao Business Forum (LBF) ครั้งที่ 13 โดยมีนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายอุเดด สุวันนะวง ประธาน สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมModified:17/08/2021 09:12:45
-
หัวเหว่ยสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และคณะ เดินทางเยี่ยมชม
<br />
บริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด โดยมีนาย Hu Weihua ประธานบริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินธุรกิจ
<br />
ของบริษัทฯ ทั่วโลกและใน สปป. ลาว และนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ ICT ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมดิจิทัลลาว รวมถึง
<br />
E-Government นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมห้องจัดแสดงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตั้งอยู่เมืองเชินเจิ้น
<br />
ผ่านระบบการประชุมทางไกล
<br />
<br />
หัวเหว่ยดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาวมากกว่า 20 ปี และได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเพิ่ม
<br />
ความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวในการพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายและการให้บริการ ด้านการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นผ่านการ
<br />
สนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และการพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่อง
<br />
พร้อมสานต่อการลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน ICT ให้ สปป. ลาว
<br />
<br />
ศ.ดร. บ่อเวียงคำฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและการแก้ไขปัญหา E-Government มีความสำคัญอย่างมาก
<br />
หัวเหว่ยเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และประสบการณ์ จึงมั่นใจว่าหัวเหว่ยจะช่วย
<br />
สนับสนุนการพัฒนา ICT ของ สปป. ลาว รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรม ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการจ้างงานให้กับแรงงานท้องถิ่นอีกด้วย
<br />
<br />
เมื่อเดือน พ.ค. 2564 หัวเหว่ยได้ประกาศที่จะดำเนินโครงการ “In Laos For Laos” เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุน
<br />
อุปกรณ์โทรคมนาคม การฝึกอบรมทักษะด้าน ICT และการให้คำปรึกษา ด้านการวางแผนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างขีดความสามารถ
<div>ในยุคดิจิทัล 4.0 โดยร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว
<br />
<br />
โครงการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยจะยกระดับ
<br />
ระบบสำนักงานให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวเหว่ยจะให้ความช่วยเหลือ สปป. ลาว
<br />
ในการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยจัดฝึกอบรม ICT ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
<br />
รวมทั้งพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะในวัยเด็ก และจัดหาอุปกรณ์ IT และสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาอีกด้วย
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564 และ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 20 ก.ค. 2564
<br />
https://laoedaily.com.la/2021/07/20/99370/ </div>
Modified:19/11/2024 11:18:24
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย เริ่มสำรวจและออกแบบการสร้าง
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ดร. บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับนาย Liu Jingwei หัวหน้าคณะสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ สำรวจเส้นทางสำหรับการสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซายในแขวงบ่อแก้ว เพื่อออกแบบโครงการให้สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริง ประหยัดงบประมาณ และส่งผลกระทบด้านต่าง ๆ น้อยที่สุดModified:27/07/2021 09:23:33
-
โควิด 19 ส่งผลให้คนใน สปป. ลาวกว่า 84,000 คนยากจนขึ้น
เมื่อวันที่ 5 - 15 พ.ค. 2564 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว ได้ดำเนินการสำรวจ และประเมินจำนวนครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างเร่งด่วน ผลการสำรวจระบุว่าจำนวนคนตกงานและประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการระบาดของโควิด 19 และถูกเลิกจ้างงานในต่างประเทศมีทั้งหมด 84,418 คน โดยกระทรวงแรงงานฯ จะยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล สปป. ลาว เพื่อให้ความช่วยเหลือครัวเรือนที่ยากจน เมื่อข้อเสนอได้รับการอนุมัติ นายกรัฐมนตรีจะออกดำรัสเพื่อนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติ นายปะทุมพอน สนทะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน ผู้ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละแขวงแล้ว จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินและเบื้องต้น โดยจัดหาอาหารและกองทุนตามที่ได้รับอนุมัติในแต่ละแขวง การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลให้คนยากจนจำนวนมากตกงานและไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ มีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,216 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 30,698 คน รองลงมา คือ แขวงจำปาสักมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 2,472 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 9,934 คน แขวงบ่อแก้วมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,528 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 6,213 คน แขวงอุดมไซมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 3,133 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 11,753 คน แขวงอัดตะปือมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 780 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 3,168 คน และ แขวงเซกองมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 171 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 2,693 ทั้งนี้ ยังเหลืออีก 12 แขวงที่ยังไม่ได้สำรวจและคาดว่าจำนวนกลุ่มครอบครัวยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจะเพิ่มมากขึ้น ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564Modified:16/06/2021 10:09:23
