ค้นหา
About 2705 results
-
Huawei พัฒนาระบบทางด่วนอัจฉริยะแห่งแรกใน สปป. ลาว
ทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียงโครงการระยะแรกของโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน (นครหลวงเวียงจันทน์ – บ่อเต็น) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ซึ่งช่วยให้การเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ถึงเมืองวังเวียงลดเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง (จากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมง) และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดเส้นทาง และเพิ่มความร่วมมือทางการค้าเชิงสังคม-เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมModified:01/02/2021 14:55:57
-
เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาจะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2573
เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาเป็น 1 ใน 12 เขตเศรษฐกิจใน สปป. ลาว และเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวกับจีนระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับกลุ่มบริษัท China Yunnan Construction and Investment Holding บนเนื้อที่ทั้งหมด 1,149 เฮกตาร์ แผนการลงทุนมีมูลค่าทั้งหมด 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าต่างประเทศของจีนแห่งเดียวใน สปป. ลาว ปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเงินลงทุนสะสมในระบบจำนวน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างมูลค่า การผลิตประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573Modified:01/02/2021 14:29:35
-
พิธีแต่งตั้งคณะสภาบริหารและคณะผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจพัฒนาท่าเรือหวุงอ่างลาว – เวียดนาม
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2563 บริษัท Petroleum Trading Lao มหาชนได้จัดพิธีแต่งตั้งคณะสภาบริหาร และคณะผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจพัฒนาท่าเรือหวุงอ่างลาว – เวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยมี ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว นายคำเผย แก้วกินนาลี รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว และรองประธานคณะกรรมาธิการร่วมมือลาว – เวียดนาม นายอาลุนแก้ว กิดติคุน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว และประธานกรรมการยุทธศาสตร์และการวางแผน บริษัท PTL Holding จำกัด นายสิลา เวียงแก้ว อดีตรองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และที่ปรึกษาอาวุโสบริษัท Vientiane Logistics Park จำกัด นายจันทอน สิดทิไซ ประธานกลุ่มบริษัท Petroleum Trading Lao มหาชน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:01/02/2021 14:08:21
-
รัฐบาล สปป. ลาวและบริษัท ทางรถไฟลาว - จีน จำกัด จะร่วมพัฒนาพื้นที่รอบข้างสถานีรถไฟลาว - จีน
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2563 นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ในนามรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Xiao Qianwen ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ทางรถไฟลาว – จีน จำกัด ได้ร่วม ลงนาม MOU ว่าด้วยโครงการพัฒนาพื้นที่รอบข้างสถานีรถไฟลาว – จีนในนครหลวงเวียงจันทน์ แขวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง และอุดมไซ โดยมีนายแสงดาลิด กัดติยะสัก หัวหน้ากรมแผนการและการร่วมมือ กระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง สปป. ลาว นายพูขง บันนะวง รองเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนแขวงที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:01/02/2021 14:00:32
-
การพัฒนาของภาคแผนการและการลงทุนของ สปป. ลาว
ในช่วงปี 2519 – 2528 สปป. ลาวได้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นการวางแผนพัฒนาโดยกำหนดคาดการณ์ตัวเลขต่าง ๆ ในปี 2519 – 2520 เป็นครั้งแรกที่ สปป. ลาววางแผนประจำปี แผน 3 ปี (2521 - 2523) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (2524 - 2528) โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการ กับผลกระทบจากสงคราม ปกปักรักษาประเทศชาติและระบอบการปกครองใหม่ให้มั่นคง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ถูกทำลายจากสงคราม โดยฟื้นฟูการผลิตและการเกษตร เช่น การทำนา เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถทำมาหากิน การฟื้นฟูโรงงานรองรับการผลิต เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานน้ำประปา อู่ซ่อมเครื่องจักร โรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานทอผ้า การซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบคมนาคมและขนส่ง นอกจากนี้ ในปี 2523 การศึกษาและสาธารณสุขได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในระดับดีพอสมควร จำนวนประชากรที่รู้หนังสือเพิ่มขึ้นร้อยละ 80Modified:01/02/2021 13:43:31
-
สปป. ลาวจะเร่งพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังโควิด 19
สปป. ลาวเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 จำนวนนักต่างชาติลดลงติดลบร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริษัทที่ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องประมาณร้อยละ 90 ได้ยุติการให้บริการและได้รับผลกระทบด้านการเงิน ปัจจุบันกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว จึงอยู่ระหว่างยกร่างแผนพัฒนางานแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว 5 ปี (2564 - 2568) โดยตั้งเป้าหมาย ในปี 2564 จะเร่งพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวลาวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวภายในและต่างประเทศ โดยการปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ และประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวภายในประเทศให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม ใน สปป. ลาว ร่วมมือกับภาคธุรกิจในการประชาสัมพันธ์ พัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว และ การบริการให้มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พัฒนาบุคลาการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ปลูกจิตสำนึก ด้านการท่องเที่ยวให้ประชาชน และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและคุ้มครองการท่องเที่ยวModified:01/02/2021 13:38:23
