ค้นหา
-
เอกชนไทยสำรวจตลาดอินเดีย เตรียมเฮ บีโอไอตั้งสำนักงานประสานแห่งแรกในมุมไบ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนคาดเปิดสำนักงานแรกในอินเดียที่เมืองมุมไบภายในครึ่งปีหลังของปี 2555 เพื่อรองรับการทำธุรกิจระหว่างสองประเทศ นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานฯ กล่าวในการนำนัก...
Modified:26/01/2012 11:31:24
-
วิสาหกิจโกเดลโกของชิลีเตรียมลงทุนขุดสำรวจแหล่งแร่ทองแดงระหว่างปี 2555 - 2556 มูลค่า127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วิสาหกิจโกเดลโกของชิลีเตรียมลงทุนขุดสำรวจแหล่งแร่ทองแดงระหว่างปี 2555 - 2556 มูลค่า127 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:18/07/2013 16:31:10
-
รายงานการสำรวจตลาดสินค้าหอมแดงในประเทศอินเดีย
หอมแดง (Shallot) ในประเทศอินเดียมีหลากหลายสายพันธุ์และยังมีความคล้ายคลึงกับหอมหัวใหญ่แดง (Red Onion) ซึ่งโดยทั่วไปคนอินเดียมักจะไม่แยกแยะเนื่องจากเป็นพืชตระกูลเดียวกันและมีสีสรรใกล้เคียงกัน บางครั้งก็...
Modified:24/01/2012 22:41:39
-
สำรวจตลาดบะหมี่สำเร็จรูปในอินเดีย: ไวไวไทย ไวจริง ทิ้งมาม่าในแดนภารตะ
ศึกชิงพื้นที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตลาดอินเดีย บทพิสูจน์ ใครมาก่อน มีโอกาสก่อน ผู้เล่นที่จะเข้าตามมา หากไม่ทำการบ้านมาให้ดี ไม่หาความแตกต่างมานำเสนอ ก็อาจจะไม่มีโอกาสในเค้กก้อนใหญ่ในอินเดีย ดินแดน...
Modified:01/12/2011 12:14:25
-
เล่นกับอินเดีย เล่นกับแบรนด์ ผลสำรวจความนิยมที่ไทยไม่ควรมองข้าม
ประกาศผลแบรนด์ที่ได้รับการไว้วางใจมากที่สุดในอินเดียประจำปี โดยบริษัทวิจัยนีลเส็น (Nielsen) จากการสำรวจตัวอย่าง 8,160 รายกระจายทั่วทุกประเภททั้งอายุ เพศ รายได้ สถานะและถิ่นฐาน บริษัทได้คัดเลือกสินค้าแ...
Modified:07/10/2011 11:03:29
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 10 บทสรุปครั้งแรกของการเดินทางสำรวจมณฑลไห่หนาน
จากคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ไห่หนานที่ได้สัมผัส ที่เราได้นำเสนอต่อท่านผู้อ่านมาทั้ง 9 ตอนแล้วนั้น ในตอนนี้จะเป็นการนำเสนอข้อมูลโดยสรุปและเปรียบเทียบกับไทยในมุมมองของเราที่ได้ไปสัมผัส เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการมองและเข้าใจไห่หนานเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย เริ่มต้นจากการเดินทางของเราที่เดินทางจากนครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งไปสำรวจข้อมูลมณฑลไห่หนานโดยตั้งต้นที่นครไหโข่วแล้วเดินทางไปยังเมืองซานย่าในเส้นทางสายตะวันตกและจากซานย่ากลับสู่นครไหโข่วโดยใช้เส้นทางสายตะวันออก ซึ่งเป็นการเดินทางสำรวจมณฑลไห่หนานแบบรอบเกาะModified:27/08/2013 16:01:54
-
ทองคำ อัญมณีล้ำค่าแห่ง สปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ <br />
และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากลักษณะของ<br />
ภูมิประเทศที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญ<br />
เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว ถ่านหิน <br />
บอกไซต์ ยิปซั่ม เหล็ก อัญมณี โปแตช สังกะสี <br />
แมงกานีส หินปูน โดโลไมต์ และแบไรต์ ในพื้นที่กว่า 570 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 162,104 ตร.กม. คิดเป็น<br />
ร้อยละ 68.49 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนมากขุดพบในแขวงสะหวันนะเขต แขวงไซสมบูน แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น<br />
Modified:01/02/2023 09:24:48
-
ทำความรู้จักบ่อเต็นพื้นที่ด่านหน้าสำคัญของสปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตชายแดนติดกับ 5 ประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 17 แขวง 1 นครหลวงเวียงจันทน์ ดำเนินนโยบายเน้นเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดให้แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้ศักยภาพและโอกาสเชิงพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือ และความเชื่อมโยงกับประเทศในและนอกภูมิภาคเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) <br />
