ค้นหา
-
ศึกษาตลาดบันเทิง ดูเชิงกระแสแนวละคร/หนังโดนใจชาวจีนยุคใหม่ สะท้อนโอกาสให้ธุรกิจบันเทิงไทยกล้าพิชิต “กำแพงเมืองจีน”
เมื่อพูดถึงละครต่างชาติยอดฮิตแล้ว แน่นอนว่าต้องคิดถึงเกาหลี และถ้านึกถึงหนังดังแนวหน้าระดับโลกแล้วก็ต้องยกนิ้วให้ฮอลลีวูด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็ชอบดูกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชมชาวจีน!! เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หลายท่านคงสงสัยกันว่าละคร/หนังไทยล่ะจะมีโอกาสเข้ามาแทรกตัวกันบ้างไหม? ขอตอบเลยว่ามีแน่นอน!!Modified:26/02/2015 15:37:01
-
ความคืบหน้าการใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินทำการค้าระหว่างประเทศ
ผู้ที่อยู่ในวงการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับประเทศจีนคงจะทราบข่าวที่ทางการจีนทดลองใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศ โดยเริ่มทดลองใช้นโยบายดังกล่าวในการทำการค้าระหว่าง 5 เมืองของจีน ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครกวางโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองจูไห่ และเมืองตงกว่น กับเมืองฮ่องกง และมาเก๊า รวมถึงการค้าระหว่างมณฑลกวางสีและมณฑลยูนยานกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงไทย แต่เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเพิ่งเริ่มประกาศใช้ จึงยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในวงการสถาบันการเงินทั้งไทยและจีนเกี่ยวกับการใช้มาตรการดังกล่าว ทั้งในเชิงนโยบาย แนวทางปฏิบัติ และความคืบหน้าทั้งในไทยและในจีน เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจนโยบายดังกล่าวได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำการค้ากับจีนของผู้ประกอบการไทยModified:26/02/2015 14:16:31
-
“Localization -- ปรับตัวสู่ท้องถิ่น” กลยุทธ์สุดฮิต... ธุรกิจไทยบุกตลาดจีนไม่ควรมองข้าม!!
“เซี่ยงไฮ้” เมืองธุรกิจสำคัญของจีนที่มีประชากรราว 23 ล้านคน มี GDP per Capita (2011) ที่สูงถึง USD 12,911 (ไทย USD 5,112) และ CPI 5.2% (ไทย 3.8%) โดย Shanghai Wealth Report ได้ระบุว่า ชาวเซี่ยงไฮ้มากกว่า 140,000 คนเป็นผู้มีรายได้สูงกว่า 10 ล้านหยวน (ราว 48 ล้านบาท) นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเปิดกิจการมากที่สุดในจีน โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากประชาชนในเซี่ยงไฮ้ส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ผู้ประกอบการไทยจะฉวยโอกาสทองนี้อย่างไรในการที่จะมาลงทุนทำธุรกิจ?Modified:26/02/2015 14:28:15
-
เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการเงินโลกของนครเซี่ยงไฮ้...โอกาสท่ามกลางวิกฤตการเงินโลก
ในภาวะที่ธุรกิจการเงินในประเทศศูนย์กลางการเงินโลกด้านตะวันตกได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ทำให้เงินทุนจากประเทศฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มถ่ายโอนมาสู่ประเทศในฝั่งตะวันออกมากขึ้น นครเซี่ยงไฮ้ในฐานะศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศเกิดใหม่จะเป็นโอกาสให้ธุรกิจสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศสามารถเติบโตต่อไปในภาวะดังกล่าว เนื่องจากจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่เศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มขยายตัว ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ อยู่ในภาวะชะลอตัว
