ค้นหา
-
“ยางพารา” และ “อาหารฮาลาล” ธุรกิจที่มีอนาคตในรัสเซีย
เมื่อเร็วๆ นี้ น.ต. อิทธิ ดิษฐบรรจง (ร.น.) เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ได้ยก “ทีมประเทศไทยประจำรัสเซีย” ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ของไทยในรัสเซีย ไปเยือนนสาธารณรัฐ Tatarstan หนึ่งในเขตปกครองตนเองของรัสเซีย ภายใต้โครงการศึกษาศักยภาพและโอกาสของธุรกิจไทยในเขตปกครองตนเองแห่งนี้ ...Modified:31/10/2013 10:12:56
-
ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 97 ไม้ยางพาราไทยอนาคตสดใสในจีน
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 56 ว่า ตลาดส่งออกไม้ยางพาราในจีนสดใส ปัจจุบัน ตลาดจีนนิยมไม้เนื้ออ่อนและไม้แปรรูปมากขึ้น และไม้ยางพาราของไทยมีคุณภาพดี สามารถมีผลผลิตตลอดปี อีกทั้ง สามารถสังเกตได้ว่า ผู้บริโภคจีนก็เริ่มเน้นการออกแบบและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกไม้ยางพาราของไทยไปจีนสูงกว่า 14,300 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 30Modified:08/10/2013 16:57:07
-
บริษัท CNPC จับมือเมืองเจียหยางสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติลดการใช้ถ่านหิน
China National Petroleum Corporation (CNPC) วิสาหกิจปิโตรเลียมรายใหญ่ที่สุดของจีนร่วมมือกับเมืองเจียหยางมณฑลกวางตุ้งสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อเชื่อมกับโครงข่ายก๊าซธรรมชาติจากภาคตะวันตกมายังภาคตะวันออกของจีนModified:17/07/2013 11:03:36
-
ราคานำเข้ายางพาราของจีนลดลง โอกาสของธุรกิจยางรถยนต์
ตัวเลขสถิติจากสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีนชี้ว่า เดือน ม.ค. 56 – เม.ย. 56 จีนมีการนำเข้ายางพาราธรรมชาติ 8.6 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.7 เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 2,454 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9
Modified:27/06/2013 13:19:44
-
ห้างในกุ้ยหยางแข่งขันรุนแรง Parkson ปิดตัวสองสาขาในครึ่งแรกของปี
Parkson ห้างสรรพสินค้าสัญชาติมาเลเซีย ปิดกิจการไป 2 แห่งในนครกุ้ยหยางภายในครึ่งปี รองผจก.ของห้างฯดังกล่าวให้เหตุผลว่า “เป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ”Modified:21/06/2013 12:57:33
-
ต้นทุนลดลงและอุปสงค์เพิ่มขึ้น โอกาสของธุรกิจยางรถยนต์ “สีเขียว”
ตั้งแต่เทศกาลวันตรุษจีนเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ราคายางธรรมชาติภายในประเทศจีนหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และในช่วงระยะเวลาช่วงหนึ่งต่อไปจากนี้ เนื่องจากอุปทานยางพาราจะออกสู่ตลาดพร้อมกัน คาดว่าจะส่งผลให้การปรับตัวราคายางพาราสูงขึ้นค่อนข้างยาก อีกอย่างจีนเริ่มปฏิบัติใช้ มาตรฐานการคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยของบริษัทรถยนต์นั่ง ตั้งแต่วันที่Modified:07/05/2013 14:02:20
-
กว่างซีกับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางยางพารา - ก้าวย่างที่ไทยมีลุ้น?
เราจะพาท่านไปดูความทะเยอทะยานของกว่างซีในการวางตำแหน่งให้ตนเองเป็น “ศูนย์กลางยางพาราของจีน” โดยอาศัยนโยบายการเป็น “ประตูสู่อาเซียนของจีน”Modified:27/08/2013 16:02:12
-
ผู้ผลิตยางรถยนต์ร้องรัฐยกเว้นภาษีนำเข้ายางพารา
อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ของอินเดียเรียกร้องรัฐบาลให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับยางธรรมชาติ อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ของอินเดียได้เรียกร้องรัฐบาลให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับยางธรรมชาติ ที่นำเข้าไปเพื่อผลิตยา...
Modified:10/05/2012 20:12:11
-
ประเทศไทยกับการเป็นผู้นำการผลิตยางพาราโลก
ความต้องการยางพาราในตลาดโลกจะยังคงขยายตัวสูงแบบก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยตลาดหลักสำคัญเป็นจีนและอินเดียที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยจะเป็นผู้นำตลาดแบบไร้คู่แข่ง จากกา...
Modified:27/09/2011 09:23:28
-
การเยือนเมืองกัลกัตตาของคณะผู้แทนการค้าและการลงทุนไทยในธุรกิจยางและไม้ยางพารา
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2554 นายประสิทธิเดช วิชิตสรสาตร กงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา ได้เข้าร่วมการสัมมนาซึ่งจัดโดยหอการค้าภารตะ (Bharat Chamber of Commerce) ในฐานะแขกเกียรติยศ ในโอกาสที่คณะผู้แทนไทยข้างต้นน...
Modified:25/07/2011 10:09:00
-
โอกาสการขยายตลาดยางพาราของไทยในอินเดีย
อินเดีย เป็นตลาดใหม่และมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดรับซื้อยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางพาราจากไทยของไทยได้ในอนาคต และเป็นการลดการพึ่งตลาดหลักเพียงตลาดเดียวของไทย (ปัจจุบันการส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้งของไทยร้...