พื้นที่บ่อเต็นถือเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการและอื่น ๆ ของ สปป. ลาว โดยบ่อเต็น<br />
เป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านในเขตเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนลาว-จีน ตรงข้าม<br />
กับเมืองโม่ฮาน เขตสิบสองปันนาของจีน มีเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าหลักระหว่างไทย-<br />
สปป. ลาว-จีน ปัจจุบันเส้นทางนี้บางช่วงเริ่มชำรุด และช่วงฤดูฝนการสัญจรไปมายากลำบากเนื่องจากเป็นถนน <br />
2 เลน และคดเคี้ยวตามภูเขา<br />
นอกจากนี้ บ่อเต็นยังเป็นที่ตั้งด่านภาษีสากลบ่อเต็น ซึ่งมีความสำคัญในฐานะด่านที่ตั้งอยู่สถานีแรกของเส้นทางรถไฟลาว-จีน และเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้า ภายในด่านมีเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ ระบบแจ้งภาษีอัตโนมัติ และระบบ Smart Tax เครื่องตรวจด้วยระบบแสง ระบบ Easy Pass และอื่น ๆ เพื่อ<br />
อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2565 มีการขนส่งสินค้าของไทยไปจีนผ่านด่านภาษีสากลบ่อเต็นทางรถบรรทุก จำนวน 21,538 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 884.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการขนส่งสินค้าไทยโดยใช้รถไฟลาว-จีน จากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปยังสถานีนาเตย หลังจากนั้น ขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกมายังด่านภาษีสากลบ่อเต็นเพื่อส่งออกไปจีน จำนวน 503 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 38.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
เมื่อปี 2546 รัฐบาล สปป. ลาวให้สัมปทานพื้นที่บ่อเต็นแก่บริษัท ฟุกฮิง ทราเวล จากฮ่องกงเพื่อก่อตั้ง<br />
เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนคำ ประกอบด้วย พื้นที่โรงงาน สำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี และอื่นๆ ต่อมาเมื่อปี 2555 เปลี่ยนผู้ถือสัมปทานเป็นกลุ่มบริษัท ไห่เฉิงยูนนาน และเปลี่ยนชื่อเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม” ประกอบด้วย 4 เขต ได้แก่ เขตการค้าและการเงิน <br />
เขตท่องเที่ยวและพักผ่อน เขตอุตสาหกรรมแปรรูป <br />
การขนส่งและโลจิสติกส์ และเขตการศึกษาและการแพทย์ <br />
ในขณะเดียวกัน สปป.ลาว-จีน เห็นถึงโอกาสการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งทางบกในภูมิภาคจีน-อาเซียน<br />
จึงร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างบ่อเต็นกับพื้นที่อื่นๆ อาทิ (1) โครงการทางด่วน<br />
นครหลวงเวียงจันทน์-ด่านภาษีสากลบ่อเต็น ระยะทาง 460 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงข่ายเส้นทางทางบกไปยังประเทศจีน ลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าขึ้นไปทางเหนือ ปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงแรก (นครหลวงเวียงจันทน์ - วังเวียง) เมื่อปี 2563 โดยสร้างเป็นทางคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 เหนือและทางรถไฟลาว - จีน มี 4 ช่องจราจร และอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางเพื่อก่อสร้างช่วงที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) ช่วงที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) และช่วงที่ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) ตามลำดับ<br />
Modified:16/09/2022 13:50:50
-
ยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนของลาว กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง
