ค้นหา
About 3230 results
-
กระทรวงการเงิน สปป. ลาวออก 4 มาตรการควบคุมรายจ่าย งปม. ปี 2564
นายพูวง กิดตะวง หัวหน้ากรม งปม. แห่งรัฐ กระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้นำเสนอมาตรการควบคุมรายจ่ายงบประมาณปี 2564 ต่อที่ประชุมการสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผน งปม. ของทั้งปี 2564 ดังนี้Modified:27/07/2021 09:18:54
-
ADB ให้การสนับสนุน สปป.ลาวแล้วกว่า 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2564 นางสีสมบูน อุนาวง หัวหน้ากรมร่วมมือสากล กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว และนาง Sonomi Tanaka ผู้อํานวยการสํานักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจํา สปป. ลาว ร่วมเปิดการฝึกอบรมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดชื้อจัดจ้างเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดซื้อสำหรับโครงการ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก ADB ใน สปป. ลาว และเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมจาก ADB เพื่อเพิ่มทักษะและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของ ADB ประกอบด้วยการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอราคา การเบิกเงินกู้ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 50 คนจากหน่วยงานที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก ADBModified:27/07/2021 09:12:42
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีนคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปี
นาย Tao Jun รองผู้อำนวยการบริษัท ร่วมทุนพัฒนาทางด่วนลาว - จีน จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันได้ทำการสำรวจภาคสนามโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน ระยะ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) มูลค่าการก่อสร้าง 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) มูลค่าการก่อสร้าง 2,890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และระยะที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) มูลค่าการก่อสร้าง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องเงินทุนสำหรับการก่อสร้าง และประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อการนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างแล้วเสร็จ อย่างไรก็ดี คาดว่าจะใช้เวลาในการสร้าง 10 ปีModified:02/07/2021 15:19:49
-
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเขื่อนน้ำงึม 1
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2564 นายคำพัน สิดทิดำพา เจ้าแขวงเวียงจันทน์ เป็นประธานการประชุมเตรียมการสำหรับการพัฒนาเส้นทางและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวเขื่อนน้ำงึม 1 โดยมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:02/07/2021 15:13:52
-
สปป. ลาวและรัสเซียส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ได้ให้การต้อนรับนาย Vladimir A. KALININ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ สปป. ลาว ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ ดร. คำแพงฯ เข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือ ด้านการค้าระหว่าง สปป. ลาวกับรัสเซีย รวมถึงข้อเสนอในการจัดการหารือระหว่างสภาอุตสาหกรรมและการค้าแห่งชาติลาว – รัสเซีย เพื่อเป็นเวทีสำหรับภาคเอกชนของทั้งสองประเทศที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า และการลงทุนระหว่างกัน เพิ่มเติมจากกรอบการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (Joint Commission: JC)Modified:28/06/2021 10:59:49
-
ความคืบหน้าการก่อสร้างสถานีรถไฟลาว - จีนและไทย - ลาวในนครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟโดยสารเวียงจันทน์ (รถไฟลาว - จีน) บ้านโคกสะอาด เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนาย Xiao Qianwen ผู้จัดการทั่วไปบริษัทรถไฟลาว – จีน ให้การต้อนรับModified:28/06/2021 10:56:13
-
ลาว - จีนลงนามสัญญาจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อส่งออกไปจีน