Modified:26/02/2015 14:01:33
-
เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการเงินโลกของนครเซี่ยงไฮ้...โอกาสท่ามกลางวิกฤตการเงินโลก
ในภาวะที่ธุรกิจการเงินในประเทศศูนย์กลางการเงินโลกด้านตะวันตกได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ทำให้เงินทุนจากประเทศฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มถ่ายโอนมาสู่ประเทศในฝั่งตะวันออกมากขึ้น นครเซี่ยงไฮ้ในฐานะศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศเกิดใหม่จะเป็นโอกาสให้ธุรกิจสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศสามารถเติบโตต่อไปในภาวะดังกล่าว เนื่องจากจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่เศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มขยายตัว ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ อยู่ในภาวะชะลอตัวModified:26/02/2015 14:01:37
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 2 : เปิดเสรีตลาดทุน.. แรงสนับสนุนสู่ฝันที่เป็นจริง)
หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า แต่ไหนแต่ไรจีนเป็นประเทศที่“คุมเข้ม” ด้านการไหลเวียนของเงินทุนอย่างมาก ทั้งเงินทุนในรูปเงินหยวนและเงินสกุลหลักต่างๆ ด้วยการตั้ง“กำแพง” สกัดกั้นที่มีกฎระเบียบข้อกำหนดมากมายจนวิสาหกิจ/นักลงทุนชาวต่างชาติอยากจะส่ายหน้าหนีจากการลงทุนในตลาดทุนของจีน แต่หลังจากจีนเข้าเป็นสมาชิก WTO ในปี ค.ศ. 2001 การเปิดเสรีในด้านต่างๆ ได้บังเกิดขึ้นในแผ่นดินจีน ส่งผลให้ต่างชาติจำนวนมากเริ่มสนใจบุกเข้ามาในจีนมากขึ้น ทั้งการทำธุรกิจการค้า ลงทุนก่อสร้างโครงการสำคัญ หรือการลงทุนในตลาดทุน เป็นต้น ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจจีนมีสภาพการพัฒนาที่ดีขึ้นจวบจนทุกวันนี้Modified:26/02/2015 13:53:21
-
จับตามองนครเซี่ยงไฮ้ : ตลาด MICE แห่งใหม่ของเอเชีย
ธุรกิจการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การแสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ (Meeting Incentive Convention and Exhibition : MICE) เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไม่น้อย รวมถึงเป็นแหล่งกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลายด้าน อาทิ โรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม แหล่งช้อปปิ้ง ธุรกิจรับจัดประชุมและสัมมนา ธุรกิจบริการด้านการคมนาคมขนส่ง และแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครจัดเป็นตลาด MICE ดาวเด่นแห่งหนึ่งในเอเชีย นอกเหนือจากฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ รวมถึงตลาด MICE ดาวรุ่งดวงใหม่อย่างกัวลาลัมเปอร์ มาเก๊า และนครเซี่ยงไฮ้Modified:26/02/2015 13:35:06
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนแรก)
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ระบบการคมนาคมขนส่ง การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม นครเซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางธุรกิจหลักของจีนจัดเป็นหนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาประเทศ จีนวางแผนให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้สานต่อโครงการต่างๆ ตลอดจนออกนโยบายสนับสนุน เพื่อผลักดันส่งเสริมสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
Modified:26/02/2015 11:51:21
-
เมื่อนานาประเทศชูกลยุทธ์ชิงนักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าเงินหนา.. แล้วไทยจะยอมน้อยหน้าหรือ?
