ค้นหา
-
Eu ควบคุมการใช้พืชมาฮวงและโยฮิมบีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/403 of 11 March 2015 amending Annex III to Regulation (EC) No 1925/2006 of the European Parliament and of the Council as regards Ephedra species and Yohimbe (Pausinystalia yohimbe (K. Schum) Pierre ex Beille) ใน EU Official Journal L 67/4 เพื่อควบคุมการใช้พืชมาฮวงและโยฮิมบีในอาหารModified:03/04/2015 11:32:59
-
EU ให้อำนาจประเทศสมาชิกเลือกอนุญาตให้ปลูกหรือห้ามปลูกพืช GM ได้
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2558 สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Directive (EU) 2015/412 of the European Parliament and of the Council of 11 March 2015 amending Directive 2001/18/EC as regards the possibility for the Member States to restrict or prohibit the cultivation of genetically modified organisms (GMOs) in their territory ใน EU Official Journal L68/1 ซึ่งเป็นการให้อำนาจแก่ประเทศ สมาชิก EU ที่จะสามารถเลือกอนุญาตให้มีการปลูกหรือห้ามปลูกพืชที่มีการดัดแปลงทางพันธุกรรม (genetically modified organisms : GMOs) ในประเทศของตนได้ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้...Modified:31/03/2015 11:05:08
-
เชื่อม ”ประตูการค้า” ผ่านงานแสดงสินค้าในเปรู
ถึงแม้เปรูจะอยู่อีกซีกโลกของไทย แต่เชื่อว่าหลายคนคงเคยฝันที่จะไปท่องเที่ยวในดินแดนแห่ง อารยธรรมของชนเผ่าอินคาหรือที่รู้จักในนาม “มาชูปิกชู (Machu Picchu)” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่ง ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกModified:31/03/2015 13:46:55
-
ปธน.จีน หนุน "เขตเศรษฐกิจข้ามมณฑลกวางตุ้ง-กว่างซี" รับการลงทุนต่างถิ่น
รัฐบาลกลางกำหนดให้ "เขตนำรองความร่วมมือพิเศษกวางตุ้ง-กว่างซี" เป็นพื้นที่รองรับการพัฒนาและการลงทุนแห่งใหม่ในภูมิภาคจีนตอนใต้Modified:30/03/2015 09:01:06
-
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและงานแสดงสินค้า Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 30 มีนาคม – 1เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ
หลายท่านอาจคุ้นเคยและรู้จักสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ในฐานะประเทศเศรษฐีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก แต่คงอาจไม่ทราบว่า รายได้ของยูเออีไม่ได้มาจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงทางเดียวเท่านั้น แต่ยังมาจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ภายในประเทศซึ่งเป็นสาขาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของยูเออีในปัจจุบัน ได้แก่ การท่องเที่ยว การก่อสร้าง โลจิสติกส์ การเงินและการธนาคาร
ยูเออีมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และจากการจัดลำดับของ World Economic Forum ยูเออีจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจมากที่สุดของโลก นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาทำให้ยูเออีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าในตะวันออกกลางและเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ปัจจุบันรัฐบาลยูเออีกำลังให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาเพื่อขยายฐานทางเศรษฐกิจ รัฐบาลพยายามส่งเสริมการค้า การลงทุนของต่างชาติในเขตเศรษฐกิจเสรี (Economic Free Zone) ทั้งที่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการใช้ยูเออีเป็นฐานกระจายสินค้า
ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปศึกษาลู่ทางและทำการค้าการลงทุนในดินแดนแห่งนี้
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีว่า กระทรวงเศรษฐกิจแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการค้าการลงทุนจากต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมและจัดแสดงสินค้าในงาน Annual Investment Meeting (AIM) ครั้งที่ 5 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2558 ณ Dubai International Convention & Exhibition Centre เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Annual Investment Meeting (AIM) จะจัดขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่ 5 เพื่อเป็นเวทีในการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแนวโน้มและสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนทั่วโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน คือ “Sustainable Development through FDI Induced Innovation and Technology Transfer”
ภายใต้การประชุม AIM 2015 จะมีการจัดแสดงสินค้าและบริการจากหลากหลายสาขาธุรกิจ ได้แก่ สาขาพลังงาน การก่อสร้าง การศึกษา การเงินและการธนาคาร การเหมืองแร่ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเกษตรและอาหาร อาหารทะเล ยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี มีความเห็นว่า การเข้าร่วมงานฯ นี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะได้พบปะกับผู้ประกอบการต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากทั่วโลกที่มีศักยภาพ และถือเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพการค้าการลงทุนของประเทศไทยในเวทีนานาชาติได้อีกทางหนึ่ง
ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ www.aimcongress.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้จัดงานโดยตรง คือ กระทรวงเศรษฐกิจยูเออี (the United Arab Emirates Ministry of Economy) โทร. +971 4 314 1555 อีเมล์: [email protected] และ [email protected]
Modified:12/01/2015 15:40:07
-
พลังหมุนเวียนทำได้! Co2 คงที่ แต่เศรษฐกิจโลกโตขึ้น
เป็นครั้งแรกในช่วง 40 ปีที่ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญนั้น มีอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่คงที่ ทั้งที่การเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นสูงขึ้นร้อยละ 3 เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน!Modified:30/03/2015 17:24:48
-
Shale oil & gas คลื่นลูกใหม่แห่งพลังงาน
Shale oil & gas คลื่นลูกใหม่แห่งพลังงาน จะรุ่งจริงหรือ?Modified:26/03/2015 09:17:21
-
พัฒนาอินเดียใน 7 ปี เอกชนไทยช่วยได้
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียของนายนเรนทร โมดี นายกรัฐมนตรีนักคิดนอกกรอบ ก็ได้ฤกษ์แถลงแผนใช้จ่ายงบประมาณประจำปีฉบับเต็มฉบับแรกต่อสภาผู้แทนราษฎรอินเดีย หลังจากเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่เดือนมิถุยายน 2557...Modified:24/03/2015 10:01:50
-
เดนมาร์กเตรียมลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ
ไม่นานมานี้ Reuters เผยแพร่ข่าวเรื่อง “Denmark to join shale gas quest in Europe” เพื่อรายงานความคืบหน้าของการสำรวจก๊าซธรรมชาติในชั้นหินดินดาน (shale gas) ของเดนมาร์ก ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานใหม่ของโลกที่หากพัฒนาสำเร็จModified:23/03/2015 11:27:59
-
การส่งออกองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน SME ของเนเธอร์แลนด์
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตระหนักและให้ความสำคัญกับ SME ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยิ่งโดยได้มีการกำหนด top sectors ที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง 9 สาขา ได้แก่ (1) อาหารและการเกษตร (2) เคมีภัณฑ์ (3) อุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ (4) พลังงาน (5) เทคโนโลยีระดับสูง (6) พืชสวน (7) วิทยาศาสตร์และสุขภาพ (8) ลอจิสติกส์ และ (9) น้ำ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ส่งเสริมทั้งด้านวิชาการและเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของเนเธอร์แลนด์ ดำเนินได้อย่างยั่งยืน โดยแต่ละภาคส่วนจะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการและภาครัฐอย่างบูรณาการ กล่าวคือ สถาบันทางวิชาการและการวิจัย เช่น NWO (The Netherlands Organisation for Scientific Research), KNAW (The Royal Netherlands Academy of Arts and Sciences) และ TNO (Neherlands Organisation for Applied Scientific Research) จะปรับโปรแกรมการเรียนการสอนและแผนการวิจัยบนพื้นฐานของ top sectors ดังกล่าว ในขณะเดียวกันรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็พยายามสนับสนุนโดยผ่านนโยบายการทูตทางเศรษฐกิจ โดยการมุ่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับภาคธุรกิจทั้งในด้านการค้าและการลงทุน ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนหรือการส่งออก อาทิ กองทุน Dutch Good Growth Fund (DGGF) ซึ่ง SME สามารถยื่นขอกู้เงินได้สำหรับการเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศ หรือการให้บริการคำปรึกษาของหน่วยงาน Netherlands Enterprise Agency (RVO) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกิจการเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์...Modified:23/03/2015 10:02:55
-
EFSA รายงานผลการสุ่มตรวจยาฆ่าแมลงในสินค้าอาหาร ประจำปี ๒๕๕๗
ด้วยเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ได้ตีพิมพ์รายงานผลการสุ่มตรวจยาฆ่าแมลงในสินค้าอาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ สรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้...Modified:23/03/2015 11:00:57
-
ฟิลิปปินส์ ร่วมมือ EU ชูสโลแกน การประมงอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 นาง Lowri Evans, Director-General กรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG-MARE) ได้เข้าร่วมสัมมนาแนวทางการทำประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นที่ Institute for Maritime Affairs and Law of the Sea of University of the Philippines ณ กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์Modified:23/03/2015 16:52:36
-
กวางตุ้งหวัง “เขตการค้าเสรี” เร่งผลักดันการลงทุน
Modified:20/03/2015 10:48:21
-
มาดากัสการ์