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 นายพึดสะพา พูมมะสัก ประธานบริษัท Asia Investment, Development & Construction จำกัด (AIDC) และนาย Dai Wei ประธานกรรมการบริหารบริษัท รัฐวิสาหกิจเสบียงอาหารจีน มณฑลเหอหนาน (Zhengzhou City Grain and Oil Industry มณฑลเหอหนาน) ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วย ความร่วมมือในการจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปจาก สปป. ลาวไปจีน ผ่านระบบทางไกล โดยมีนายไซสมเพ็ด นอละสิง หัวหน้ากรมส่งเสริมการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายสีปะไพ ไซสงคาม หัวหน้าห้องการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว เป็นผู้แทนของรัฐบาล สปป. ลาวร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน และมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ สปป. ลาว นายเพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมฯ สปป. ลาว และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:28/06/2021 10:50:24
-
รัฐบาล สปป. ลาวทบทวนเป้าหมายเศรษฐกิจมหภาค
การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2 ใน สปป. ลาวเมื่อกลางเดือน เม.ย. 2564 ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งปิดตัวลง มีคนตกงานมากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกระทบรายได้ของรัฐบาล สปป. ลาว จึงมีความจำเป็นต้องปรับแก้เป้าหมายด้านเศรษฐกิจมหภาคที่รัฐบาล สปป. ลาวเคยกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะคาดการณ์ GDP การจัดเก็บรายได้ การใช้จ่าย การขาดดุลทางการคลัง และอัตราเงินเฟ้อ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมของสภาแห่งชาติพิจารณาและอนุมัติเมื่อต้นปี 2564 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่อย่างน้อยร้อยละ 4 ต่อปี ในช่วงปี 2564 - 2568 อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 6 อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาล สปป. ลาวจะสามารถจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้เร็วเพียงใด นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวได้กำชับให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้Modified:16/06/2021 10:16:32
-
สรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน การประชุมสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผนงบประมาณของทั้งปี 2564 โดยมีรองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกระทรวงการเงิน สปป. ลาวเข้าร่วมModified:16/06/2021 10:12:29
-
โควิด 19 ส่งผลให้คนใน สปป. ลาวกว่า 84,000 คนยากจนขึ้น
เมื่อวันที่ 5 - 15 พ.ค. 2564 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว ได้ดำเนินการสำรวจ และประเมินจำนวนครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างเร่งด่วน ผลการสำรวจระบุว่าจำนวนคนตกงานและประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการระบาดของโควิด 19 และถูกเลิกจ้างงานในต่างประเทศมีทั้งหมด 84,418 คน โดยกระทรวงแรงงานฯ จะยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล สปป. ลาว เพื่อให้ความช่วยเหลือครัวเรือนที่ยากจน เมื่อข้อเสนอได้รับการอนุมัติ นายกรัฐมนตรีจะออกดำรัสเพื่อนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติ นายปะทุมพอน สนทะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน ผู้ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละแขวงแล้ว จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินและเบื้องต้น โดยจัดหาอาหารและกองทุนตามที่ได้รับอนุมัติในแต่ละแขวง การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลให้คนยากจนจำนวนมากตกงานและไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ มีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,216 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 30,698 คน รองลงมา คือ แขวงจำปาสักมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 2,472 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 9,934 คน แขวงบ่อแก้วมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,528 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 6,213 คน แขวงอุดมไซมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 3,133 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 11,753 คน แขวงอัดตะปือมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 780 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 3,168 คน และ แขวงเซกองมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 171 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 2,693 ทั้งนี้ ยังเหลืออีก 12 แขวงที่ยังไม่ได้สำรวจและคาดว่าจำนวนกลุ่มครอบครัวยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจะเพิ่มมากขึ้น ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564Modified:16/06/2021 10:09:23
-
โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรของ สปป. ลาว
