ค้นหา
About 103 results
-
จีน-อาเซียน เร่งยกระดับการเจราจาเขตการค้าเสรี
ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีน นายถงเต้าฉือ เปิดเผยว่าในปี 2558 จีนและชาติอาเซียนจะเร่งมือในการเจรจาเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน หรือ CAFTA (China-Asean Free Trade Area)Modified:25/11/2014 11:44:21
-
งาน CAEXPO ครั้งที่ 11 บันไดสู่ความร่วมมือ ASEAN+6 (RCEP)
กระทรวงพาณิชย์จีนให้การสนับสนุน “งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน” (CAEXPO) ในปีนี้เป็นเวทีนำร่องการขยายกรอบความร่วมมือสู่ 10+6 หรือ RCEPModified:01/09/2014 10:30:41
-
ออสซีเรียกคืนเบอร์รีแช่แข็งทั่วประเทศหวั่นปนเปื้อนไวรัสตับอักเสบเอ
บริษัทอาหารในออสเตรเลียเรียกคืนผลิตภัณฑ์ผลเบอร์รีแช่แข็งนำเข้าจากจีนจากตลาดทั่วประเทศ หลังพบผู้บริโภคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอแล้วอย่างน้อย 9 ราย...Modified:17/02/2015 10:43:55
-
กูเกิลเตรียมปล่อยบอลลูนเน็ตในออสเตรเลีย
กูเกิลเตรียมทดสอบปล่อยบอลลูนเน็ตในออสเตรเลีย จำนวน 20 ลูก ก่อนที่จะให้บริการจริงในเดือนธันวาคม...Modified:24/12/2014 16:43:30
-
ดัชนีความรุ่งเรืองประจำปี 2014
สถาบัน Legatum ของอังกฤษได้เปิดเผยว่า เดนมาร์กได้คะแนนดัชนีความรุ่งเรืองของชาติประจำปี 2014 อยู่ในอันดับ 4 ของโลกรองจาก นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ โดยสถาบันได้เปรียบเทียบข้อมูลจาก 142ประเทศ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆModified:09/12/2014 16:13:38
-
ดัชนีความรุ่งเรืองประจำปี 2014
สถาบัน Legatum ของอังกฤษได้เปิดเผยว่า เดนมาร์กได้คะแนนดัชนีความรุ่งเรืองของชาติประจำปี 2014 อยู่ในอันดับ 4 ของโลกรองจาก นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ โดยสถาบันได้เปรียบเทียบข้อมูลจาก 142ประเทศ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆModified:09/12/2014 16:13:38
-
เดนมาร์กเป็นประเทศที่เหมาะแก่การประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรป
รายงานล่าสุดของธนาคารโลกเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ ระบุว่า เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีเงื่อนไขเอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสิงคโปร์ นิวซีแลนด์และฮ่องกง
Modified:08/12/2014 21:52:02
-
เดนมาร์กเป็นประเทศที่เหมาะแก่การประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรป
รายงานล่าสุดของธนาคารโลกเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ ระบุว่า เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีเงื่อนไขเอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสิงคโปร์ นิวซีแลนด์และฮ่องกง
Modified:08/12/2014 21:52:02
-
อิสราเอลเป็นเพียงหนึ่งในสามประเทศของโลกที่ใช้ระบบประชาธิปไตยโดยไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร
อิสราเอลเป็นเพียงหนึ่งในสามประเทศของโลกที่ใช้ระบบประชาธิปไตยโดยไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร อีกสองประเทศคือ อังกฤษ และ นิวซีแลนด์Modified:10/11/2014 13:29:20
-
"โดมิโน" เฉือน "พิซซ่า ฮัท" ม้ามืดสวนกระแสเศรษฐกิจมะกันซบเซา
ในตลาดพิซซ่านั้น ชื่อที่คุ้นหูคนไทยคงจะหนีไม่พ้น 2 คู่แข่งหลักอย่างพิซซ่า ฮัท และเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด แต่ยังมีอีกแบรนด์หนึ่งที่ซุ่มทำตลาดอย่างเงียบ ๆ นั่นคือ โดมิโน พิซซ่า...Modified:05/11/2014 10:45:10
-
อาหารทะเล
ออสเตรเลียมีความต้องการสินค้าอาหารทะเลมากกว่าที่สามารถผลิตได้เองในประเทศ ดังนั้น โอกาสนำเข้าสินค้าทะเลจากต่างประเทศของออสเตรเลียจึงมีอยู่มากModified:16/10/2014 09:50:21
-
แควนตัส เอาใจนักเรียน นักศึกษาไทย ให้น้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม สำหรับผู้เดินทางไปเรียนต่อ
