ค้นหา
About 2290 results
-
การก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮงคืบหน้าร้อยละ 60
นายคำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่แห่ง สปป. ลาว พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่โครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก ในโอกาสนี้ นายซิม ซี เซ็ง หัวหน้าวิศวกรประจำภาคสนามโครงการดังกล่าวได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮงModified:25/06/2018 14:03:49
-
แผนพัฒนาไฟฟ้าของ สปป. ลาว มีแนวโน้มดีขึ้น
นายคำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ ยืนยันว่าการปฏิบัติตามแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าใน สปป.ลาว สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องซึ่งจะทำให้มีพลังงานไฟฟ้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพียงพอและสามารถส่งออกไปขายในต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นModified:25/06/2018 13:59:20
-
งานเทศกาลไทย 2561
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของสภารัฐเซาเปาลู จัดงานเทศกาลไทย (Festival da Tailândia) ณ พื้นที่ลานจอดรถของสภารัฐเซาเปาลู ซึ่งเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสาธารณชนบราซิลในวงกว้าง<br />
<br />
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการสาธิตการไหว้ครูและมวยโบราณโดยคณะนักมวยจากค่ายลานนาไฟท์ติ้ง ซึ่งเยือนบราซิลภายใต้โครงการเผยแพร่กีฬามวยไทยในต่างประเทศของกระทรวงฯ การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมผ้าไทยโดยนักออกแบบไทยซึ่งเยือนบราซิลภายใต้โครงการเทศกาลไทย 4.0 การสาธิตการประกอบอาหารไทยโดยนางสาวยุคนธร เทพบุตร เชฟชาวไทยที่มีชื่อเสียงจากรายการ Masterchef ของบราซิล การจัดแสดงผลไม้ไทยคุณภาพดีจากตลาด อตก. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานชิมผลไม้ไทย การประชาสัมพันธ์ข้าวสารและข้าวเหนียวไทย โดยนำขนมไทยที่มีส่วนผสมของข้าวเหนียวไทยให้ผู้ร่วมงานชิม อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วงและข้าวเหนียวถั่วดำ การออกร้านจำหน่ายอาหารไทย เบียร์สิงห์ เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาว และเครื่องปรุงอาหารไทย นอกจากนี้ ยังมีบริการนวดแผนไทย และการออกบูธประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยด้วย<br />
<br />
ในโอกาสนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนบัตรโดยสารเที่ยวบินไป – กลับนครเซาเปาลู – กรุงเทพฯ พร้อม package tour กรุงเทพฯ 2 คืน และเชียงใหม่ 2 คืน รวม 1 รางวัลสำหรับการชิงโชคด้วย<br />
<br />
มีชาวบราซิลเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน โดยถือเป็นโอกาสเผยแพร่ “ความเป็นไทย” ในทุกมิติแก่ชาวบราซิล ทั้งนี้ นครเซาเปาลูเป็นเมืองธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา มีจำนวนประชากรมากกว่า 12 ล้านคนModified:18/05/2018 21:18:43
-
สปป. ลาวเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการคมนาคมในยุคเชื่อมโยง
Modified:25/06/2018 13:52:53
-
เอกอัครราชทูตไทยนำแม่ครัวสาธิตการทำอาหารไทยในเมือง Belo Horizonte รัฐ Minas Gerais บราซิล
เอกอัครราชทูตไทยนำแม่ครัวสาธิตการทำอาหารไทยในเมือง Belo Horizonte รัฐ Minas Gerais บราซิลModified:30/04/2018 16:44:00
-
BCEL จับมือธนาคารธนชาติ พัฒนาระบบชำระเงินระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ได้มีการแถลงข่าวความร่วมมือการใช้มาตรฐาน QR Code สำหรับชำระเงินระหว่างประเทศ ของธนาคารการค้าต่างประเทศ มหาชนลาว (BCEL) และธนาคารธนชาต จำกัด(มหาชน) ของไทย โดยมีนายสอนไซ ซิดพะไซ รองผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป.ลาวและนางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวดังกล่าวModified:30/03/2018 10:38:55
-
เขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถดึงดูดนักลงทุน กว่า 50 บริษัท
ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ 51 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทการลงทุนจากภายในประเทศ 5 บริษัท การลงทุนจากต่างประเทศ 45 บริษัทModified:22/03/2018 08:58:57
