ค้นหา
-
เซี่ยเหมินชูยุทธศาสตร์ “Beautiful Xiamen” คาดทศวรรษหน้า GDP ต่อคนเพิ่มขึ้นเท่าตัว
รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนประจำเมืองเซี่ยเหมิน สมัยที่ 14 ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา กรรมาธิการสามัญเมืองฯ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองเซี่ยเหมินให้สวยงาม “Beautiful Xiamen” ต่อที่ประชุม โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับเมือง 5 ประการสำคัญModified:23/01/2014 16:05:14
-
GDP ของเวียดนามปี 2556 คาดว่าขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5.42
สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนาม คาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ปี 2556 ของเวียดนามจะอยู่ที่ร้อยละ 5.42 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.5Modified:08/01/2014 11:06:39
-
ภาคการค้าปลีกมีส่วนสำคัญในการเพิ่ม GDP ของประเทศ
นางดิง ถิ หมี ลวาน นายกสมาคมผู้ประกอบการการค้าปลีกของเวียดนาม กล่าวว่า ภาคการค้าปลีกของเวียดนามจะมีสัดส่วนใน GDP ของประเทศเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14 ในปี 2556Modified:18/11/2013 12:59:13
-
GDP กว่างซีโตกระฉูด 10.2% สวนกระแสเศรษฐกิจจีนที่ยังคงอ่อนแรง
ช่วง 3 ไตรมาสแรก ปี 56 ภาพรวมเศรษฐกิจของกว่างซียังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดี แต่ยังห่างจากเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อยModified:26/10/2013 09:58:03
-
อัตราการขยายตัวของ GDP อาจไม่เป็นไปตามเป้า
จากรายงานของกระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนาม พบว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 อัตราการขยายตัวของ GDP ของเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.14Modified:01/10/2013 16:38:00
-
GDP กุ้ยโจว ขยายตัวเป็นอันดับ 1 ของจีน
GDP มีมูลค่า 325,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 การขยายตัวสูงเป็นอันดับ 1 ของจีนเช่นเดียวกับมหานครเทียนจินModified:26/07/2013 18:30:29
-
GDP ในช่วงครึ่งปีแรกของนครโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 7.9
นาย เล ฮว่าง เกวิน ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์แจ้งว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 GDP ของนครโฮจิมินห์ยู่ที่ 340,657 ล้านล้านด่งModified:15/08/2013 13:33:43
-
GDP กว่างโจวไตรมาสแรกของปี 2556 พุ่งร้อยละ 12.9
สำนักงานสถิตินครกว่างโจวรายงานว่า GDP นครกว่างโจวในไตรมาสแรก ปี 2556 มีมูลค่ารวม 326,100 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.9 ของมูลค่า GDP มณฑลกวางตุ้ง แสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของนครกว่างโจวเป็นไปในทิศทางที่ดีตั้งแต่ต้นปี ซึ่งการเติบโตของมูลค่า GDP ที่เข้มแข็งเป็นผลมาจากขยายตัวของการอุปโภคบริโภคภายใน การลงทุน อุตสาหกรรมที่มีคุณภาพ และการขยายตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ประชากรModified:05/06/2013 10:47:21
-
ไตรมาสแรก 56 ฉางซามี GDP 144,336 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5
ไตรมาสที่ 1 ของปี 2556 นครฉางซามี GDP มูลค่า 144,336 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 โดยแบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม 5,556 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 ภาคอุตสาหกรรม 70,709 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 และภาคบริการ 68,072 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 โดยทั้ง 3 ประเภทมีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของนครฉางซาเป็นสัดส่วนดังนี้ 1.5: 48: 50.5Modified:21/05/2013 13:35:58
-
เศรษฐกิจเฉิงตูไตรมาสแรกปี 56 สดใส GDP ทะยานทะลุ 2 แสนล้านหยวน นำเข้าส่งออกขึ้นแท่นอันดับ 1 จีนตอนกลางและตะวันตก
เฉิงตู นครใหญ่แห่งศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคตะวันตกของประเทศที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับอีกหลายนครใหญ่ในแถบภาคตะวันออก เห็นได้จากการปิดฉากไตรมาสแรกของปี 2556 ด้วยตัวเลข GDP ที่มูลค่า 215,080 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555
Modified:15/05/2013 16:38:00
-
ไตรมาสแรกปี 56 GDP ฉงชิ่ง โต 12.5%
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเมืองที่กำลังเดินหน้าพัฒนา ทว่านครฉงชิ่ง หนึ่งในเมืองแห่งการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนตะวันตก ยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2556 ได้อย่างมั่นคง อีกทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพและครบวงจร
Modified:07/05/2013 08:43:35
-
ไตรมาสแรกปี 56 GDP เสฉวน โต 10.2%
ภายใต้สภาวะของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนาทางเศรษฐกิจมีขอบเขตที่จำกัด ทว่า มณฑลเสฉวน ศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนในภาคตะวันตกยังคงสามารถรักษาระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2556 ได้อย่างมั่นคงและมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสตลอดทั้งปี
Modified:03/05/2013 10:03:56
-
GDP เวียดนามบ่งบอกความล้าหลังทางเศรษฐกิจ
จากรายงานของมหาวิทยาลัยเศรษฐกิจแห่งชาติของเวียดนามที่ประกาศต่อสาธารณะเมื่อปี 2551 ระบุว่า เวียดนามมีระบบเศรษฐกิจที่หล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านModified:15/08/2013 11:31:48
-
หนี้ต่างประเทศของเวียดนามสูงถึงร้อยละ 40 – GDP
กระทรวงการคลังของเวียดนาม แจ้งว่า ในปี 2553 หนี้สาธารณะทั้งหมดของเวียดนามคิดเป็นร้อยละ 56.3 ของ GDP ปี 2554 หนี้สาธารณะคิดเป็นร้อยละ 54.6 ของ GDPModified:15/08/2013 11:16:43
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ ในปี 2565
ในปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ 3.09 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1.61 ของ GDP เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการจัดเก็บรายได้ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อุดช่องโหว่จากการจัดเก็บรายได้ที่อาจส่งผลให้สูญเสียงบประมาณ และตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้จากแหล่งต่าง ๆ ภายในประเทศให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึง ชำระหนี้ทั้งภายในและต่างประเทศModified:28/02/2022 13:58:09
-
แผนงบประมาณแห่งรัฐประจำปี 2565 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน<br />
การประชุมสรุปด้านการคลังทั่วประเทศ ประจำปี 2564 และแนวโน้มแผนงบประมาณแห่งรัฐประจำปี 2565 <br />
ผ่านระบบทางไกล การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีเสวนาสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และธนาคาร<br />
แห่ง สปป. ลาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการคลัง และเพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและการคลัง<br />
จากผลกระทบของโรคโควิด-19 โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
Modified:10/01/2022 15:24:01
Sorted by relevance | Sort by date