สายการบิน แควนตัส มอบสิทธิ์พิเศษให้น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระเพิ่มสำหรับ นักเรียน นักศึกษาที่มีวีซ่านักเรียนเพื่อไปศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ และเดินทางในห้องโดยสารชั้นประหยัด...Modified:19/09/2014 14:42:20
-
แควนตัส ปลื้มเป็นสายการบินที่ให้บริการตรงเวลามากที่สุด
สายการบินแควนตัสทำสถิติสายการบินให้บริการขาออกและขาเข้าตรงเวลาที่สุดทุกเดือนในปีงบประมาณ 2556/2557 มากกว่าสายการบินอื่นที่ให้บริการในเส้นทางภายในประเทศออสเตรเลีย
สำนักงานโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและขนส่งภูมิภาครายงานว่า นับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่สายการบินแควนตัสประสบความสำเร็จเหนือคู่แข่งทั้งในเที่ยวบินขาเข้าและเที่ยวบินขาออก และยัง...Modified:20/08/2014 15:34:54
-
ญี่ปุ่นรุกตลาดอาหารอาเซียนจับมือซีพี รับกำลังซื้อชนชั้นกลางโตพรวด
บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจากญี่ปุ่นพาเหรดขยายการลงทุนในอาเซียน เพื่อตอบสนองดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้นจากการเพิ่มจำนวนของกลุ่มชนชั้นกลางซึ่งมีกำลังซื้อมากขึ้น และยินดีจะจับจ่ายซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่ราคาสูง...Modified:13/08/2014 17:38:08
-
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจเนปาลประจำไตรมาสที่ 2 ปี 57
จากรายงาน World Economic Forum (WEF) 2014 ซึ่งได้จัดทำสถิติดัชนีการค้าของประเทศต่างๆ ทั่วโลกทุก 2 ปี พบว่าเนปาลเป็นประเทศที่มีอุปสรรคด้านการค้ากับต่างประเทศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้ อันมีสาเหตุมาจากปัญหาด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาการขนส่งสินค้าผ่านชายแดน และปัญหาคอร์รัปชัน โดยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 138 ประเทศ (ในปี ค.ศ. 2012 อยู่ที่ลำดับที่ 124) อนึ่ง ในเอเชียใต้ ศรีลังกาถูกจัดให้อยู่ในลำดับสูงสุด (84) รองลงมาคืออินเดีย (96) ภูฏาน (107) ปากีสถาน (114) บังกลาเทศ (115) ตามลำดับModified:08/08/2014 10:46:12
-
เจ็ทสตาร์ขึ้นแท่นสายการบินต้นทุนต่ำดีเด่น แห่งภาคพื้นออสเตรเลีย-แปซิฟิกของสกายแทร็กซ์ อวอร์ดส์
เจ็ทสตาร์ได้รับเลือกให้เป็นสายการบินต้นทุนต่ำดีเด่นแห่งภาคพื้นออสเตรเลีย-แปซิฟิก (Best Low-Cost Airline Australia-Pacific) ของสกายแทร็กซ์ อวอร์ดส์ (Skytrax Awards) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4
เจน เฮอร์ดลิคกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ็ทสตาร์ กรุ๊ป กล่าวว่า "เจ็ทสตาร์มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกจากผู้โดยสารจำนวนหลายพันคนทั่วภูมิภาคออสเตรเลีย-แปซิฟิกให้เป็นสายการบินค่าโดยสารราคาประหยัดดีเด่นในภูมิภาคดังกล่าวอีกครั้ง" และเสริมว่า "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา...Modified:08/08/2014 11:07:32
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิลในปี 2557 ที่เพิ่งจบลงไปไม่นาน ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยได้รู้จักประเทศในลาตินอเมริกามากขึ้น เนื่องจากมีประเทศจากลาตินอเมริกาถึง 9 ประเทศที่ได้เข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล
ลาตินอเมริกาตั้งอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่ไทยก็มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในลาตินอเมริกา การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกามีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ในปี 2556 การค้าระหว่างไทยกับลาตินอเมริกามีมูลค่ารวมประมาณ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้มีปริมาณและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยกับลาตินอเมริกาสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีไทยกับประเทศในลาตินอเมริกาเป็นสมาชิก คือ FEALAC
