ค้นหา
About 268 results
-
ทองคำ อัญมณีล้ำค่าแห่ง สปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ <br />
และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากลักษณะของ<br />
ภูมิประเทศที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญ<br />
เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว ถ่านหิน <br />
บอกไซต์ ยิปซั่ม เหล็ก อัญมณี โปแตช สังกะสี <br />
แมงกานีส หินปูน โดโลไมต์ และแบไรต์ ในพื้นที่กว่า 570 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 162,104 ตร.กม. คิดเป็น<br />
ร้อยละ 68.49 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนมากขุดพบในแขวงสะหวันนะเขต แขวงไซสมบูน แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น<br />
Modified:01/02/2023 09:24:48
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พลังงานสะอาด กับโอกาสการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
ท่ามกลางวิกฤติการณ์ขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของอาเซียน ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทั่วโลก สปป. ลาว จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม และขนส่ง เช่น การนำใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ให้มากขึ้นเพื่อ<br />
ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันการนำใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศให้เกิดประโยชน์ และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ<br />
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ<br />
มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โดยการศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง<br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าแล้ว 90 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป จำนวน 77 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8 แห่ง ไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 4 แห่ง และไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินจำนวน 1 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,956 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 72 ที่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งออกจำหน่ายไปต่างประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา<br />
ที่ผ่านมา สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะไทย <br />
ซึ่งได้ลงนาม MOU ขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานจาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยในการขยายการผลิต และตอบสนองนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานของไทย ที่ต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต <br />
สิงคโปร์ได้ลงนามขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจาก สปป.ลาว โดยจะจัดส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งข้ามประเทศ เบื้องต้นรัฐบาล สปป. ลาวจะส่งไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อปี 2557 สปป. ลาว ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “โครงการร่วมส่งพลังงาน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” หรือ Lao PDR, Thailand, Malaysia and Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP ขึ้น โดยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโครงการส่งกระแสไฟฟ้าแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ที่มีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ทั่วถึงภายในอาเซียน โดย สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากและประสงค์จะจำหน่ายไฟฟ้าเหล่านี้ให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยประกาศตัวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียและความร่วมมือของ 4 ประเทศนี้จะทำให้อาเซียนตอนบนมีโครงข่ายไฟฟ้าที่เข้มแข็ง <br />
เมื่อเดือน ก.ย. 2559 สปป. ลาว ไทย และมาเลเซีย ได้ลงนามจำหน่ายไฟฟ้าร่วมกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Laos: EDL) การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และบริษัท Tanaka Electric National มาเลเซีย นอกจากนี้ สปป. ลาวยังร่วมมือกับจีน ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าแบบระบบสู่ระบบ (Grid to Grid) โดยบริษัท China Southern Power Grid หรือ CSG และ EDL ลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 เพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำส่วนเกินใน สปป. ลาวช่วงฤดูฝน <br />
Modified:02/09/2022 09:01:33
-
การจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2565 นางจันสะหวาด บุบผา รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมการจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2 โดยมี ผู้แทนจากแผนก ที่เกี่ยวข้องของแขวงไซสมบูน เชียงขวาง บ่อแก้ว หลวงพระบาง สะหวันนะเขต สาละวัน และจำปาสักเข้าร่วมModified:28/02/2022 16:30:05