สปป. ลาว เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษ เพื่อก้าวส่งเสริมบทบาทในการเป็นฐานการลงทุนโดยเฉพาะจากนักลงทุนอาเซียน โดยมีเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง ที่มีการอนุมัติและดำเนินการแล้ว ประกอบด้วย (1) เขตเศรษฐกิจสะหวัน-เซโน (2) เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงาม (3) เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ (4) นิคมอุตสาหกรรมและการค้าเวียงจันทน์ (5) เขตเศรษฐกิจพิเศษไชเสดถา (6) เขตเศรษฐกิจเฉพาะท่าแขก (7) เขตเศรษฐกิจพิเศษล่องแทง-เวียงจันทน์ (8) เขตเศรษฐกิจพิเศษดงโพสี (9) เขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง (10) เขตเศรษฐกิจเฉพาะภูเขียว (11) เขตเศรษฐกิจพิเศษปากเซ-ญี่ปุ่น และ (12) เขตเศรษฐกิจพิเศษหลวงพระบางModified:16/09/2022 13:46:10
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
การจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2565 นางจันสะหวาด บุบผา รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมการจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2 โดยมี ผู้แทนจากแผนก ที่เกี่ยวข้องของแขวงไซสมบูน เชียงขวาง บ่อแก้ว หลวงพระบาง สะหวันนะเขต สาละวัน และจำปาสักเข้าร่วมModified:28/02/2022 16:30:05
-
เป้าหมายการพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว
การพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว นับเป็นภารกิจที่มีความสำคัญลำดับต้น และตั้งอยู่ บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของภูมิภาคและสากล และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานรายรับ ให้กับประเทศ โดยเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเติบโตสีเขียวModified:28/02/2022 14:08:22
-
ขยายเวลาโครงการสร้างความเข้มแข็งระบบการขนส่งในตัวเมืองแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ดร. อาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ และนายโทชิโอะ <br />
นากาเสะ หัวหน้าผู้แทนองค์กร JICA ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือ<br />
ในโครงการสร้างความเข้มแข็งระบบการขนส่งในตัวเมืองแบบยั่งยืน ครั้งที่ 4 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม <br />
<br />
<br />
ดร. อาดสะพังทองฯ กล่าวว่า เดิมทีโครงการดังกล่าวมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในปี 2561 และจะแล้วเสร็จในปี 2564 แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ระงับโครงการชั่วคราวและเลื่อนการดำเนินการเป็น ปี 2566 วัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ คือ การปรับปรุงแผนแม่บทด้านระบบการขนส่งในเมืองของนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2551 และวางแผนจะดำเนินการทดลองเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเมือง <br />
และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาแผนแม่บทให้ปฏิบัติได้ <br />
Modified:21/12/2021 11:45:24
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายรับจากการส่งออกแร่ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2564
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2564 <br />
และแผนงานปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 <br />
การผลิตแร่มีมูลค่า 12,601 ล้านล้านกีบ (สภาแห่งชาติรับรอง 13,812 ล้านล้านกีบ) คิดเป็นร้อยละ 91.21 ของแผน คาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าสูงถึง 15,889 ล้านล้านกีบ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการจำหน่ายแร่ภายในประเทศและการส่งออกจำนวน 1,464 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี<br />
จะมีรายได้ประมาณ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินการสำรวจ ศึกษาความเป็นไปได้และแปรรูปแร่จำนวน 124 แห่ง ใน 209 โครงการ โดย 14 แห่งจากจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวย<br />
ความสะดวกต่าง ๆ <br />
Modified:21/12/2021 11:26:52
-