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
-
สปป. ลาวกำหนดนโยบายลดผลกระทบจากโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 นางพอนวัน อุทะวง รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมเกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 สรุปได้ ดังนี้Modified:27/05/2021 10:31:38
-
รัฐบาล สปป. ลาวหารือแนวทางลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด 19
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของ โรคโควิด 19 เป็นประธานการประชุมเพื่อปรึกษาหารือในการเตรียมแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็น ดังนี้ 1. นโยบายด้านการคลัง- พิจารณาเกี่ยวกับนโยบายผ่อนผันและขยายเวลาการชำระภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจและครัวเรือน 2. นโยบายด้านสินเชื่อ- ตรวจสอบภาคธุรกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาด และพิจารณา ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อเพิ่มเติมในหลายรูปแบบ พร้อมทั้งการสนับสนุนสินเชื่อในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และโครงการส่งเสริม SMEs 3. นโยบายด้านแรงงาน- ทบทวนการประเมินความสามารถของกองทุนประกันสังคม และพิจารณา ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตลอดจนสำรวจข้อมูลแรงงานที่ได้รับผลกระทบที่อยู่นอกระบบประกันสังคม จัดทำแผนช่วยเหลือแบบประชาสงเคราะห์ และจัดให้ผู้ว่างงานเข้าสู่ระบบการจ้างงาน 4. นโยบายด้านการคุ้มครองการผลิต ราคาสินค้า และการขนส่งสินค้า- ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับ การติดตามและตรวจสอบสินค้าและราคาสินค้าทั่วประเทศ การอำนวยความสะดวก และแก้ไขอุปสรรคในการขนส่งสินค้าระหว่างแขวง และด่านสากลเพื่อไม่ให้แออัด รวมถึงแก้ไขปัญหาค่าบริการขนส่งที่สูงขึ้น 5. นโยบายด้านสังคมและประชาชน- การพิจารณาช่วยด้านราคาไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และการจัดเก็บขยะ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณานโยบายและมาตรการแก้ไขอย่างรอบด้าน และผลักดันให้การดำเนินนโยบายและมาตรการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม เพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ ที่มา: นสพ. ประชาชน 30 เม.ย. 2564Modified:20/05/2021 16:24:14
-
การพัฒนาด้านคมนาคมของ สปป. ลาวในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2518 (วันสถาปนา สปป. ลาว) เป็นต้นมา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ขนส่ง ไปรษณีย์ และก่อสร้าง (ปัจจุบันกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง) ปัจจุบันมีถนนที่ตัดเข้าถึงทุกเมืองและแขวงทั่วประเทศ และมีก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงแห่งชาติ เช่น ถนนหมายเลข 13 เหนือ และ 13 ใต้ ที่เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงภาคเหนือไปยังภาคใต้ของ สปป. ลาว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการสัญจรภายใน สปป. ลาวและเชื่อมโยงไปยังประเทศใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันโครงข่ายเส้นทางของ สปป. ลาว มีระยะทางทั้งสิ้น 58,255 กม. ประกอบด้วยทางลาดยางใน 148 เมือง เพิ่มขึ้นร้อยละ 687 หรือประมาณ 50,855 กม. เมื่อเทียบกับปี 2518 ที่มีเส้นทางทั้งหมด 7,400 กม. มีสะพานทั้งหมด 2,819 แห่ง ประกอบด้วยสะพานคอนกรีต 1,113 แห่ง และที่เหลือเป็นสะพานเหล็กและไม้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 443 หรือประมาณ 2,300 แห่ง เมื่อเทียบกับปี 2529 ซึ่งมีสะพานเพียง 519 แห่ง โดยสะพานที่สำคัญ ได้แก่ สะพานสีทอง สะพานยูริกาการิน (สะพานปากกะดิง) สะพานน้ำเทิน สะพานเซโดนที่ปากเซ สะพานท่าง่อน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย – เวียงจันทน์) สะพานข้ามแม่น้ำโขงปากเซ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) และสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 4 (เชียงราย – บ่อแก้ว) นอกจากนี้ ยังมีสะพานที่สำคัญหลายแห่งตามถนนหมายเลข 13 2 4 7 8 9 12 15 และ 18BModified:26/01/2021 11:26:28
-
การพัฒนาด้านพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา
ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป. ลาว ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับ ผลการดำเนินงานด้านพลังงานและเหมืองแร่ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมาว่า ในช่วงก่อนปี 2518 การลงทุนและการพัฒนาด้านพลังงานใน สปป. ลาวมีไม่มากเท่าที่ควร มีเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่เพียง 1 แห่ง คือ เขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 30 เมกะวัตต์ เขื่อนไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำดง แขวงหลวงพระบาง มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ และเขื่อนเซละบำ แขวงจำปาสัก มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ และมีเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันสำหรับในเมืองใหญ่จำนวนหนึ่ง ขณะนั้น สปป. ลาวมีไฟฟ้าใช้ใน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง คำม่วน สะหวันนะเขต และจำปาสัก 19,000 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชาชนทั้งประเทศModified:26/01/2021 11:19:19