-
รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ ในปี 2565
ในปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ 3.09 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1.61 ของ GDP เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการจัดเก็บรายได้ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อุดช่องโหว่จากการจัดเก็บรายได้ที่อาจส่งผลให้สูญเสียงบประมาณ และตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้จากแหล่งต่าง ๆ ภายในประเทศให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึง ชำระหนี้ทั้งภายในและต่างประเทศModified:28/02/2022 13:58:09
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายรับจากการส่งออกแร่ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2564
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2564 <br />
และแผนงานปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 <br />
การผลิตแร่มีมูลค่า 12,601 ล้านล้านกีบ (สภาแห่งชาติรับรอง 13,812 ล้านล้านกีบ) คิดเป็นร้อยละ 91.21 ของแผน คาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าสูงถึง 15,889 ล้านล้านกีบ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการจำหน่ายแร่ภายในประเทศและการส่งออกจำนวน 1,464 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี<br />
จะมีรายได้ประมาณ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินการสำรวจ ศึกษาความเป็นไปได้และแปรรูปแร่จำนวน 124 แห่ง ใน 209 โครงการ โดย 14 แห่งจากจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวย<br />
ความสะดวกต่าง ๆ <br />
Modified:21/12/2021 11:26:52
-
สปป. ลาวส่งออกไฟฟ้ากว่า 6,423 เมกะวัตต์ไปยังอาเซียน
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ดร. ดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป. ลาว ได้รายงานสถานการณ์การผลิตและส่งออกไฟฟ้าของ สปป. ลาวต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ปัจจุบัน สปป. ลาวมีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า 86 โครงการ รวมกำลังการผลิต 10,400 เมกะวัตต์ โดยกว่าร้อยละ 80 เป็นไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ สปป. ลาวส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ ดังนี้Modified:21/12/2021 11:24:00
-
สปป. ลาวออกแจ้งการห้ามซื้อขายที่ดินในพื้นที่สงวนเพื่อพัฒนาเมืองทันสมัย Smart City ในนครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ห้องว่าการนครหลวงเวียงจันทน์ออกแจ้งการห้ามไม่ให้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ซื้อขาย จำนำ หรือโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และขุดดินในเขตโครงการพัฒนาเมืองทันสมัย Smart City ในนครหลวงเวียงจันทน์ ครอบคลุมพื้นที่ 12 บ้าน ใน 2 เมือง ได้แก่ เมืองไซเสดถาจำนวน 5 บ้าน (บ้านจอมสี บ้านนาควายใต้ บ้านนาควายกลาง บ้านนาโน และบ้านนาไห) และเมืองหาดชายฟองจำนวน 7 บ้าน (บ้านดงโพนแร่ บ้านคำจะเลิน บ้านหนองแปนเหนือ บ้านหนองแปนใต้ บ้านเซียงควน บ้านท่าพะ และบ้านหนองพง) และห้ามบุคคลและนิติบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าบุกรุกหรือทำกิจกรรมใด ๆ บนที่ดินสงวน รวมทั้งห้ามผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นลงนามเอกสารอนุมัติกิจกรรมใด ๆ ที่ขัดต่อแจ้งการอย่างเด็ดขาดModified:21/12/2021 11:15:14
-
แผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 นายดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้นำเสนอแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ <br />
สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ดังนี้<br />
Modified:21/12/2021 10:22:34
-
รัฐบาล สปป. ลาวคาดเศรษฐกิจลาวปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 3
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 <br />
ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ <br />
สปป. ลาว โดยเฉพาะปัญหาด้านการคลัง การเงิน หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในพืช<br />
และสัตว์ตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายและแรงกดดันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2564<br />
Modified:21/12/2021 10:08:34
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวออกคำสั่งเพิ่มทวีการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มทวี การคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ให้กระทรวง องค์การรัฐเทียบเท่ากระทรวง คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารงบประมาณ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ และขอบเขตของตนในการปฏิบัติตามกฎหมายและนิติกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหล ของรายได้ของรัฐ ยุติ หรือยกเลิกนิติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ในการคุ้มครองรายได้ของรัฐบาลModified:29/10/2021 08:48:41