เปลี่ยนมุมมองเลิกความคิดทัวร์นักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าบางได้แล้ว เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวจีนคือนักท่องเที่ยวชั้นดี "กระเป๋าหนัก" ที่หลายประเทศกำลังแย่งชิงลูกค้าในฝันกลุ่มนี้
Modified:26/02/2015 11:56:42
-
เรียนรู้แนวทางพัฒนาชุมชนของเซี่ยงไฮ้ ด้วยการใช้ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” สู่พื้นฐานระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบพอเพียง
หลายท่านคงคุ้นตากับภาพวาดพื้นบ้านสไตล์เหมือนกับภาพข้างต้นนี้ ซึ่งมีวางขายอยู่ทั่วไปในร้านค้าของที่ระลึกเกือบทั่วทุกแห่งในจีน และคงคิดว่าน่าจะมีที่มาจากพื้นที่ชนบทของมณฑลใดมณฑลหนึ่งของจีน แต่จะมีกี่ท่านที่รู้ว่า แท้จริงแล้วภาพวาดเหล่านี้มีต้นกำเนิดของความโด่งดังมาจากมหานครที่มีความมั่งคั่งเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงและรุดหน้าไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ----------- “เซี่ยงไฮ้”!!Modified:26/02/2015 11:58:44
-
ปรับความคิด เปลี่ยนมุมมองต่อจีนในวันนี้ ผ่านการลงทุนของธุรกิจต่างชาติ : จากยุค Made in China สู่ยุค Made for China
ที่พูดเช่นนี้เพราะในปัจจุบัน คนไทยเราหลายคนยังมองจีนด้วยความคิดเดิมๆ แบบที่ใช้มองจีนเมื่อสมัย 20-30 ปีที่แล้ว --- ประเทศแห่งของถูก ค่าแรงถูก และเจ้าแห่งการผลิตเพื่อส่งออก เป็นสิ่งแรกๆ ที่คนไทยทั่วๆ ไปมักพูดถึงจีนModified:26/02/2015 11:29:15
-
ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์กับบทบาทในการพัฒนาการค้าจีน-อาเซียน: ปัญหาอีกมากยังรอการแก้ไข
หากเอ่ยชื่อ “ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์” คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก เพราะเราจะคุ้นเคยมากกว่ากับชื่อ “ถนน R8 R9 หรือ R12” ที่เชื่อมจากภาคอีสานของไทยกับจีนตอนใต้ โดยผ่านลาวและเวียดนามModified:25/02/2015 17:57:13
-
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็นโดยสังเขปการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟความเร็วสูง
รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน (พคจ.) ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อภายในประเทศเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ขึ้นมามีอำนาจในการบริหารประเทศ โดยผลงานของ พคจ. ชิ้นแรกในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟก็คือ สายเฉิงตู-ฉงชิ่ง ซึ่งเปิดใช้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2495 มีระยะทาง 505 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเชื่อมสองนครประมาณ 5 ชั่วโมง ภายหลังรัฐบาล พคจ. ได้เริ่มดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาภาคตะวันตกเมื่อปี 2543 เป็นต้นมาเส้นทางนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของภาคตะวันตกเมื่อปี 2552Modified:25/02/2015 16:06:11
-
เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง นครฉงชิ่ง แหล่งลงทุนแห่งใหม่ของโลก
“เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง (两江新区)” ก่อตั้งในเดือน มิ.ย 2010 และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาตะวันตกของจีน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2011 การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติว่าด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ค.ศ. 2011-2015) ฉบับที่ 12 ระบุถึงความสำคัญ ยก “เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง” สู่พื้นที่นำร่องเพื่อปฏิรูปและพัฒนานครฉงชิ่ง เพื่อเป็นหัวจักรใหญ่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตกแถบต้นแม่น้ำแยงซีเกียง และเร่งกระจายความเจริญสู่ดินแดนจีนตอนในในอีกทศวรรษนับจากนี้ไปModified:24/02/2015 17:22:58
-
เส้นทางโลจิสติกส์ : เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู
เมื่อ 44 ปีก่อน การเดินทางด้วยรถไฟจากนครเซียงไฮ้ถึงนครเฉิงตู มีความลำบากมาก ประชาชนต้องใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนนานถึง 77 ชม. กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางด้วยความเหน็ดเหนื่อย ต่อมาได้มีการก่อสร้างขยายเส้นทางรถไฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพรถไฟให้ดีขึ้นจากอดีต ทำให้การเดินทางระหว่าง 2 นครใหญ่เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ใช้เวลาลดลงครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 36 ชม. ปัจจุบัน การรถไฟจีนมีการพัฒนาเป็นอย่างมากจนก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถไฟความเร็วสูงอย่างเต็มตัว ในหลายเส้นทางสำคัญเริ่มมีการเดินรถไฟความเร็วสูงที่สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 200-350 กม./ชม. รวมถึงเส้นทางสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ทำให้ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 15 ชม. ในขณะนี้ และจะเหลือเพียง 8 ชม. ในอนาคตอันใกล้Modified:24/02/2015 18:28:05