-
การพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมและหัตถกรรมใน สปป. ลาว
ปัจจุบัน สปป. ลาวมีโรงงานอุตสาหกรรมและหัตถกรรม 8,475 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ 684 แห่ง ขนาดกลาง 1,025 แห่ง ขนาดเล็ก 6,766 แห่ง และขนาดเล็กแบบครัวเรือน 19,522 แห่ง ในปี 2563 สามารถ สร้างงานให้แก่ประชาชนจำนวน 161,584 คน ประกอบด้วยแรงงานในโรงงานขนาดใหญ่ 65,041 คน ขนาดกลาง 25,930 คน ขนาดเล็ก 33,358 คน และขนาดเล็กแบบครัวเรือน 37,255 คนModified:01/02/2021 13:33:20
-
การพัฒนาด้านคมนาคมของ สปป. ลาวในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2518 (วันสถาปนา สปป. ลาว) เป็นต้นมา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ขนส่ง ไปรษณีย์ และก่อสร้าง (ปัจจุบันกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง) ปัจจุบันมีถนนที่ตัดเข้าถึงทุกเมืองและแขวงทั่วประเทศ และมีก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงแห่งชาติ เช่น ถนนหมายเลข 13 เหนือ และ 13 ใต้ ที่เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงภาคเหนือไปยังภาคใต้ของ สปป. ลาว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการสัญจรภายใน สปป. ลาวและเชื่อมโยงไปยังประเทศใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันโครงข่ายเส้นทางของ สปป. ลาว มีระยะทางทั้งสิ้น 58,255 กม. ประกอบด้วยทางลาดยางใน 148 เมือง เพิ่มขึ้นร้อยละ 687 หรือประมาณ 50,855 กม. เมื่อเทียบกับปี 2518 ที่มีเส้นทางทั้งหมด 7,400 กม. มีสะพานทั้งหมด 2,819 แห่ง ประกอบด้วยสะพานคอนกรีต 1,113 แห่ง และที่เหลือเป็นสะพานเหล็กและไม้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 443 หรือประมาณ 2,300 แห่ง เมื่อเทียบกับปี 2529 ซึ่งมีสะพานเพียง 519 แห่ง โดยสะพานที่สำคัญ ได้แก่ สะพานสีทอง สะพานยูริกาการิน (สะพานปากกะดิง) สะพานน้ำเทิน สะพานเซโดนที่ปากเซ สะพานท่าง่อน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย – เวียงจันทน์) สะพานข้ามแม่น้ำโขงปากเซ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) และสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 4 (เชียงราย – บ่อแก้ว) นอกจากนี้ ยังมีสะพานที่สำคัญหลายแห่งตามถนนหมายเลข 13 2 4 7 8 9 12 15 และ 18BModified:26/01/2021 11:26:28
-
การพัฒนาด้านพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา
ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป. ลาว ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับ ผลการดำเนินงานด้านพลังงานและเหมืองแร่ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมาว่า ในช่วงก่อนปี 2518 การลงทุนและการพัฒนาด้านพลังงานใน สปป. ลาวมีไม่มากเท่าที่ควร มีเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่เพียง 1 แห่ง คือ เขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 30 เมกะวัตต์ เขื่อนไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำดง แขวงหลวงพระบาง มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ และเขื่อนเซละบำ แขวงจำปาสัก มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ และมีเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันสำหรับในเมืองใหญ่จำนวนหนึ่ง ขณะนั้น สปป. ลาวมีไฟฟ้าใช้ใน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง คำม่วน สะหวันนะเขต และจำปาสัก 19,000 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชาชนทั้งประเทศModified:26/01/2021 11:19:19
-
การพัฒนาด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสารของ สปป. ลาวในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 ดร. ทันสะไหม กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และ การสื่อสาร สปป. ลาว รายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและการพัฒนาด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม และ การสื่อสารของ สปป. ลาว ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2554 กระทรวงไปรษณีย์ฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ปี 2573 ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับงานด้านไปรษณีย์ฯ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาคและ สากล โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการดำเนินงานด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร ของ สปป. ลาวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดังนี้Modified:26/01/2021 11:03:09
-
กรมที่ดินจับมือธนาคารการค้าต่างประเทศลาวพัฒนาฐานข้อมูลที่ดินผ่านระบบดิจิทัล
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563 นายอานงสอน พมมะจัน หัวหน้ากรมที่ดิน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สปป. ลาว และนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (Banque Pour Le Commerce Exterieur Lao Public: BCEL) ได้ลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการเชื่อมต่อและพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินให้ทันสมัย โดยมีนายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว และผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงานเข้าร่วมModified:26/01/2021 10:24:39
-
สปป. ลาวจะพัฒนาระบบชลประทานดิจิทัล
