ค้นหา
-
ค้าขายกับอินเดียยังไหว เมื่อมุมไบถูกกว่ากรุงเทพฯ
ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?Modified:05/08/2015 10:00:38
-
มารู้จักกลไกให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศสมาชิกอียู
1) European Stability Mechanism (ESM) เป็นกองทุนที่ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 เพื่อเป็นกลไกถาวรในการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกในเขตยูโรโซน โดยมีสนธิสัญญาจัดตั้ง ESM รองรับโดยเฉพาะหลังจากที่ประชุมคณะมนตรียุโรปมีมติแก้ไขมาตรา 136 ของสนธิสัญญาลิสบอน (Treaty on the Functioning of the European Union – TFEU ) เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2554 เพื่อเพิ่มวรรค 3 ให้อนุญาตประเทศสมาชิกที่ใช้สกุลเงินยูโรจัดตั้งกลไกเพื่อรักษาเสถียรภาพของเขตสกุลเงินยูโรได้ โดยกลไก ESM มีศักยภาพที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินเป็นเงินกู้จำนวน 5 แสนล้านยูโร...Modified:16/07/2015 11:33:12
-
“Post-Summit Briefing” ชูประเด็นวิกฤติเศรษฐกิจกรีซเป็นหลัก
The European Policy Centre (EPC) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “Post-Summit Briefing” เพื่อวิเคราะห์ผลการประชุมสุดยอด Euro Summit เมื่อ 22 มิถุนายน 2558 และการประชุมคณะมนตรียุโรป (European Council) เมื่อ 25 – 26 มิถุนายน 2558 โดยมีนาย Janis A. Emmanouilidis (ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาวิจัยของ EPC) และนาย Matthias Krupa (ผู้สื่อข่าวประจำกรุงบรัสเซลส์ของหนังสือพิมพ์ Die Zeit) เป็นวิทยากรร่วม ดำเนินการสัมมนาโดยนาย John Wyles (ที่ปรึกษาอาวุโสของ EPC) ชูประเด็นด้านปัญหาหนี้สินของกรีซและสถานการณ์ทางการเมืองหลังการประชุม Euro Summit เป็นหลัก มีสาระสำคัญ ดังนี้...Modified:16/07/2015 11:09:13
-
สรุปวิกฤตหนี้สินกรีซตั้งแต่การประชุม Euro Summit เมื่อ 22 มิ.ย. 58 - 5 ก.ค. 58
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 นาย Donald Tusk ประธานคณะมนตรียุโรป ได้จัดการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศกลุ่มยูโรโซน (Euro Summit) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินของกรีซ โดยก่อนการประชุมสุดยอดได้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีคลัง (Eurogroup) และสาระสำคัญของการประชุมทั้งสองสรุปได้ดังนี้...Modified:08/07/2015 15:06:52
-
การดำเนินนโยบายทางสังคมของคณะกรรมาธิการยุโรป
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 คณะกรรมาธิการยุโรป ได้จัดให้มีการอภิปรายในประเด็นเรื่อง การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนโยบายด้านสังคมของสหภาพยุโรป ที่เมือง Strasbourg ตามนโยบายที่ นาย Junker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เน้นย้ำถึงความเท่าเทียมในสังคม และการผลักดันเรื่องของระบบเศรษฐกิจตลาดของสหภาพยุโรป ผลที่ได้จากการอภิปรายในครั้งนี้จะนำเข้าสู่กำหนดการการทำงานของคณะกรรมาธิการยุโรปต่อไป...Modified:30/06/2015 10:34:13
-
สถานการณ์และนโยบายเศรษฐกิจของฮังการี
1.ภาวะด้านการค้าระหว่างประเทศของฮังการี
ปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านบวกของฮังการีมีดังนี้
1) ปริมาณตัวเลขการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น – ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของฮังการีแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในด้านบวกของเศรษฐกิจฮังการี โดยรายรับจากทั้งการส่งออกและนำเข้ามีอัตราสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2558 ฮังการีได้เปรียบดุลการค้าอยู่ถึง 288 ล้านยูโร โดยปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากยอดการส่งออกรวมที่ 929 พันล้านยูโร โดยปริมาณการค้าส่วนใหญ่เป็นการค้ากับประเทศสมาชิก EU โดยสินค้าส่งออกที่ทำให้ฮังการีได้เปรียบดุลการค้าคือเครื่องจักรกล ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ต่างกับที่ผ่านมาที่สินค้าหลักที่สร้างกำไรให้ภาคการส่งออกสูงสุดคืออุตสาหกรรมอาหารและวัตถุดิบด้านการเกษตร...Modified:05/06/2015 16:16:37
-
ไอซ์แลนด์ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียู
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไอซ์แลนด์ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ได้มีมติว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์จะไม่เริ่มการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียูอีกครั้ง โดยถือว่าไอซ์แลนด์ไม่ได้เป็นผู้สมัครอีกต่อไป และขอให้อียูปฏิบัติตามนี้ต่อไปด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2558 มีรายงานข่าวว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านของไอซ์แลนด์ได้ร่วมกันมีหนังสือถึงประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและประธานสภายุโรปแสดงการคัดค้านการยกเลิกการสมัครเป็นสมาชิกอียู โดยรัฐบาลไอซ์แลนด์ โดยเห็นว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการดำเนินการเนื่องจากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไอซ์แลนด์ซึ่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2558 ก็มีชาวไอซ์แลนด์หลายพันคนออกมาประท้วงการดำเนินการของรัฐบาลไอซ์แลนด์...Modified:07/04/2015 11:31:41
-
บราซิล
สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นประเทศใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในอเมริกาใต้ เคยมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 7.3 แต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ได้เกิดวิกฤตการณ์เสถียรภาพทางการเงิน มีปัญหาเงินเฟ้อและขาดดุลการชำระเงิน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินด้วยการสร้างวินัยการเงิน ปล่อยค่าเงินลอยตัวและลดภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงทบทวนนโยบายการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า มากว่า 35 ปี ทำให้เศรษฐกิจบราซิลมีลักษณะปิดและปกป้องตัวเอง
ในเวลาต่อมารัฐบาลได้แสดงเจตจำนงในการใช้หนี้ต่างประเทศ ทำให้หนี้ต่างประเทศของบราซิลลดเหลือร้อยละ 11.6 ของ GDP ในปี 2552 นอกจากนี้ การตัดสินใจให้กู้เงินจำนวน 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2555 บราซิลมีอัตราการขยายตัวของ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3
Modified:19/03/2015 16:54:07
-
มาดากัสการ์
สาธารณรัฐมาดากัสการ์ (Republic of Madagascar) เป็นประเทศหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งแร่หลายชนิดหลายประเภท ทั้งแร่โลหะ แร่อุตสาหกรรมและแร่รัตนชาติ แร่เหล่านั้นได้แก่ บ๊อกไซท์ ถ่านหิน ทองแดง ตะกั่ว แมงกานีส นิเกิล ดีบุก พลอย แต่มาดากัสการ์ยังขาดแคลนเงินทุนในการสำรวจแร่ ดังนั้น จึงยังมีแหล่งแร่อีกมากที่รอการสำรวจและค้นพบจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนอกเหนือจากแหล่งแร่ที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนแล้ว ค่าจ้างแรงงานในมาดากัสการ์ยังค่อนข้างถูก การแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างน้อย รัฐมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างชาติและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเหมืองแร่ยังไม่เข้มงวดมากนัก
Modified:19/03/2015 16:51:57
-
นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยนิดเพียง 4 ล้านคนเศษ แต่จัดว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในระดับสากล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆ คือ การแปรรูปอาหาร ไม้ สิ่งทอ เครื่องจักร ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อะลูมิเนียม และกษตรกรรม แต่อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันแรกของนิวซีแลนด์คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้านิวซีแลนด์ประมาณปีละ 2-3 ล้านคน ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามตามแบบธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ จากการปฏิรูประบบเศรษฐกิจแบบครอบคลุมในปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 ทำให้นิวซีแลนด์มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และได้พัฒนาเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
Modified:19/03/2015 16:38:09
-
ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ของโลกถือเป็นประเทศพัฒนาประเทศแรกๆ ที่สามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินของสหรัฐและของโลกเมื่อปี 2008 และจากการฟื้นตัวจากอุทกภัยเมื่อปลายปี 2010 และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเหมืองแร่และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ เหล็ก และเหมืองแร่ ซึ่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศออสเตรเลียขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการบริการการค้าปลีก (Retail services) อุตสาหกรรมการผลิตและการท่องเที่ยวยังคงกำลังฟื้นตัว
โดยรัฐบาลออสเตรเลียให้ความสนับสนุนในการเจรจาเรื่องความตกลงการค้าเสรี ซึ่งมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO และส่งเสริมให้เกิดระบบการค้าหลายทางความตกลงการค้าเสรีจะช่วยส่งเสริมให้การค้าระหว่างประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนขยายกิจการเข้าสู่ตลาดในหลายประเทศได้ ซึ่งทำให้ได้รับผลประโยชน์รวดเร็วกว่าผ่านการค้าแบบภูมิภาค
Modified:19/03/2015 16:23:40
-
ปาปัวนิวกินี
ปาปัวนิวกินี (Independent State of Papua New Guinea) เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการประมง เหมืองแร่ทองแดง ทองคำ และเนื่องจากความสัมพันธ์ทางการเมืองที่มีมากับออสเตรเลีย จึงทำให้การค้าและเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จะได้มาจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ทางการปาปัวนิวกีนีพยายามส่งเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และทดแทนการทำเหมือง และการขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติหากหมดไป อย่างไรก็ดี ระบบคมนาคมและระบบพื้นฐานต่างๆ ของปาปัวนิวกินีมีความล้าสมัยและต้องการปรับปรุง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่มีการพัฒนาและเป็นหุบเขายากแก่การเข้าถึงจึงทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ
Modified:19/03/2015 16:23:29
-
สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นประเทศอยู่ในกลุ่ม G8 โดยมีเศรษฐกิจเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ซึ่งชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีฐานะในระดับชนชั้นกลางขึ้นไป จึงมีความเจริญค่อนข้างมาก และยังเป็นผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือมี GDP สูงเป็นอันดับ1ของโลก มูลค่าการส่งออกอันดับ 3 ของโลก จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจทาง เศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก นักลงทุนทั่วโลกจึงสนใจเข้าไปแสวงหาช่องทางและโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ กันเป็นจำนวนมาก
Modified:19/03/2015 16:19:36
-
เบลเยียม
ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium) เป็นประเทศที่มีจุดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน เป็นประตูเข้าสู่ยุโรปภาคพื้นทวีป และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เมืองใหญ่หลายเมืองในยุโรป มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคาร เป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศหลายองค์กรอีกด้วย
เบลเยียมเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรี โดยเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคบริการและการค้าระหว่างประเทศ อาศัยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด จากการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุนโดย World Economic Forum ในรายงานปี 2011-2012 ระบุว่า เบลเยียมเป็นประเทศที่มี competitiveness ด้านการค้าการลงทุนเป็นอันดับที่ 15 ของโลก (จาก 142 ประเทศ)
Modified:19/03/2015 16:18:55
-
อุซเบกิสถาน
สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (Republic of Uzbekistan) ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นเชื้อชาติเดี่ยวได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม CIS (The Commonwealth of Independent States) หรือกลุ่มประเทศที่เกิดจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตนั่นเอง ซึ่งกลุ่มอดีตประเทศในปกครองสหภาพโซเวียตนี้จะเป็นเขตปลอดภาษีซึ่งกันและกัน (Free Trade Zone) สำหรับอุซเบกิสถานปริมาณการค้าขายกับประเทศในกลุ่ม CIS มีถึงร้อยละ 43 ของการค้าทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลงดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าและส่งออกในสินค้าทุกชนิดที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสมาชิก
ภายหลังได้รับอิสรภาพอุซเบกิสถานก้าวหน้าอย่างมั่นคงในทุกๆ ด้านโดยได้มีการดำเนินการประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางสังคม ความพยายามดังกล่าวได้รับการยืนยันความสำเร็จจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจมีถึงร้อยละ 45 การเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรม 1.6 เท่า การเพิ่มผลผลิตทางเกษตรกรรม 1.5 เท่า การค้าขายระหว่างประเทศ 1.7 เท่า ทองคำและเงินตราต่างประเทศ 3.7 เท่า ความเติบโต GDP เติบโตร้อยละ 7-8 และอัตราเฟ้อลดลงร้อยละ 26-29
Modified:19/03/2015 16:18:00
-
จีน
จีน (china) เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีฐานะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ ประกอบกับมีนโยบายพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด และด้วยความที่จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มากในเอเชีย มีประชากรและกำลังซื้อที่สูง โอกาสที่ผู้ลงทุนรวมถึงนักธุรกิจไทยจะเติบโตไปพร้อมกับตลาดจีน จึงมีโอกาสค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังมีปัจจัยหนุนอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม การมีเส้นทางขนส่งที่เชื่อมถึงกัน และความสัมพันธ์ทั้งทางด้านเชื้อชาติ การค้าและการทูตที่มีต่อกันมายาวนาน
Modified:19/03/2015 16:17:15
-
เวียดนาม
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอินโดจีนที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองของเหล่านักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเวียดนามมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดีและปรับตัวในทิศทางที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศโดยการให้สิทธิประโยชน์หลายประการอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่เวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เมื่อปี 2550 ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งเปิดเสรีการลงทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ WTO ยิ่งส่งผลให้เวียดนามน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทยมากขึ้น
Modified:19/03/2015 16:16:39
-
สิงคโปร์
เกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของไทยที่ชื่อว่า สิงคโปร์ (Singapore) นับเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทางเศรษฐกิจและมีธุรกิจน่าสนใจผิดกับขนาดของประเทศ เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ที่สำคัญยังเป็นเพื่อนบ้านกับไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม การที่ไทยกับสิงคโปร์มีความชำนาญในสาขาต่างกัน ย่อมสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของทั้ง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ขึ้น การเชื่อมโยงกันระหว่างเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาค ก็เป็นช่องทางและโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนที่กำลังสนใจเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์ได้เป็นอย่างดี
Modified:19/03/2015 16:16:02
-
เมียนมาร์
ปัจจุบันพม่าหรือเมียนมาร์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
Modified:19/03/2015 16:15:13
-
มาเลเซีย
มาเลเซีย (Malaysia) ประเทศที่มีพรมแดนติดกับทางใต้ของประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศ ยังเป็นสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่มอีกด้วย ที่สำคัญ ในปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ประเทศสมาชิกต้องเปิดเสรีทางการค้า สินค้า บริการ การลงทุน รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งก่อนที่ AEC จะเริ่มต้นขึ้น นักลงทุนควรทำความเข้าใจกับประเทศมาเลเซีย เสียก่อน
Modified:19/03/2015 16:14:29
Sorted by relevance | Sort by date