-
การประชุมสภา NPC ของมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ประจำปี 2554 (ตอนแรก)
เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา ทั้งมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ได้มีการประชุมสภาประชาชน (NPC) ประจำปี 2554 ขึ้น โดยการประชุมของทั้งสองภูมิภาคใหญ่แห่งตะวันตกของจีนเป็นการแถลงสรุปผลการทำงานของรัฐบาลทั้ง 2 ในรอบปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (ค.ศ. 2006-2010) ฉบับที่ 11 รวมถึงแถลงนโยบายแผนการทำงานในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่จะประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (ค.ศ. 2011-2015 ) ฉบับที่ 12 ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้Modified:24/02/2015 10:52:56
-
เครือข่ายเชื่อมโยงคมนาคมในยูนนานรุดหน้า: โอกาสเชื่อมไทยกับจีนตะวันตก
แม้ยูนนานจะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เนื่องด้วยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น มีอาณาเขตติดต่อเวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ และอยู่ใกล้ไทย กัมพูชา บังกลาเทศ และอินเดีย เมื่อเดือน พ.ค. 2554 รัฐบาลจีนจึงได้อนุมัติยุทธศาสตร์ป้อมหัวสะพาน (Bridgehead Strategy) หรือภาษาจีนเรียกว่า “เฉียวโถวเป่า” ให้มณฑลยูนนานเป็น “ป้อมปราการด่านแรก” ของภาคตะวันตกของจีน เพื่อเชื่อมดินแดนจีนตอนในกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการแสวงหาทางออกสู่ทะเล การจะเป็น “ป้อมหัวสะพาน” ที่สมบูรณ์แบบ จำเป็นต้องมีเครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูง ในแต่ละปี รัฐบาลมณฑลยูนนานทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อพัฒนาโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีความก้าวหน้า สมกับการเป็นเมืองหน้าด่านด้านตะวันตกของจีนอย่างแท้จริงModified:23/02/2015 17:02:29
-
“30 ปีเขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยเหมิน” ความสำเร็จที่ยังไม่สิ้นสุด
นับตั้งแต่ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2524 พร้อมกับอีก 3 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง (เซินเจิ้น ซ่านโถว จูไห่) จนถึงวันนี้นับรวมได้เป็นระยะเวลา 30 ปีพอดีที่เมืองเซี่ยเหมินของมณฑลฝูเจี้ยนได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเมืองหน้าด่านเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างชาติตามความตั้งใจของท่านอดีตผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิงที่ต้องการจะใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการดำเนินนโยบายปฏิรูปเปิดประเทศ ดังนั้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา เมืองเซี่ยเหมินจึงได้มีการจัดพิธีฉลองความสำเร็จของการพัฒนาเมืองในรอบ 30 ปีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งโอกาสนี้ BIC จะขอพาท่านผู้อ่านย้อนรอยไปติดตามพัฒนาการในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคตของเมืองเซี่ยเหมินModified:23/02/2015 16:48:04
-
ฝูเจี้ยนกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศปี 2553
มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลซึ่งเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่การติดต่อกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกับเกาะไต้หวันของดินเเดนมังกร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 121,400 ตร.กม. ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 23 ของประเทศModified:23/02/2015 16:58:33
-
จับกระแสจีน - ไทยล่าสุด “เมื่อจีนทะเลาะกับข้างบ้านไปทั่วและไทยได้เวลาหยิบชิ้นปลามัน”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศไทยเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปัญหาการเมืองเหลือง – แดง มาจนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้วได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ จนเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศรวมถึงประเทศจีนต่างวิตกกังวลและไม่กล้าที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยModified:23/02/2015 16:44:06
Sorted by relevance | Sort by date