-
เศรษฐกิจนครหลวงเวียงจันทน์ขยายตัวร้อยละ 9.6
นายแก้วพิลาวัน อาไพลาด ได้รายงานสภาพการพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมของนครหลวงเวียงจันทน์ต่อการประชุมการปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคม ปี 2560Modified:13/03/2018 11:57:37
-
สปป.ลาว จัดประชุมครบรอบ 5 ปี สมาชิกองค์การการค้าโลก
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป.ลาว จัดการประชุมภายหลังจากการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกครบรอบ 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและเอกชนในประเด็นต่างๆ อาทิ การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจให้สามารถขยายตัวไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ โดยเน้นการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าเป็นสำคัญModified:09/03/2018 09:40:44
-
สปป.ลาวได้ดุลการค้าสองปีช้อน
การค้ากับต่างประเทศของ สปป.ลาวมีมูลค่าเกิน 9.345 ล้านดลล่าสหรัฐ โดยที่ สปป.ลาวได้ดุลการค้าคิดเป็น 261 ล้านดลล่าฯ ในปี 2560 และคาดว่ามูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.993 ล้านดลล่าสหรัฐ ในปี 2561Modified:26/02/2018 09:39:19
-
สปป.ลาว รุกตลาดอาเซียนเน้นการค้าเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ
ในปีที่ผ่านมา การค้ากับต่างประเทศของ สปป.ลาว มีมูลค่ากว่า 9.345 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป.ลาว ได้ดุลการค้ากว่า 261 ล้านดอลลาร์สหรัฐและคาดว่ามูลค่าการค้ากับต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.993 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้Modified:27/02/2018 10:14:04
-
ลาว – จีน ร่วมมือภายใต้กรอบ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”
เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์ของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้เป็นประเทศที่สามารถเชื่อมโยงทางบกกับนานาประเทศได้ และข้อริ่เริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”Modified:13/02/2018 13:36:48
-
การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย ครั้งที่ 11
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแห่ง สปป. ลาว ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทยModified:26/01/2018 17:16:30
-
สปป.ลาวเร่งสร้างเงื่อนไขเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ
องค์การตรวจสอบแห่งรัฐและต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้จัดพิธีเฉลิมฉลองวันครบรอบการต่อต้านการคอร์รัปชั่นสากล 14 ปีModified:20/12/2017 16:15:39
-
การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของเยอรมนี (ตอนที่ 2) การปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่อนาคตของผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี
เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รัฐบาลเยอรมนีเริ่มออกมาตรการกระตุ้นให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนีเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์โลกในอนาคตModified:19/12/2017 00:38:22
-
สภาแห่งชาติรับรองแผนพัฒนาเศรษฐกิจ - สังคม ประจำปี 2561 ตั้งเป้าเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 7 ด้านนายกฯ เน้นนโยบาย 3 เปิด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
สภาแห่งชาติได้รับรองแผนพัฒนาเศรษฐกิจ - สังคม ประจำปี 2561 โดยตั้งเป้าเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 7Modified:19/12/2017 17:36:33
-
สภาแห่งชาติรับรองแผนพัฒนาเศรษฐกิจ - สังคม ประจำปี 2561 ตั้งเป้าเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 7
สภาแห่งชาติได้รับรองแผนพัฒนาเศรษฐกิจ - สังคม ประจำปี 2561 โดยตั้งเป้าเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 7Modified:20/12/2017 16:16:33
-
เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงียบ 1 ได้ทำติดตั้งกังหันน้ำ เครื่องแรกเป็นที่เรียบร้อย
Modified:11/12/2017 15:44:11
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
Sorted by relevance | Sort by date