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 นายบุนคำ สีดาวง หัวหน้ากรมชลประทาน กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Luu Manh Ha ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท Star Telecom จำกัด ได้ร่วมลงนาม MOU เกี่ยวกับความร่วมมือและการศึกษาความเป็นไปได้โครงการยกระดับการบริหารจัดการระบบชลประทานในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ของ สปป. ลาวเป็นระบบดิจิทัล โดยมีนายทองพัด วงมะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมฯ (รับผิดชอบงานด้านชลประทาน) และ พล.ต. อ่อนสี แสนสุก รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป. ลาว ในฐานะประธานสภาบริหารบริษัท Star Telecom จำกัด เข้าร่วมเป็นสักขีพยานModified:26/01/2021 09:33:58
-
สปป. ลาวศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบ smart card สำหรับแรงงานต่างประเทศใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 นางอานุสอน คำสิงสะหวัด หัวหน้ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานและจัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว และนายสุกสาคอน ใสทิลาด ประธานบริษัท Epapa Investment Sole จำกัด ได้ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบโปรแกรมฐานข้อมูลการ ออกใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างประเทศใน สปป. ลาว (smart card) โดยมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:26/01/2021 09:29:16
-
สปป. ลาวเร่งพัฒนาระบบแจ้งภาษีประตูเดียว
ระบบแจ้งภาษีประตูเดียวของ สปป. ลาว (Lao National Single Window: LNSW) เป็นระบบแจ้งเอกสาร แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออก และการขนส่งสินค้าผ่านแดน สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและยื่นเอกสารทางการผ่านระบบประตูเดียวเพื่อดำเนินตามขั้นตอนการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามกฎหมายModified:26/01/2021 09:20:29
-
FMO ธนาคารเพื่อการพัฒนาจากเนเธอร์แลนด์สนับสนุนเงินลงทุนด้านป่าไม้ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2563 FMO ธนาคารเพื่อการพัฒนาจากเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้สนับสนุนเงินทุน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่บริษัท Mekong Timber Plantations จำกัด (MTP) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทปลูก ป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดใน สปป. ลาว เพื่อนำไปขยายพื้นที่ปลูกไม้แปรรูป ไม้วีเนียร์ ต้นยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ และสร้างโรงเลื่อยไม้แบบบูรณาการ ปัจจุบัน MTP มีพื้นที่ทั้งหมด 24,099 เฮกตาร์ ในแขวงคำม่วน บอลิคำไซ เวียงจันทน์ และเชียงขวาง โดยได้รับสัมปทานเป็นเวลา 50 ปี จนถึงปี 2592Modified:26/01/2021 09:03:08
-
รัฐบาล สปป. ลาวก่อตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ลงนามดำรัสว่าด้วยกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงาน เพื่อกำหนดหลักการและระเบียบสำหรับการก่อตั้งและการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาพลังงาน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานและส่งเสริมธุรกิจด้านพลังงานตามยุทธศาสตร์ สีเขียวของประเทศModified:26/01/2021 09:01:04
-
ธนาคารลาว – ฝรั่งเศสสนับสนุนเงินทุนแก่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาวในการพัฒนาด้านพลังงาน
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2563 ธนาคารลาว - ฝรั่งเศส (LBF) และรัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (LHSE) ร่วมลงนาม สัญญาสนับสนุนเงินทุนจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนายุทธศาสตร์และความร่วมมือด้านพลังงาน ของ สปป. ลาว โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้Modified:26/01/2021 08:54:28
-
เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาสามารถสร้างงานให้แรงงาน 1,500 คน
โครงการเขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวกับจีน โดยกลุ่มบริษัท China Yunnan Construction and Investment Holding กับนครหลวงเวียงจันทน์ บนเนื้อที่ทั้งหมด 1,149 เฮกตาร์ มีแผนการลงทุนทั้งหมด 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าต่างประเทศของจีนแห่งเดียวใน สปป. ลาว ปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเงินลงทุนสะสมในระบบจำนวน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างมูลค่าการผลิตประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าหากบริษัทที่ลงทุนในเขตพัฒนาฯ สามารถดำเนินการผลิตได้ทั้งหมดจะมีมูลค่าการผลิตประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีModified:25/01/2021 16:50:19
-
ลาวเร่งพัฒนาการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
กรมนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รายงานว่า ในปี 2562 ปริมาณ การใช้ไฟฟ้าใน สปป. ลาวเพิ่มขึ้นเป็น 6,595 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,401 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 13,621 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2568 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ต่อปี โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 47 และอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52 ภายในปี 2568Modified:25/01/2021 16:47:24
-
สปป. ลาวจะสูญเสียผลประโยชน์ทางการค้าหลังหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC)
ผลการศึกษาของศูนย์พาณิชยกรรมระหว่างประเทศ (International Trade Centre) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสหภาพยุโรป ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา สปป. ลาวได้รับประโยชน์จากระบบสิทธิพิเศษทั่วไปทางภาษี Generalized System of Preferences (GSP) ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกของ สปป.ลาวเสียภาษีน้อยลงหรือไม่ต้องเสียภาษีในการส่งออกไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อ สปป. ลาวหลุดพ้นจาก LDC จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวจากตลาด 24 แห่งทั่วโลกModified:25/01/2021 16:21:23
Sorted by relevance | Sort by date