สปป. ลาวออกแจ้งการห้ามซื้อขายที่ดินในพื้นที่สงวนเพื่อพัฒนาเมืองทันสมัย Smart City ในนครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ห้องว่าการนครหลวงเวียงจันทน์ออกแจ้งการห้ามไม่ให้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ซื้อขาย จำนำ หรือโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และขุดดินในเขตโครงการพัฒนาเมืองทันสมัย Smart City ในนครหลวงเวียงจันทน์ ครอบคลุมพื้นที่ 12 บ้าน ใน 2 เมือง ได้แก่ เมืองไซเสดถาจำนวน 5 บ้าน (บ้านจอมสี บ้านนาควายใต้ บ้านนาควายกลาง บ้านนาโน และบ้านนาไห) และเมืองหาดชายฟองจำนวน 7 บ้าน (บ้านดงโพนแร่ บ้านคำจะเลิน บ้านหนองแปนเหนือ บ้านหนองแปนใต้ บ้านเซียงควน บ้านท่าพะ และบ้านหนองพง) และห้ามบุคคลและนิติบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าบุกรุกหรือทำกิจกรรมใด ๆ บนที่ดินสงวน รวมทั้งห้ามผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นลงนามเอกสารอนุมัติกิจกรรมใด ๆ ที่ขัดต่อแจ้งการอย่างเด็ดขาดModified:21/12/2021 11:15:14
-
แผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 นายดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้นำเสนอแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ <br />
สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ดังนี้<br />
Modified:21/12/2021 10:22:34
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านกีบ จากการทดลองขุดเงินคริปโต
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้รายงานเกี่ยวกับ<br />
แผนงบประมาณแห่งรัฐปี 2564 และแนวทางแผนงบประมาณปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในปี 2565 สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายได้ทั้งหมด 31.42 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP ประกอบด้วยรายได้ภายใน 28.96 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 15 ของ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับ<br />
ปีที่ผ่านมา รายได้จากการช่วยเหลือแบบให้เปล่า (ODA) มูลค่า 2.46 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1 ของ GDP <br />
และคาดว่าจะมีแหล่งรายได้ใหม่มูลค่า 3.75 ล้านล้านกีบ โดยมาจากการลงทุนของภาคเอกชนในการทดลองขุดเงิน<br />
คริปโต (Cryptocurrency) 2 ล้านล้านกีบ และคาดว่าจะมีรายจ่ายทั้งหมด 34.59 ล้านล้านกีบ ประกอบด้วยรายจ่ายโครงการลงทุนจากเงินกู้ยืมและเงินช่วยเหลือ 6.75 ล้านล้านกีบ เพิ่มขึ้น 3.011 ล้านล้านกีบ เมื่อเทียบกับปี 2564 <br />
คิดเป็นร้อยละ 18.14 ของ GDP <br />
Modified:21/12/2021 09:57:50
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวออกคำสั่งเพิ่มทวีการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มทวี การคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ให้กระทรวง องค์การรัฐเทียบเท่ากระทรวง คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารงบประมาณ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ และขอบเขตของตนในการปฏิบัติตามกฎหมายและนิติกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหล ของรายได้ของรัฐ ยุติ หรือยกเลิกนิติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ในการคุ้มครองรายได้ของรัฐบาลModified:29/10/2021 08:48:41
-
สปป. ลาว เวียดนาม และญี่ปุ่นอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย
กระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง สปป. ลาวและกระทรวงคมนาคมและการขนส่งเวียดนามอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย โดยความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยอยู่ระหว่างพิจารณา 2 เส้นทาง ได้แก่ (1) เส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์ - ปากซัน - เวียงทอง - แท็งทุย (Thanh Thuy) - ฮานอย ระยะทาง 725 กิโลเมตร โดย 355 กิโลเมตรอยู่ใน สปป. ลาว มูลค่าการก่อสร้าง 5,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ (2) เส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์ - นาแพง แขวงไซสมบูน - เซียงขวาง - ท่าลาว แขวงหัวพัน - ฮานอย ระยะทาง 730 กิโลเมตร โดย 485 กิโลเมตรอยู่ในฝั่งลาว มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 9,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:18/10/2021 10:50:31
Sorted by relevance | Sort by date