สาธารณรัฐมาดากัสการ์ (Republic of Madagascar) เป็นประเทศหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งแร่หลายชนิดหลายประเภท ทั้งแร่โลหะ แร่อุตสาหกรรมและแร่รัตนชาติ แร่เหล่านั้นได้แก่ บ๊อกไซท์ ถ่านหิน ทองแดง ตะกั่ว แมงกานีส นิเกิล ดีบุก พลอย แต่มาดากัสการ์ยังขาดแคลนเงินทุนในการสำรวจแร่ ดังนั้น จึงยังมีแหล่งแร่อีกมากที่รอการสำรวจและค้นพบจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนอกเหนือจากแหล่งแร่ที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนแล้ว ค่าจ้างแรงงานในมาดากัสการ์ยังค่อนข้างถูก การแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างน้อย รัฐมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างชาติและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเหมืองแร่ยังไม่เข้มงวดมากนัก
Modified:19/03/2015 16:51:57
-
ปาปัวนิวกินี
ปาปัวนิวกินี (Independent State of Papua New Guinea) เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการประมง เหมืองแร่ทองแดง ทองคำ และเนื่องจากความสัมพันธ์ทางการเมืองที่มีมากับออสเตรเลีย จึงทำให้การค้าและเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จะได้มาจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ทางการปาปัวนิวกีนีพยายามส่งเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และทดแทนการทำเหมือง และการขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติหากหมดไป อย่างไรก็ดี ระบบคมนาคมและระบบพื้นฐานต่างๆ ของปาปัวนิวกินีมีความล้าสมัยและต้องการปรับปรุง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่มีการพัฒนาและเป็นหุบเขายากแก่การเข้าถึงจึงทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ
Modified:19/03/2015 16:23:29
-
สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นประเทศอยู่ในกลุ่ม G8 โดยมีเศรษฐกิจเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ซึ่งชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีฐานะในระดับชนชั้นกลางขึ้นไป จึงมีความเจริญค่อนข้างมาก และยังเป็นผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือมี GDP สูงเป็นอันดับ1ของโลก มูลค่าการส่งออกอันดับ 3 ของโลก จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจทาง เศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก นักลงทุนทั่วโลกจึงสนใจเข้าไปแสวงหาช่องทางและโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ กันเป็นจำนวนมาก
Modified:19/03/2015 16:19:36
-
เบลเยียม
ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium) เป็นประเทศที่มีจุดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน เป็นประตูเข้าสู่ยุโรปภาคพื้นทวีป และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เมืองใหญ่หลายเมืองในยุโรป มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคาร เป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศหลายองค์กรอีกด้วย
เบลเยียมเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรี โดยเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคบริการและการค้าระหว่างประเทศ อาศัยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด จากการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุนโดย World Economic Forum ในรายงานปี 2011-2012 ระบุว่า เบลเยียมเป็นประเทศที่มี competitiveness ด้านการค้าการลงทุนเป็นอันดับที่ 15 ของโลก (จาก 142 ประเทศ)
Modified:19/03/2015 16:18:55
-
จีน
จีน (china) เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีฐานะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ ประกอบกับมีนโยบายพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด และด้วยความที่จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มากในเอเชีย มีประชากรและกำลังซื้อที่สูง โอกาสที่ผู้ลงทุนรวมถึงนักธุรกิจไทยจะเติบโตไปพร้อมกับตลาดจีน จึงมีโอกาสค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังมีปัจจัยหนุนอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม การมีเส้นทางขนส่งที่เชื่อมถึงกัน และความสัมพันธ์ทั้งทางด้านเชื้อชาติ การค้าและการทูตที่มีต่อกันมายาวนาน
Modified:19/03/2015 16:17:15
-
เมียนมาร์
ปัจจุบันพม่าหรือเมียนมาร์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
Modified:19/03/2015 16:15:13
-
กัมพูชา
แม้ว่ากัมพูชาจะเป็นตลาดที่ไม่ใหญ่นัก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆของไทย แต่ก็เป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากในแง่การค้าชายแดน และเริ่มที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตใหม่ของกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งมีต้นทุนแรงงานยังไม่สูงนัก และอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ กัมพูชายังมีเส้นทางโลจิสติกส์ทั้งทางบก และทางน้ำที่เชื่อมโยงการค้าไปยังเวียดนาม จีน และประเทศอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น กัมพูชาจึงนับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่จะสร้างโอกาสการค้า และการลงทุนให้กับนักธุรกิจไทย
Modified:19/03/2015 16:13:15
Sorted by relevance | Sort by date