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวสั่งให้เจรจาผลประโยชน์ที่เป็นธรรมในโครงการพลังงานและแร่
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายรับงบประมาณแห่งรัฐ โดยสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มความรับผิดชอบในการเสริมสร้างการจัดการในด้านต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของรายรับและเพิ่มรายรับให้กับงบประมาณของรัฐให้มากที่สุดModified:18/10/2021 10:45:10
-
ADB คาดเศรษฐกิจลาวจะฟื้นตัวช้าลง
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2564 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เผยแพร่รายงานคาดการณ์การพัฒนาเอเชีย ประจำปี 2564 (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งคาดการณ์เศรษฐกิจ สปป. ลาวในปี 2564 ว่า จะขยายตัวร้อยละ 2.3 ลดจาก<br />
ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. 2564 ที่ร้อยละ 4 อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะช่วยกระตุ้น<br />
การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศในปี 2565 <br />
Modified:07/10/2021 09:29:58
-
สปป. ลาวเร่งปฏิรูประบบจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 นายพูทะนูเพ็ด ไซสมบัด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้รายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความคุ้มครองและการป้องกันการรั่วไหลของรายรับงบประมาณแห่งรัฐต่อที่ประชุมเผยแพร่เอกสารวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง ดังนี้Modified:17/09/2021 16:29:16
-
แผนการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของ สปป. ลาว
นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า สปป. ลาวมีหนี้ต่างประเทศสะสมประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหนี้ภายในประเทศ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินจากการกู้ยืมเพื่อเสริมดุลงบประมาณ โดย สปป. ลาวมีแผน จะชำระหนี้คืนในช่วงปี 2564 - 2568 และ 2568 - 2573 จากการเพิ่มรายได้จากแหล่งรายได้ใหม่และสำรวจ แหล่งรายได้ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในภาคพลังงานและเหมืองแร่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มอย่างน้อย 10,000 พันล้านกีบ (ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในอีก 5 ปีข้างหน้าModified:01/09/2021 09:35:50
-
รัฐบาล สปป. ลาวกำหนดวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ - การคลัง
นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ชี้แจงต่อข้อซักถามของสมาชิกสภาแห่งชาติลาวเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ - การคลังว่า กระทรวงการเงิน สปป. ลาวจะสร้างและปรับปรุงกฎระเบียบด้านการคลัง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างคำสั่งนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเพิ่มทวีการคุ้มครองและลดการรั่วไหล ของรายรับงบประมาณแห่งรัฐ ร่างดำรัสว่าด้วยการประหยัดและลดการฟุ่มเฟือย และร่างดำรัสว่าด้วยรถของรัฐ ซึ่งได้รับการรับรองในการประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา และเป็นเอกสารแนบของร่างวาระแห่งชาติเพื่อให้สมาชิกสภาแห่งชาติได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้Modified:01/09/2021 09:26:57
-
สปป. ลาวคาดว่าปี 2564 จะเก็บรายรับเข้างบประมาณรัฐได้ 23,683 พันล้านกีบ
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน การประชุมสรุปผลการดำเนินแผนงบประมาณ 6 เดือนและคาดการณ์ปี 2564 โดยมีนายบุนเหลือ สินไซวอละวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:27/07/2021 09:51:39
-
ไซยะบูลีจะพัฒนาความเชื่อมโยงกับไทย จีน และเวียดนาม
นายคำเพ็ด พมมะลาด หัวหน้าแผนกโยธาธิการและขนส่งแขวงไซยะบูลี ให้ข้อมูลว่า แขวงไซยะบูลีตั้งเป้าการก่อสร้างเส้นทางเข้าถึงบ้าน (เทียบเท่าแขวงของไทย) ภายในแขวงไซยะบูลีให้ได้ร้อยละ 90 ของจำนวนบ้านทั้งหมด โดยใช้งบประมาณของรัฐและเงินสมทบของประชาชน รวมทั้งก่อสร้างคลังพักสินค้า พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ตามเส้นทางเศรษฐกิจที่ด่านสากล 4 แห่ง ได้แก่ ด่านสากลปางมอน ด่านน้ำเงิน ด่านน้ำเหือง และด่านพูดู่ ก่อสร้างสถานีขนส่งโดยสาร 6 แห่ง ราดยางมะตอยเส้นทางต่าง ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี สร้างท่าเรือ 1 แห่ง ที่บ้านผาเลียบเพื่อเชื่อมโยงระหว่างแขวง ปรับปรุงผังเมืองของ 3 เมือง ได้แก่ เมืองไซสะถาน เมืองเพียง และ เมืองเงินให้ได้ร้อยละ 100 ขยายน้ำประปาใน 1 เมือง และขยายน้ำประปาชุมชนให้ได้ 10 พื้นที่ และสร้างจุดชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้าให้ได้ 2 แห่งในเทศบาลแขวงModified:04/06/2021 13:24:29
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
Sorted by relevance | Sort by date
