ค้นหา
About 167 results
-
สปป. ลาวจะเปิดใช้ระบบพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 นายพุดสาลา ดนมาลา รองผู้อำนวยการธนาคารพัฒนาลาว และนางสมจิด พมมะทันสี ประธานบริษัท SB Lab 856 จำกัด ได้ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการใช้ระบบพิสูจน์ ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic know Your Customer: e-KYC) โดยมีนายบุนสะเหลิมไซ เคนนาวง รองรัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป. ลาว และผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:26/01/2021 10:01:05
-
ADB ทบทวนผลการดำเนินโครงการใน สปป. ลาว ประจำปี 2563
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ร่วมกับกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาวจัดการประชุมทบทวนผลการดำเนินโครงการใน สปป. ลาว ประจำปี 2563 เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน ของโครงการที่ ADB ให้การสนับสนุนทั้งหมด โดยมีนายกิแก้ว จันทะบูลี รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการฯ และ นาง Sonomi Tanaka ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานModified:26/01/2021 09:51:32
-
สถานการณ์การนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาวในเดือน พ.ค. 2563
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน พ.ค. 2563 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 711 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 447 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาวขาดดุลการค้าประมาณ 183 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่า การส่งออกไฟฟ้าModified:22/01/2021 14:54:32
-
ADB อนุมัติเงินกู้เพิ่มเติม 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อ สปป. ลาวป้องกันโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2563 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Yasushi Negishi ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญากู้ยืมเงินเพิ่มเติมจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน สปป. ลาวในการจัดการและป้องกันโรคโควิด 19 โดยมีรองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงิน สปป. ลาว หัวหน้ากรมการเงินต่างประเทศ และคุ้มครองหนี้สิน กระทรวงการเงิน สปป. ลาว ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว และกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว เข้าร่วมModified:22/01/2021 14:24:22
-
ธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจลาวปี 2563 จะเติบโตร้อยละ 1
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2563 ธนาคารโลก ประจำ สปป. ลาวได้เผยแพร่รายงาน Lao Economic Monitor ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและหนี้สิน ของสปป. ลาวในปี 2563 โดยคาดว่าเศรษฐกิจลาวจะขยายตัวร้อยละ 1 ในกรณีที่การแพร่ระบาดไม่รุนแรง และอาจจะ หดตัวติดลบร้อยละ 1.8 ในกรณีรุนแรง ด้านการขาดดุลงบประมาณปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.5 – 8.8 ของ GDP (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.1 เมื่อปี 2562) ด้านหนี้สินปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65 – 68 ของ GDP (เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 59 เมื่อปี 2562) และด้านเงินสำรองระหว่างประเทศปี 2563 จะลดลง โดยครอบคลุมการนำเข้าน้อยกว่า หนึ่งเดือนModified:22/01/2021 14:03:41
-
โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือลงทุนพัฒนาเขตเทคโนโลยีระดับสูงลาว – จีน
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2563 ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว และนายคำพัน สิดทิดำพา เจ้าแขวงเวียงจันทน์ เป็นประธานร่วมการประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับโครงการศึกษา ความเป็นไปได้ในการร่วมมือลงทุนพัฒนาเขตเทคโนโลยีระดับสูงลาว – จีน โดยมีรองเจ้าแขวงเวียงจันทน์ หัวหน้ากรม/สถาบัน เจ้าเมืองและผู้แทนแผนกที่เกี่ยวข้องของแขวงเวียงจันทน์ และภาคเอกชนเข้าร่วมModified:22/01/2021 13:52:11
-
ธนาคารโลกประเมินปีนี้เศรษฐกิจลาวจะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.6
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2563 ธนาคารโลกได้เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ฉบับเดือน เม.ย. 2563 ในหัวข้อ “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 (East Asia and Pacific in Time of COVID-19)” ซึ่งระบุว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะขยายตัวลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2.1 ในกรณีการระบาดไม่รุนแรง และอาจติดลบร้อยละ 0.5 ในกรณีรุนแรง ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ เมื่อปี 2562 ที่ร้อยละ 5.8Modified:22/01/2021 11:47:41
-
ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉิน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อ สปป. ลาวรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Nicola Pontara ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้ฉุกเฉิน จำนวน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับกรณีฉุกเฉินสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การควบคุมการติดเชื้อ การตรวจหาผู้ติดเชื้อ การค้นหาผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การคุ้มครองกรณีมีผู้ติดเชื้อ และการยกระดับความสามารถในการเฝ้าระวังและทักษะการรักษาของคณะแพทย์ สปป. ลาว โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว เข้าร่วมModified:22/01/2021 11:42:33
-
สปป. ลาว ยังพบความท้าทายด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2563 นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้เข้าร่วม การประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2563 ของกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคมและการสื่อสาร ณ ศูนย์การร่วมมือสากลและฝืกอบรม ลาว – ญี่ปุ่น นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วยModified:20/01/2021 15:01:18
-
สปป. ลาวตั้งเป้าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 6.5 ในปี 2563
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ได้รายงาน ต่อที่ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 8 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 ว่า สภาพเศรษฐกิจมหภาคเผชิญกับความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจมหภาค ปี 2563 เป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2559 - 2563)Modified:18/01/2021 15:31:49
-
เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำลงทุนในการเนรมิตเมืองใหม่ไปแล้วกว่า 1,926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:31/10/2019 18:03:32
-
สปป. ลาวอยู่อันดับ 113 ความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index)
รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index) ประจำปี 2562 ของ World Economic Forum ลดอันดับความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกของ สปป. ลาว จากอันดับ 112 ในปี 2561 มาอยู่ที่อันดับ 113 จากจำนวน 141 ประเทศModified:31/10/2019 17:54:14
-
รัฐบาลลาว เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในปี 2561 – ปี 2562 รัฐบาล สปป. ลาว คาดการณ์เศรษฐกิจจะเติบโตในอัตราร้อยละ 6.5 ขึ้นไป และได้กำหนด 10 แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ อาทิ การแก้ไขและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ การพัฒนาทางด้านวัฒนธรรมและสังคม การพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ทุกเมือง แขวง และท้องถิ่นจะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็วModified:05/11/2018 13:40:20
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
ธุรกิจสงวนสำหรับพลเมืองลาว
<h3>มาดูกันว่าธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับพลเมืองลาวคืออะไร และมีความสำคัญต่อท่านที่จะเข้ามาลงทุนในลาวอย่างไร คลิ๊กเลย!</h3>
Modified:03/11/2017 12:08:21
-
งาน Eurasian Orthopedic Forum Moscow 2017 ณ กรุงมอสโก
การจัดงาน Eurasian Orthopedic Forum Moscow 2017 ณ กรุงมอสโก ระหว่าง วันที่ 29 - 30 มิถุนายน 2560 <br />
<br />
ผู้สนใจสามารถค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a class="txttohtmllink" href="http://eoforum.ru/en">http://eoforum.ru/en</a>Modified:01/03/2017 17:22:58
-
ภาพรวมเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2559
Modified:02/03/2017 23:54:32
Sorted by relevance | Sort by date
