ค้นหา
About 657 results
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:25:33
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:20/11/2024 13:09:41
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:09/12/2024 17:41:35
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 11 (R11) ระยะทางจากเมืองสังทอง นครหลวงเวียงจันทน์-บ้านครกข้าวดอ เมืองสานะคาม แขวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2567 นายงามปะสง เมืองมะนี รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว และเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 11 (R11) ระยะทางจากเมืองสังทอง นครหลวงเวียงจันทน์-บ้านครกข้าวดอ เมืองสานะคาม แขวงเวียงจันทน์Modified:09/12/2024 10:42:54
-
ทำความรู้จักบ่อเต็นพื้นที่ด่านหน้าสำคัญของสปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตชายแดนติดกับ 5 ประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 17 แขวง 1 นครหลวงเวียงจันทน์ ดำเนินนโยบายเน้นเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดให้แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้ศักยภาพและโอกาสเชิงพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือ และความเชื่อมโยงกับประเทศในและนอกภูมิภาคเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) <br />
พื้นที่บ่อเต็นถือเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการและอื่น ๆ ของ สปป. ลาว โดยบ่อเต็น<br />
เป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านในเขตเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนลาว-จีน ตรงข้าม<br />
กับเมืองโม่ฮาน เขตสิบสองปันนาของจีน มีเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าหลักระหว่างไทย-<br />
สปป. ลาว-จีน ปัจจุบันเส้นทางนี้บางช่วงเริ่มชำรุด และช่วงฤดูฝนการสัญจรไปมายากลำบากเนื่องจากเป็นถนน <br />
2 เลน และคดเคี้ยวตามภูเขา<br />
นอกจากนี้ บ่อเต็นยังเป็นที่ตั้งด่านภาษีสากลบ่อเต็น ซึ่งมีความสำคัญในฐานะด่านที่ตั้งอยู่สถานีแรกของเส้นทางรถไฟลาว-จีน และเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้า ภายในด่านมีเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ ระบบแจ้งภาษีอัตโนมัติ และระบบ Smart Tax เครื่องตรวจด้วยระบบแสง ระบบ Easy Pass และอื่น ๆ เพื่อ<br />
อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2565 มีการขนส่งสินค้าของไทยไปจีนผ่านด่านภาษีสากลบ่อเต็นทางรถบรรทุก จำนวน 21,538 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 884.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการขนส่งสินค้าไทยโดยใช้รถไฟลาว-จีน จากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปยังสถานีนาเตย หลังจากนั้น ขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกมายังด่านภาษีสากลบ่อเต็นเพื่อส่งออกไปจีน จำนวน 503 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 38.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
เมื่อปี 2546 รัฐบาล สปป. ลาวให้สัมปทานพื้นที่บ่อเต็นแก่บริษัท ฟุกฮิง ทราเวล จากฮ่องกงเพื่อก่อตั้ง<br />
เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนคำ ประกอบด้วย พื้นที่โรงงาน สำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี และอื่นๆ ต่อมาเมื่อปี 2555 เปลี่ยนผู้ถือสัมปทานเป็นกลุ่มบริษัท ไห่เฉิงยูนนาน และเปลี่ยนชื่อเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม” ประกอบด้วย 4 เขต ได้แก่ เขตการค้าและการเงิน <br />
เขตท่องเที่ยวและพักผ่อน เขตอุตสาหกรรมแปรรูป <br />
การขนส่งและโลจิสติกส์ และเขตการศึกษาและการแพทย์ <br />
ในขณะเดียวกัน สปป.ลาว-จีน เห็นถึงโอกาสการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งทางบกในภูมิภาคจีน-อาเซียน<br />
จึงร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างบ่อเต็นกับพื้นที่อื่นๆ อาทิ (1) โครงการทางด่วน<br />
นครหลวงเวียงจันทน์-ด่านภาษีสากลบ่อเต็น ระยะทาง 460 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงข่ายเส้นทางทางบกไปยังประเทศจีน ลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าขึ้นไปทางเหนือ ปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงแรก (นครหลวงเวียงจันทน์ - วังเวียง) เมื่อปี 2563 โดยสร้างเป็นทางคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 เหนือและทางรถไฟลาว - จีน มี 4 ช่องจราจร และอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางเพื่อก่อสร้างช่วงที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) ช่วงที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) และช่วงที่ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) ตามลำดับ<br />
Modified:16/09/2022 13:50:50
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พลังงานสะอาด กับโอกาสการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
ท่ามกลางวิกฤติการณ์ขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของอาเซียน ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทั่วโลก สปป. ลาว จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม และขนส่ง เช่น การนำใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ให้มากขึ้นเพื่อ<br />
ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันการนำใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศให้เกิดประโยชน์ และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ<br />
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ<br />
มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โดยการศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง<br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าแล้ว 90 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป จำนวน 77 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8 แห่ง ไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 4 แห่ง และไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินจำนวน 1 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,956 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 72 ที่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งออกจำหน่ายไปต่างประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา<br />
ที่ผ่านมา สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะไทย <br />
ซึ่งได้ลงนาม MOU ขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานจาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยในการขยายการผลิต และตอบสนองนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานของไทย ที่ต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต <br />
สิงคโปร์ได้ลงนามขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจาก สปป.ลาว โดยจะจัดส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งข้ามประเทศ เบื้องต้นรัฐบาล สปป. ลาวจะส่งไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อปี 2557 สปป. ลาว ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “โครงการร่วมส่งพลังงาน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” หรือ Lao PDR, Thailand, Malaysia and Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP ขึ้น โดยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโครงการส่งกระแสไฟฟ้าแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ที่มีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ทั่วถึงภายในอาเซียน โดย สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากและประสงค์จะจำหน่ายไฟฟ้าเหล่านี้ให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยประกาศตัวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียและความร่วมมือของ 4 ประเทศนี้จะทำให้อาเซียนตอนบนมีโครงข่ายไฟฟ้าที่เข้มแข็ง <br />
เมื่อเดือน ก.ย. 2559 สปป. ลาว ไทย และมาเลเซีย ได้ลงนามจำหน่ายไฟฟ้าร่วมกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Laos: EDL) การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และบริษัท Tanaka Electric National มาเลเซีย นอกจากนี้ สปป. ลาวยังร่วมมือกับจีน ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าแบบระบบสู่ระบบ (Grid to Grid) โดยบริษัท China Southern Power Grid หรือ CSG และ EDL ลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 เพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำส่วนเกินใน สปป. ลาวช่วงฤดูฝน <br />
Modified:02/09/2022 09:01:33
-
ข้อคิดเห็นของไทยเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟลาว - จีน
นายโจ ฮอร์น พัฒโนทัย ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท Strategy 613 จำกัด ที่ปรึกษาองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ และหน่วยงานของรัฐในการลงทุนทำธุรกิจระหว่างไทยกับจีน กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทฯ สามารถขนส่งสินค้า รวมทั้งวัสดุบรรจุภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์จากจีนมาไทยผ่านทางรถไฟลาว-จีน ได้แล้ว และชื่นชมความพยายามของรัฐบาลไทยในการเพิ่มการเชื่อมโยงประเทศกับเส้นทางรถไฟลาว-จีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรมและการค้าModified:28/02/2022 14:38:39
-
เป้าหมายการพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว
การพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว นับเป็นภารกิจที่มีความสำคัญลำดับต้น และตั้งอยู่ บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของภูมิภาคและสากล และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานรายรับ ให้กับประเทศ โดยเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเติบโตสีเขียวModified:28/02/2022 14:08:22
-
อัตราเงินเฟ้อ สปป. ลาวในเดือน ธ.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว <br />
ในเดือน ธ.ค. 2564 อยู่ที่ร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบปี <br />
2564 โดยปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นมาจากหมวดคมนาคมและขนส่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.7 <br />
หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 หมวดการรักษาสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 หมวดสินค้า<br />
และบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 อย่างไรก็ตาม หมวดการศึกษาลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 0.4 <br />
Modified:19/11/2024 11:19:26
-
พิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เขตนิคมอุตสาหกรรม นครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2565 ดร. อาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เขตนิคมอุตสาหกรรม นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมี พลโท ไอ สุลิยะแสง ประธานกลุ่มบริษัทพงสะหวัน ผู้บริหารกลุ่มบริษัท พงสะหวัน จำกัด เจ้าเมือง รองเจ้าเมือง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:24/01/2022 16:14:15
-
แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป. ลาว
กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ผลักดันการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุแผนงบประมาณของรัฐบาล สปป. ลาว ระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยมีผลบังคับใช้จนถึงปี 2565 ซึ่งให้ความสำคัญลำดับต้นในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยง สปป. ลาว กับประเทศอื่น ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการทำให้ สปป. ลาว เป็นประเทศที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอย่างมั่นคงModified:24/01/2022 15:38:57
-
สปป. ลาวพัฒนาการชำระภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐผ่านระบบดิจิทัล
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และ<br />
นายสุพน จันทะวีไซ ผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มบริษัท ลาว โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนาม MOU <br />
ว่าด้วยการพัฒนาการชำระภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ M-Money และระบบโทรคมนาคมอื่น ๆ โดยมีนายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และผู้บริหาร<br />
ของทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
Modified:21/12/2021 10:34:41
-
สปป. ลาว เวียดนาม และญี่ปุ่นอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย
กระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง สปป. ลาวและกระทรวงคมนาคมและการขนส่งเวียดนามอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย โดยความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยอยู่ระหว่างพิจารณา 2 เส้นทาง ได้แก่ (1) เส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์ - ปากซัน - เวียงทอง - แท็งทุย (Thanh Thuy) - ฮานอย ระยะทาง 725 กิโลเมตร โดย 355 กิโลเมตรอยู่ใน สปป. ลาว มูลค่าการก่อสร้าง 5,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ (2) เส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์ - นาแพง แขวงไซสมบูน - เซียงขวาง - ท่าลาว แขวงหัวพัน - ฮานอย ระยะทาง 730 กิโลเมตร โดย 485 กิโลเมตรอยู่ในฝั่งลาว มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 9,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:18/10/2021 10:50:31
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.66 หมวดคมนาคมและการขนส่งเพิ่มขึ้น<br />
ร้อยละ 6.64 หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้น 5.59 หมวดสุราและบุหรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.58 และหมวดเครื่องใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 <br />
Modified:18/10/2021 10:42:27
-
พิธีเปิดทดลองใช้ระบบบริหารท่าบกท่านาแล้ง
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2564 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีเปิดทดลองการใช้ระบบบริหารท่าบกท่านาแล้ง โดยมีนายจันทอน สิดทิไซ ประธานบริษัท Vientiane Logistics Park จำกัด นายอาลุนแก้ว กิดติคุน ประธานกรรมการยุทธศาสตร์และการวางแผนบริษัท พีทีแอล โฮลดิ้ง จำกัด นายสีลา เวียงแก้ว รองประธานกรรมการบริหารการค้าและระเบียบการบริษัท พีทีแอล โฮลดิ้ง จำกัด และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:07/10/2021 08:53:33
-
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมคณะชี้นำโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน ครั้งที่ 10 โดยมี นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ในฐานะรองหัวหน้าคณะชี้นำ และผู้ประจำการโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ประชุม ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับประเด็นคงค้างต่าง ๆ ดังนี้Modified:01/09/2021 09:20:41
-
หัวเหว่ยสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และคณะ เดินทางเยี่ยมชม
<br />
บริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด โดยมีนาย Hu Weihua ประธานบริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินธุรกิจ
<br />
ของบริษัทฯ ทั่วโลกและใน สปป. ลาว และนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ ICT ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมดิจิทัลลาว รวมถึง
<br />
E-Government นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมห้องจัดแสดงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตั้งอยู่เมืองเชินเจิ้น
<br />
ผ่านระบบการประชุมทางไกล
<br />
<br />
หัวเหว่ยดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาวมากกว่า 20 ปี และได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเพิ่ม
<br />
ความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวในการพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายและการให้บริการ ด้านการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นผ่านการ