ในช่วงปี 2561 – 2567 ธนาคารโลกและรัฐบาล สปป. ลาวจัดสรรทุน 29.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับดำเนินโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรของ สปป. ลาว ทุนดังกล่าวประกอบด้วยเงินกู้ยืมจากธนาคารโลก 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ งปม. ของรัฐบาล สปป. ลาว 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่ม การผลิตของเกษตรกร 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาวจะดำเนินโครงการ ร่วมกับแผนกกสิกรรมและป่าไม้แขวงไซยะบูลี เวียงจันทน์ บอลิคำไซ คำม่วน และนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่ทางการเกษตรตั้งแต่การผลิตจนถึงหลังการเก็บเกี่ยวของพืช 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว ผัก และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อขยายผลผลิตทางการเกษตรโดยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนแรงงานและต้นทุนการผลิต โครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเกษตร การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการเกษตร และการบริหารจัดการโครงการModified:10/06/2021 16:14:43
-
ไซยะบูลีจะพัฒนาความเชื่อมโยงกับไทย จีน และเวียดนาม
นายคำเพ็ด พมมะลาด หัวหน้าแผนกโยธาธิการและขนส่งแขวงไซยะบูลี ให้ข้อมูลว่า แขวงไซยะบูลีตั้งเป้าการก่อสร้างเส้นทางเข้าถึงบ้าน (เทียบเท่าแขวงของไทย) ภายในแขวงไซยะบูลีให้ได้ร้อยละ 90 ของจำนวนบ้านทั้งหมด โดยใช้งบประมาณของรัฐและเงินสมทบของประชาชน รวมทั้งก่อสร้างคลังพักสินค้า พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ตามเส้นทางเศรษฐกิจที่ด่านสากล 4 แห่ง ได้แก่ ด่านสากลปางมอน ด่านน้ำเงิน ด่านน้ำเหือง และด่านพูดู่ ก่อสร้างสถานีขนส่งโดยสาร 6 แห่ง ราดยางมะตอยเส้นทางต่าง ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี สร้างท่าเรือ 1 แห่ง ที่บ้านผาเลียบเพื่อเชื่อมโยงระหว่างแขวง ปรับปรุงผังเมืองของ 3 เมือง ได้แก่ เมืองไซสะถาน เมืองเพียง และ เมืองเงินให้ได้ร้อยละ 100 ขยายน้ำประปาใน 1 เมือง และขยายน้ำประปาชุมชนให้ได้ 10 พื้นที่ และสร้างจุดชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้าให้ได้ 2 แห่งในเทศบาลแขวงModified:04/06/2021 13:24:29
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
-
เขตเศรษฐกิจพิเศษไซเสดถานครหลวงเวียงจันทน์และบริษัท China Mobile International (สิงคโปร์) ร่วมก่อตั้งเมืองอัจฉริยะ
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2564 บริษัท ร่วมทุนลาว - จีน จำกัด และบริษัท China Mobile International (สิงคโปร์) ร่วมลงนามความตกลงว่าด้วยกรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์ผ่านระบบ cloud เพื่อก่อตั้งเมืองอัจฉริยะ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษไซเสดถานครหลวงเวียงจันทน์และเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลพื้นฐาน ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ อีกทั้งลดต้นทุนในการบริหารและดำเนินงาน ยกระดับขีดความสามารถในการบริการ และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะใช้ความได้เปรียบด้านทรัพยากรทุกประเภทเพื่อเปลี่ยนเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นศูนย์รวมของทรัพยากรและการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล บริษัท ร่วมทุนลาว - จีน จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 เป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัท ลงทุนและก่อสร้างมณฑลยูนนานหุ้นส่วน จำกัด กับองค์การปกครองนครหลวงเวียงจันทน์ ในการลงทุนก่อสร้างและบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษไซเสดถา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวกับรัฐบาลจีน โครงการดังกล่าวได้รับ การบรรจุในแผนปฏิบัติงานคู่ร่วมชะตากรรมลาว - จีน บริษัท China Mobile International เป็นบริษัทลูกของ China Mobile ซึ่งมีสาขาที่สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ 37 สาขา ทั่วโลก มีสายเคเบิ้ลใต้ทะเลและบนบกกว่า 70 เส้น ที่ผ่านมาได้ขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้เพื่อให้บริการด้านระบบข้อมูลข่าวสารให้วิสาหกิจในประเทศที่มีความร่วมมือภายใต้ Belt and Road Initiative รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ภายใต้ข้อริเริ่มดังกล่าว ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. เศรษฐกิจ การค้า วันที่ 13 พ.ค. 2564 https://laoedaily.com.la/2021/05/13/94528/Modified:04/06/2021 11:48:57