-
ลาวส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้แคมเปญ “ลาวเที่ยวลาว”
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2563 สปป. ลาวได้เปิดตัวแคมเปญ “ลาวเที่ยวลาว” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ กับภาคเอกชนของ สปป. ลาว ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้ประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมชั้นนำ โดยได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาล สปป. ลาว สวิตเซอร์แลนด์ และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของลักเซมเบิร์ก (Luxembourg Development Cooperation Agency) โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มทุน สนับสนุนและส่งเสริม การท่องเที่ยวภายในประเทศ และลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อภาคการท่องเที่ยว โดยมี สภาการค้าฯ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดแคมเปญดังกล่าวModified:25/01/2021 17:05:18
-
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีนจัดอบรมภาษาจีนให้แก่พนักงานลาว
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 สถาบันขงจื้อ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และบริษัท ทางรถไฟลาว – จีน จำกัด ได้จัดการฝึกอบรมทักษะภาษาจีนและทฤษฎีการรถไฟให้แก่พนักงานลาวของบริษัทฯ จำนวน 248 คน เพื่อเตรียม ความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการรถไฟลาว – จีนในเดือน ธ.ค. 2564 โดยมีนายสายคำ พันทะวง รองหัวหน้ากรมอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว นายอานงเดด จันทะลา รองหัวหน้าคณะกรรมาธิการความร่วมมือ ลาว – จีน และนาย Xiao Qianwen ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทางรถไฟลาว – จีน จำกัด เข้าร่วมModified:22/01/2021 15:25:26
-
บทรายงานของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เกี่ยวกับผลการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2559 – 2563) แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงิน 5 เดือน การคาดการณ์ 6 เดือนแรกของปี 2563 และทิศทาง 6 เดือนหลังของปี 2563 สรุปรายงานในด้านเศรษฐกิจ ดังนี้Modified:22/01/2021 15:19:31
-
ธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจลาวปี 2563 จะเติบโตร้อยละ 1
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2563 ธนาคารโลก ประจำ สปป. ลาวได้เผยแพร่รายงาน Lao Economic Monitor ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและหนี้สิน ของสปป. ลาวในปี 2563 โดยคาดว่าเศรษฐกิจลาวจะขยายตัวร้อยละ 1 ในกรณีที่การแพร่ระบาดไม่รุนแรง และอาจจะ หดตัวติดลบร้อยละ 1.8 ในกรณีรุนแรง ด้านการขาดดุลงบประมาณปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.5 – 8.8 ของ GDP (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.1 เมื่อปี 2562) ด้านหนี้สินปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65 – 68 ของ GDP (เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 59 เมื่อปี 2562) และด้านเงินสำรองระหว่างประเทศปี 2563 จะลดลง โดยครอบคลุมการนำเข้าน้อยกว่า หนึ่งเดือนModified:22/01/2021 14:03:41
-
SMEs ด้านความมั่นคงทางอาหารจะได้รับประโยชน์จากการปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สปป. ลาว (SMEs) มีแผนปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการสนับสนุนเงินทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารModified:22/01/2021 13:31:47
-
สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาวเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขผลกระทบของมาตรการสกัดกั้นโรค โควิด 19 ต่อภาคเอกชน
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2563 สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาวได้เสนอให้รัฐบาล สปป. ลาวและคณะเฉพาะกิจที่รับผิดชอบติดตามผลกระทบและการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการเพื่อลดผลกระทบของโรคโควิด 19 พิจารณาโดยด่วนเกี่ยวกับการขยายเวลาของคำสั่งนายกรัฐมนตรี เลขที่ 06/นย. ว่าด้วยการเพิ่มทวีมาตรการสกัดกั้น ป้องกันการระบาด ควบคุม และเตรียมความพร้อมรอบด้านเพื่อต้านโรคโควิด 19 ไปจนถึงวันที่ 3 พ.ค. 2563 โดยข้อเรียกร้องมีดังนี้Modified:22/01/2021 11:57:08
-
ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉิน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อ สปป. ลาวรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Nicola Pontara ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้ฉุกเฉิน จำนวน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับกรณีฉุกเฉินสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การควบคุมการติดเชื้อ การตรวจหาผู้ติดเชื้อ การค้นหาผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การคุ้มครองกรณีมีผู้ติดเชื้อ และการยกระดับความสามารถในการเฝ้าระวังและทักษะการรักษาของคณะแพทย์ สปป. ลาว โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว เข้าร่วมModified:22/01/2021 11:42:33
-
เตรียมปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริม SMEs ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2562 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ/ประธานสภาบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างกองทุนฯ กับธนาคารพาณิชย์ใน สปป. ลาว 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาลาว ธนาคาร Saigon Thuong Tin (Sacombank ลาว) ธนาคารร่วมธุรกิจลาว – เวียดนาม และธนาคาร Maruhan ญี่ปุ่น – ลาว ณ กระทรวงอุตสาหกรรมฯModified:22/01/2021 11:13:56
Sorted by relevance | Sort by date