<br />
สนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และการพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่อง
<br />
พร้อมสานต่อการลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน ICT ให้ สปป. ลาว
<br />
<br />
ศ.ดร. บ่อเวียงคำฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและการแก้ไขปัญหา E-Government มีความสำคัญอย่างมาก
<br />
หัวเหว่ยเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และประสบการณ์ จึงมั่นใจว่าหัวเหว่ยจะช่วย
<br />
สนับสนุนการพัฒนา ICT ของ สปป. ลาว รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรม ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการจ้างงานให้กับแรงงานท้องถิ่นอีกด้วย
<br />
<br />
เมื่อเดือน พ.ค. 2564 หัวเหว่ยได้ประกาศที่จะดำเนินโครงการ “In Laos For Laos” เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุน
<br />
อุปกรณ์โทรคมนาคม การฝึกอบรมทักษะด้าน ICT และการให้คำปรึกษา ด้านการวางแผนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างขีดความสามารถ
<div>ในยุคดิจิทัล 4.0 โดยร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว
<br />
<br />
โครงการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยจะยกระดับ
<br />
ระบบสำนักงานให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวเหว่ยจะให้ความช่วยเหลือ สปป. ลาว
<br />
ในการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยจัดฝึกอบรม ICT ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
<br />
รวมทั้งพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะในวัยเด็ก และจัดหาอุปกรณ์ IT และสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาอีกด้วย
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564 และ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 20 ก.ค. 2564
<br />
https://laoedaily.com.la/2021/07/20/99370/ </div>
Modified:19/11/2024 11:18:24
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย เริ่มสำรวจและออกแบบการสร้าง
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ดร. บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับนาย Liu Jingwei หัวหน้าคณะสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ สำรวจเส้นทางสำหรับการสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซายในแขวงบ่อแก้ว เพื่อออกแบบโครงการให้สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริง ประหยัดงบประมาณ และส่งผลกระทบด้านต่าง ๆ น้อยที่สุดModified:27/07/2021 09:23:33
-
ทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากรัฐบาล สปป. ลาว
นายคงเพ็ด ดาลาวอน กรรมการผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้ยื่นเสนอเส้นทางด่วนกับห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติแล้ว เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจะเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าว ทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซจะคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 ใต้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ - เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ - เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน - แขวงสะหวันนะเขต - แขวงสาละวัน -เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก มีระยะทางรวม 617 กิโลเมตร โดยช่วงแรกมีจุดเริ่มต้นจากถนน 450 ปี นครหลวงเวียงจันทน์ถึงเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ระยะทาง 126 กิโลเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาจาก 90 นาที เหลือ 30 - 40 นาที ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของช่วงที่ 1 อีก 4 ช่วงยังไม่ได้เริ่มการศึกษา ความเป็นไปได้เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 โครงการฯ การก่อสร้างจะใช้ผู้รับเหมาของ 4 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทลาว 2 แห่ง และบริษัทจีน 2 แห่ง เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางทั้งหมดจาก 8 - 10 ชั่วโมง เหลือ 6 - 7 ชั่วโมง และจะทำให้โครงข่ายเส้นทางคมนาคมของ สปป. ลาวมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการพัฒนา เพื่อเปลี่ยนประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศที่เชื่อมโยงทางบกของรัฐบาล สปป. ลาว ทางด่วนนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมอื่น ๆ ภายในประเทศ เช่น ทางด่วนเวียงจันทน์ - บ่อเต็น (ชายแดนลาว - จีน) ซึ่งเปิดใช้งานระยะที่ 1 (เวียงจันทน์ - วังเวียง) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ธ.ค. 2563 และปัจจุบันรัฐบาล สปป. ลาว ได้อนุมัติการก่อสร้างทางด่วนแห่งนี้ในระยะที่ 2 (วังเวียง - หลวงพระบาง) และทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย ซึ่งจะช่วยสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเมืองหลวงของ สปป.ลาวกับเวียดนาม ปัจจุบันทางด่วนเวียงจันทน์ – ฮานอย อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564 เว็บไซต์ The Laotian Times วันที่ 28 พ.ค. 2564 https://laotiantimes.com/2021/05/28/movement-on-the-vientiane-to-pakse-expressway-project/Modified:10/06/2021 16:20:47
Sorted by relevance | Sort by date