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation - FEALAC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542 มีชื่อเดิมว่า เวทีหารือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (East Asia - Latin America Forum - EALAF) ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 36 ประเทศ (ฝ่ายเอเชียตะวันออก 16 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และมองโกเลีย และฝ่ายลาตินอเมริกา 20 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล โบลิเวีย โคลอมเบีย ชิลี สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ เม็กซิโก ปารากวัย เปรู ปานามา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา คิวบา อุรุกวัย เวเนซุเอลา นิการากัว กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และซูรินาเม) มีประชากรรวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 39 ของประชากรทั้งโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) รวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของทั้งโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของการค้าทั้งโลก จึงเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญมากเวทีหนึ่ง
ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานประจำเอเชียตะวันออกของ FEALAC ในปัจจุบัน ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 15 ที่ Bangkok Convention Centre at CentralWorld ระหว่างวันที่ 19 - 22 สิงหาคม 2557 โดยไทยจะผลักดันให้มีความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศสมาชิก
นอกจากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแล้ว จะมีการจัดการประชุมคณะทำงานของ FEALAC จำนวน 4 คณะ
และไทยจะจัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกาอีก 4 กิจกรรม
ได้แก่ การประชุมสัมมนาด้านการท่องเที่ยว (Tourism Seminar) เวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) การประชุมโต๊ะกลมด้านวิชาการ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Academic/STI Roundtable) และกิจกรรม FEALAC Showcase ซึ่งจะมีนิทรรศการและการออกร้านจากประเทศสมาชิก
กิจกรรมทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างและขยายเครือข่ายของภาคส่วนต่างๆ ของไทยกับประเทศในลาตินอเมริกา และทำให้ประเทศในลาตินอเมริกาได้รับรู้ถึงศักยภาพของประเทศไทยและบทบาทในเวทีระหว่างประเทศของไทยได้ดียิ่งขึ้น
และมีส่วนช่วยให้เกิดความร่วมมือและเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาด้วย
สำหรับเวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) นั้น คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2557 โดยมี theme คือ “Connecting the Two Engines of Global Growth” ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นการสร้างบทบาทนำของภาคเอกชนไทยแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาเป็นอย่างดี
ผู้เข้าร่วมของ FEALAC Business Forum คือผู้แทนหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำของประเทศสมาชิก FEALAC โดยฝ่ายไทยได้เชิญบุคคลสำคัญจากประเทศต่างๆ มาบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างภาคเอกชนในเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา รวมถึงจะมีการบรรยายโดยผู้ทรงคุณวุฒิของไทย ได้แก่ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี อีกด้วย
Modified:22/07/2014 17:39:53
-
กีวีสีทองขึ้นแท่น Super Fruit
Super Fruitคือผลไม้ที่อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ โดยการเทียบค่าผลไม้ชนิดต่าง ๆ ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน แต่ Super Fruit จะให้ค่าวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ มากกว่าหลายเท่าตัว...Modified:09/07/2014 12:30:55
Sorted by relevance | Sort by date