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวระงับการชำระหนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2564 นายพุดทะไซ สีวิไล รองผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว และหัวหน้าหน่วยงานนโยบายการเงิน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของธนาคาร เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 โดยจะสานต่อนโยบายการเงิน ดังนี้Modified:27/05/2021 10:58:29
-
สปป. ลาวกำหนดนโยบายลดผลกระทบจากโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 นางพอนวัน อุทะวง รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมเกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 สรุปได้ ดังนี้Modified:27/05/2021 10:31:38
-
รัฐบาล สปป. ลาวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อปฏิรูปวิสาหกิจของรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาวจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการปฏิรูปวิสาหกิจของรัฐเพื่อให้สามารถสร้างกำไรและเพิ่มบทบาทในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงควรพิจารณาว่าวิสาหกิจใดสามารถสร้างรายรับให้กับรัฐบาลเพื่อรัฐบาล สปป. ลาวจะยังคงถือครองวิสาหกิจร้อยละ 100 หรือวิสาหกิจใดควรเปลี่ยนเป็นกิจการร่วมค้า (joint venture) หรือควรขายให้กับภาคเอกชน รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างและบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะการจัดจ้างผู้จัดการที่มีความสามารถและประสบการณ์เพื่อให้วิสาหกิจสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพModified:21/05/2021 13:32:24
-
ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาล สปป. ลาวออกนโยบายเลื่อนชำระเงินกู้ธนาคารในช่วงโควิด 19
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของ โรคโควิด 19 เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือในการเตรียมแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:21/05/2021 13:25:18
-
รัฐบาล สปป. ลาวหารือแนวทางลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด 19
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของ โรคโควิด 19 เป็นประธานการประชุมเพื่อปรึกษาหารือในการเตรียมแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็น ดังนี้ 1. นโยบายด้านการคลัง- พิจารณาเกี่ยวกับนโยบายผ่อนผันและขยายเวลาการชำระภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจและครัวเรือน 2. นโยบายด้านสินเชื่อ- ตรวจสอบภาคธุรกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาด และพิจารณา ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อเพิ่มเติมในหลายรูปแบบ พร้อมทั้งการสนับสนุนสินเชื่อในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และโครงการส่งเสริม SMEs 3. นโยบายด้านแรงงาน- ทบทวนการประเมินความสามารถของกองทุนประกันสังคม และพิจารณา ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตลอดจนสำรวจข้อมูลแรงงานที่ได้รับผลกระทบที่อยู่นอกระบบประกันสังคม จัดทำแผนช่วยเหลือแบบประชาสงเคราะห์ และจัดให้ผู้ว่างงานเข้าสู่ระบบการจ้างงาน 4. นโยบายด้านการคุ้มครองการผลิต ราคาสินค้า และการขนส่งสินค้า- ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับ การติดตามและตรวจสอบสินค้าและราคาสินค้าทั่วประเทศ การอำนวยความสะดวก และแก้ไขอุปสรรคในการขนส่งสินค้าระหว่างแขวง และด่านสากลเพื่อไม่ให้แออัด รวมถึงแก้ไขปัญหาค่าบริการขนส่งที่สูงขึ้น 5. นโยบายด้านสังคมและประชาชน- การพิจารณาช่วยด้านราคาไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และการจัดเก็บขยะ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณานโยบายและมาตรการแก้ไขอย่างรอบด้าน และผลักดันให้การดำเนินนโยบายและมาตรการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม เพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ ที่มา: นสพ. ประชาชน 30 เม.ย. 2564Modified:20/05/2021 16:24:14
-
แผนงบประมาณแห่งรัฐ (ปี 2564 - 2568) ของ สปป. ลาว
ในการประชุมครั้งปฐมฤกษ์ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 เมื่อเดือน มี.ค. 2564 ที่ประชุมได้รับรองรายงาน ของรัฐบาลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงบประมาณแห่งรัฐ โดยสามารถจัดเก็บรายรับได้ทั้งหมด 120,672 พันล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 99 ของแผน เฉลี่ยร้อยละ 15.9 ของ GDP รายจ่ายทั้งหมด 150,633 พันล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 95 ของแผน เฉลี่ยรอยละ 19.8 ของ GDP และการขาดดุลงบประมาณ 29,960 พันล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 3.9 ของ GDPModified:20/05/2021 16:22:06
Sorted by relevance | Sort by date