Modified:19/07/2011 13:53:16
-
"ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน" ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 2 การเดินทางแรก แวะเยี่ยมชม หยางผู่
“ท้องฟ้า ทะเล และต้นมะพร้าว” ที่เหมือนเป็นคำนิยามของเกาะไห่หนาน ซึ่งเป็นส่วนเกริ่นนำที่เราได้นำท่านผู้อ่านไปสัมผัสในตอนที่ 1 กับการเดินทางไปกับพวกเรา ในอีกมุมมองหนึ่งที่อยากให้ผู้อ่านได้สัมผัส การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสัดส่วนของการพัฒนามณฑลไห่หนานในทุกรูปแบบ ทั้งด้าน อุตสาหกรรม เศรษฐกิจและการท่องเที่ี่ยวModified:27/08/2013 16:01:52
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมพลาสติกและยางที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ณ นครกวางโจว
ปัจจุบันการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว และได้เพิ่มศักยภาพในการประยุกต์นำพลาสติกและยางเข้าสู่ภาคการผลิตในสาขาต่างๆ มากยิ่งขึ้น เช่น ภาคยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม การก่อสร้าง การบรรจุหีบห่อ ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ ของเล่นเด็กและอื่นๆ จนทำให้ปัจจุบันจีนถือเป็นตลาดพลาสติกและยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณการใช้พลาสติกมากถึง 40 ล้านตันต่อปี และยาง 3.8 ล้านตันต่อปี จากการที่พลาสติกและยางเพิ่มบทบาทมากยิ่งขึ้นในชีวิตประจำของโลกยุคปัจจุบัน ก็ส่งผลให้การพัฒนาเครื่องจักร การจัดหาวัตถุดิบเพื่อใช้ในการแปรรูปพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยีการรีไซเคิล เป็นส่วนสำคัญยิ่งในปัจจุบันModified:27/08/2013 16:01:56
-
สินค้าเกษตร สินค้าส่งออกหลักของ สปป. ลาว
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ที่ผ่านมา สปป. ลาว <br />
ขาดดุลการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน หากพิจารณาจากตัวเลขข้อมูล 3 เดือนล่าสุดพบว่า ในเดือน ส.ค. 2565 มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 1,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 593 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ย. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในเดือน ต.ค. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,074 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 652 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุล การค้า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของสำคัญของ สปป.ลาว คือ แร่ธาตุ และสินค้าเกษตร อาทิ ทองคำผสมและทองคำแท่ง แร่ทอง แร่เหล็ก ยางพารา กล้วย ปุ๋ยน้ำตาล โคและกระบือ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า โดยประเทศเป้าหมายของสินค้าส่งออกของ สปป. ลาว ได้แก่ จีน เวียดนาม ไทย ออสเตรเลีย ฮ่องกง ฯลฯ<br />
Modified:29/12/2022 08:53:50
-
กาแฟลาว สินค้าการเกษตรยอดนิยมในการส่งออกของ สปป. ลาว
กาแฟ นับเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถสร้างรายได้<br />
เข้า สปป.ลาวจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี สมาคมกาแฟลาว (Lao Coffee Association: LCA) ระบุว่า การส่งออกกาแฟ ระหว่างเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 ปริมาณ 14,559 ตัน คิดเป็นมูลค่า <br />
41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียมูลค่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกไปยังตลาดยุโรปมูลค่า 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
กาแฟที่ผลิตใน สปป. ลาวส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ <br />
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและชื้นเหมาะสำหรับ<br />
การปลูกกาแฟ นอกจากนี้ การปลูกกาแฟทางตอนเหนือของ สปป. ลาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนักวิจัยด้านการเกษตรพบว่า มีภูเขาที่มีความเหมาะสมในการปลูกกาแฟ จึงได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น <br />
Modified:25/11/2022 12:22:48
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
โครงการพัฒนาเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเขตนาเตย
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2565 บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด (Amata City Lao Sole Company Limited) ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเขตนาเตย แขวงหลวงน้ำทา โดยมี นายคำไหล สีปะเสิด เจ้าแขวงหลวงน้ำทา นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว พร้อมด้วยนายเจษฎา กตเวทิน เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมModified:28/02/2022 14:55:49
-
สปป. ลาว เตรียมเจรจาเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับจีนเพิ่มอีก 22 ชนิด
การเจรจาเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับประเทศคู่ค้าหลักเป็นงานสำคัญในการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร<br />
เพื่อทดแทนการนำเข้าและส่งออก และเป็นงานสำคัญตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ<br />
และการคลังของ สปป. ลาว ตามการรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติฯ ต่อที่ประชุมรัฐบาล<br />
เปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564<br />
Modified:24/01/2022 16:27:35
-
ข้อคิดเห็นของผู้ประกอบการลาวเกี่ยวกับ RCEP
ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 จะเป็นความตกลงสำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรีและการลงทุน ภายในกลุ่มอาเซียน รวมถึง สปป. ลาวด้วยModified:24/01/2022 15:42:00
-
ปี 2564 ลาวส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว <br />
รายงานต่อที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ว่า ปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรกว่า <br />
900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 82 ของตัวเลขที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็นการส่งออกกล้วย 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางพารา 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันสำปะหลัง 196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แตงโม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอ้อย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
Modified:24/01/2022 15:37:12
Sorted by relevance | Sort by date
