ค้นหา
-
อัญมณีและเครื่องประดับ
สินค้าในกลุ่มอัญมณี และเครื่องประดับ นับเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งในฐานะที่เป็นแหล่งอัญมณีที่มีคุณภาพรวมทั้งภูมิปัญญา และฝีมือในการเจียระไนเพชรพลอย ตลอดจนการรังสรรค์เครื่องประดับได้อย่างประณีตสวยงามทรงคุณค่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
ในแง่มูลค่าการค้าไทยมีการส่งออกเครื่องประดับแท้ ได้แก่ เครื่องประดับทอง เงิน แพลทินัม และอื่นๆ มากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ส่งออกเพชรเจียระไนประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และมีมูลค่าการส่งออกพลอยสีต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยมีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน รวมถึงอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
ยานยนต์และชิ้นส่วน
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนมายาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคเอเชีย ดังจะเห็นได้จากยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2555 ที่ผ่านมาซึ่งไทยสามารถผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 2,453,717 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดรอบ 51 ปี และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลกไปแล้วในขณะนี้
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยส่งออกไปขายทั่วโลกมีตลาดใหญ่ที่สุดคือ เอเชีย คิดเป็นสัดส่วน 32% ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยตะวันออกกลาง 26% ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย 20% อเมริกาใต้ 12% ยุโรป 7% และแอฟริกาใต้ 3%
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
-
ข้าว
“ข้าวไทย” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และถึงแม้ในระยะหลัง “ข้าวไทย” จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณการผลิตและราคาของประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม หรือแม้กระทั่งการพัฒนาพันธุ์ข้าวของสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ “ข้าวไทย” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาตลาดส่งออกข้าวไทยรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดสำคัญยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา นอกจากนี้ ยังกระจายไปในยุโรป อเมริกา และประเทศในแถบแปซิฟิกใต้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปเจาะตลาดต่างๆทั่วโลก คือชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกประกอบกับข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพด้านรสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกปากของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ชาวเอเชียซึ่งบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก รวมถึงประเทศที่สามารถปลูกข้าวเองได้แต่ยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ อาทิ บังคลาเทศ โอมาน ไนจีเรีย นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดต่างประเทศที่แม้ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวไทยก็ถือเป็นสินค้า premium สำหรับผู้มีรายได้ดีหรือเป็นที่นิยมในหมู่นักการทูตหรือเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในประเทศนั้นๆ เช่น เนปาล เป็นต้น
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
ผักและผลไม้
ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
แรงไม่ตก! 7 เดือนแรกปี 56 ยอดการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก
ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง โดยเมื่อวันที่ 12 ส.ค.56 กรมศุลกากรนครฉงชิ่งได้เผยตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกสินค้าในช่วงตั้งแต่ ม.ค.-ก.ค.56 มีมูลค่า 36,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 20.6% โดยแบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 25,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้น 13.4% และการนำเข้ามูลค่า 11,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้นถึง 40.6% ครองอันดับ 1 ในจีนตะวันตก และเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศModified:14/08/2013 11:13:20
-
OTOP
สินค้าโครงการ " หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ " (One Tambon One Product) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม OTOP นั้นถูกจำแนกโดยกระทรวงอุตสาหกรรมออกเป็น 6 ประเภทคือ
- อาหาร ครอบคลุมไปถึงอาหารสด และอาหารแห้ง
- สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาทิ ผ้าทอ และผ้าพันคอ
- เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง อาทิ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องจักสาน
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช้อาหาร และยา อาทิ เครื่องสำอาง สบู่ และน้ำมันหอมระเหย
- เครื่องดื่ม อาทิสุรา น้ำผลไม้ และน้ำสมุนไพร
- ของที่ระลึก และศิลปะประดิษฐ์
Modified:13/08/2013 14:43:58
-
อนุมัติแล้ว… กว่างโจวให้วีซ่าผ่านเมือง 72 ชั่วโมง
กว่างโจวประกาศปรับนโยบายวีซ่าประเภทผู้เดินทางผ่านราชอาณาจักร (Transit Visa) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักอาศัยชั่วคราวเป็นเวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไปModified:13/08/2013 15:07:39
-
ความมั่นคงทางพลังงานและนโยบายทางการทูตของไทย
พลังงานถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีนัยต่อความมั่นคงและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลไทยมีนโยบายสร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงานโดยเน้นการแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศ...Modified:09/08/2013 17:26:42
-
ข่าวเด่น : พณฯ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รอง นรม.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ออท.กฤต ไกรจิตติ ได้เข้าพบ Prof. Tan Sri Dr. Ghauth Jasmon อธิการบดี และผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเเห่งมลายา
ข่าวเด่น : พณฯ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รอง นรม.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ออท.กฤต ไกรจิตติ ได้เข้าพบ Prof. Tan Sri Dr. Ghauth Jasmon อธิการบดี และผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเเห่งมลายาModified:08/08/2013 14:24:09
-
รัฐสภาเห็นชอบการจัดตั้งธนาคารกลางแห่งอเมริกาใต้
รัฐสภาเห็นชอบการจัดตั้งธนาคารกลางแห่งอเมริกาใต้Modified:08/08/2013 13:39:20
-
ปัญหาการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงไทยกับภาพลักษณ์อาเซียน
ปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยถูกยกมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาจากสายตาชาวโลกอีกครั้ง เมื่อสภายุโรปได้จัดฉายภาพยนตร์สั้น ณ ห้องประชุมอาคารสภายุโรป เรื่อง “Sold to the Sea Human Trafficking in Thailand’s Fishing Industry” ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation –EJF)Modified:05/08/2013 12:56:35
-
มองโอกาสไทยเชื่อมโยงอินเดีย ผ่านมุมมอง “ทูตพิศาล มาณวพัฒน์”
เป็นที่ทราบกันดีว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้หมายถึงโอกาสที่ดีในแง่ของการค้าการลงทุน แต่ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนของไทยยังถือ...
Modified:10/09/2013 10:57:36
-
ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
การขอให้สหภาพยุโรป (อียู) งดเว้นการเก็บอากรกับสินค้าประมงเป็นการชั่วคราว และการขอให้อียูให้โควต้าแก่สินค้าประมงเป็นกรณีพิเศษเป็น 2 ทางเลือกหลักที่ภาครัฐไทยกำลังพิจารณา...Modified:02/08/2013 18:30:10
-
การสำรวจสภาพเศรษฐกิจ มอนเตเนโกร และ โครเอเชีย
จากการเดินทางทางรถยนต์ผ่านเส้นทางประเทศมอนเตเนโกรและโครเอเชียโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ ในการสำรวจสภาพภูมิประเทศและเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว ทีมงานไทยยุโรป.เน็ตขอรายงานรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ ประเทศมอนเตเนโกร มีการติดต่อค้าขายระหว่างไทยโดยติดต่อผ่านนักธุรกิจโดยตรง ซึ่งส่วนมากนั้นเป็นการนำเข้าปลากระป๋องจากไทยแต่ยังมีจำนวนน้อยมาก ในขณะที่ยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจของมอนเตเนโกรคือ การส่งเสริมให้มอนเตเนโกรเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในภูมิภาคนี้ เนื่องจากมีโครงสร้าวพื้นฐานที่ดี เหมาะสม คือ เส้นทางรถไฟ และ ท่าเรือ โดยเน้นการท่องเที่ยว พลังงาน และการเกษตร โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปตะวันตก…Modified:27/09/2013 17:34:18
Sorted by relevance | Sort by date
