ค้นหา
-
เปรู
สาธารณรัฐเปรู (República del Perú) เคยตกเป็นประเทศอาณานิคมของสเปน และได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2523 ซึ่งมีการวางรากฐานที่สำคัญในระบอบเศรษฐกิจของเปรู รวมถึงมีการยกเลิกการควบคุมราคา การแทรกแซงทางการค้า และการควบคุมการลงทุนจากต่างประเทศ อีกทั้งได้ริเริ่มการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเปรูขยายตัวอย่างมั่นคงตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 อย่างไรก็ตาม เปรูประสบกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งระหว่างช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียในปี 2540 แต่รัฐบาลก็ได้แก้ไขด้วยการกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและส่งเสริมการส่งออก
ปัจจุบันเศรษฐกิจของเปรูมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 9.8 เป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537 อีกทั้งมีอัตราเงินเฟ้อ และอัตราแลก เปลี่ยนที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจของเปรูขณะนี้มีเสถียรภาพดีกว่าประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศ
Modified:18/03/2015 12:02:43
-
อาร์เจนตินา
สาธารณรัฐอาร์เจนตินา (Argentine Republic) ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ประชากรมีการศึกษาดี มีฐานด้านอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีภาคบริการที่ก้าวหน้า และเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตาม อาร์เจนตินาก็หนีวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงในช่วงปี 2544-2545 ไม่พ้น แต่เมื่อฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว อาร์เจนตินาก็มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) มากกว่าร้อยละ 8.5 ต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าธัญพืช (grains) มีการปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก ซึ่งอาร์เจนตินาเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าธัญพืชรายใหญ่ของโลก
อย่างไรก็ดี ในปี 2552 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินายังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้ราคาสินค้าและความต้องการในตลาดโลกยังมีไม่มาก เศรษฐกิจของอาร์เจนตินามีการขยายตัวประมาณร้อยละ 4.2 อันเป็นผลจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังคงรุมเร้าทำให้ราคาสินค้าและความต้องการสินค้า
Modified:16/03/2015 13:26:37
-
ชิลี
ชิลี มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐชิลี” เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับจากธนาคารโลก ให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Doing Business 2013) เป็นอันดับ 37 ของโลก โดยมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ ความสะดวกในการจัดตั้งบริษัทหรือเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ในปี 2554 ยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด เป็นอันดับที่ 24 ของโลกด้วย
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมืองของชิลี รวมถึงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน ความตกลงการค้าที่ชิลีลงนามกับหลายประเทศทั่วโลก ระบบการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประกอบกับลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของชิลี และการจัดตั้งเขตปลอดภาษีในเมืองอิกิเก (Iquique) ทางภาคเหนือ และ เมืองปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) ทางภาคใต้ ทำให้ชิลีสามารถเป็นประตูการค้าสำหรับสินค้าไทยในการขยายเข้าสู่ตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกาได้
Modified:16/03/2015 13:25:46
-
เม็กซิโก
สหรัฐเม็กซิโก (United Mexican States) เป็นประเทศที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง รัฐบาลมีการสนับสนุนทางการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะการส่งออก ที่มีการเติบโตติดอันดับ 1 ใน 15 ประเทศผู้ส่งออกสูงสุดของโลก และยังเป็นประเทศที่มีข้อได้เปรียบทางต้นทุนการผลิต (Manufacturing Cost Advantage) เมื่อเปรียบเทียบข้อได้เปรียบทางต้นทุนกับสหรัฐอเมริกาแล้ว เม็กซิโกมีต้นทุนต่ำกว่าสหรัฐฯ ที่ 20.5% และเมื่อเทียบกับประเทศจีน อินเดีย บราซิล และแคนาดา เม็กซิโกยังคงมีความสามารถทางการผลิตสินค้าได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ
เศรษฐกิจเม็กซิโกมีการเติบโตอย่างชัดเจนจากการลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรี NAFTA ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ทำให้สภาพเศรษฐกิจของเม็กซิโกกลายเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา บริษัทต่างชาติที่สำคัญได้เข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตและการค้าในประเทศเม็กซิโก เช่น ยุโรป อเมริกาใต้ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน
Modified:16/03/2015 13:18:56
-
ตุรกี
สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) ถือเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศมุสลิมอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนตะวันออกกลาง ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด ตุรกีมีนโยบายการเมืองใกล้ชิดกับชาติตะวันตก โดยเป็นสมาชิก NATO, OECD และสหภาพศุลกากร (Customs Union) ของยุโรป รัฐบาลตุรกีมีเสถียรภาพสูง พรรครัฐบาลได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนเนื่องจากได้ฟื้นฟูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดภาวะเงินเฟ้อ และเปิดให้ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมบทบาทของประเทศในการเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของรัฐบาลตุรกีได้แก่ ปัญหาผู้ก่อการร้ายชาวเคิร์ด (PKK) และปัญหาไซปรัส
Modified:16/03/2015 13:09:19
-
มัลดีฟส์
สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 3 แสนกว่าคน แต่มีนักท่องเที่ยวถึง 5 ล้านคนต่อปี การท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของมัลดีฟส์เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่มัลดีฟส์มีรายได้สูงจากการท่องเที่ยวแต่กลับไม่มีการผลิตสินค้าเอง ทุกอย่างต้องนำเข้า จึงเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะส่งสินค้า/บริการไปขายในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ รวมทั้งเข้าไปลงทุนในสาขาท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
มัลดีฟส์ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยมีรายได้มากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้หลักของประเทศ แต่เหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2549 และวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้มัลดีฟส์ได้รับผลกระทบอย่างมาก มัลดีฟส์จึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ประเทศ อย่างไรก็ดี มัลดีฟส์มีสาขาประมงที่เข้มแข็งและเป็นรายได้สำคัญรองจากการท่องเที่ยว โดยมีปลาทูน่าเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
Modified:16/03/2015 13:08:28
-
มองโกเลีย
สาธารณรัฐมองโกเลีย (Republic of Mongolia) เป็นประเทศในทวีปเอเชียที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มองโกเลียเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิมองโกลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งต่อมาได้ยึดอำนาจเข้าปกครองจีน และได้รับเอกราชจากการช่วยเหลือของสหภาพโซเวียต ซึ่งส่งผลให้สหภาพโซเวียตเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของมองโกเลีย และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพโซเวียตทำให้ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศลดลง และส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในมองโกเลียในช่วงที่มองโกเลียกำลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบตลาดเสรี มองโกเลียจึงเร่งเปิดประตูสู่นานาชาติมากขึ้น
Modified:16/03/2015 13:07:47
-
บังกลาเทศ
บังกลาเทศ (Bangladesh) เป็นประเทศที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย เนื่องจากไทยและบังกลาเทศมีความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทั้งทางวิชาการและเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี รวมถึงการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการได้ในอุตสาหกรรมและบริการเกือบทุกประเภท นักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในต่างแดนจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้
Modified:16/03/2015 13:06:23
-
สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
สาธารณรัฐเกาหลี (The Republic of Korea) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า เกาหลีใต้ (South Korea) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีใต้พัฒนาประเทศจนสามารถผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจจากประเทศที่ยากจนในช่วงสงครามเกาหลี โดยใช้เวลาเพียง 60 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น OECD APEC และมี FTA กับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เกาหลีใต้เป็นฐานการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งเพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคภายในประเทศกว่า 50 ล้านคนที่ประกอบด้วยกำลังแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งเป็นฐานการลงทุนเพื่อการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงที่สำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น ได้สะดวกในราคาต้นทุนที่สมเหตุผล
Modified:16/03/2015 12:59:53
-
อินโดนีเซีย
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในกำลังแรงงาน และมีแนวโน้มว่ากลุ่มชนชั้นกลาง จะมีการขยายตัวอันจะนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในด้านสินค้าและบริการ นอกจากนี้อินโดนีเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก แม้โดยภาพรวมแล้วอินโดนีเซียยังต้องการการพัฒนาอีกมาก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีต่างๆ แต่เศรษฐกิจและการลงทุนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก อีกทั้งผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนยังสูงอีกด้วย
ประเทศอินโดนีเซียมีการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงมาโดยตลอด โดยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศให้เป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ในอดีตการจ้างงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนมาจากภาคเกษตรกรรมทั้งสิ้น แต่ภายหลังภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ในส่วนของภาคบริการนั้นจะเน้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าปลีกและส่ง ซึ่งคิดเป็น 20% ของ GDP
Modified:16/03/2015 12:01:20
-
ฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์ (Philippines) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน และพันธมิตรอาเซียน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมายาวนาน สังคมฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ บุคลากรมีการศึกษาสูง และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ยิ่งกว่านั้นฟิลิปปินส์ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่ไม่น้อย ทั้งบนผืนดิน ใต้ดิน และในท้องทะเล อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และการเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ด้วยตนเองก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น
Modified:16/03/2015 11:44:45
-
อินเดีย
อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งในเอเชียที่ได้รับความสนใจไม่น้อยกว่าจีน ทั้งในมิติของการเมืองระหว่างประเทศ ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยปีละ 8% ส่งผลให้ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นและกลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับจนถึงระดับสูง ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบริการทางธุรกิจสำหรับการส่งออก ประกอบกับบทบาทเด่นชัดในการพัฒนาด้านการเงิน วิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ ยาและเวชภัณฑ์ที่ทันสมัย ภาคการเกษตรพัฒนาและผันผวนน้อยลง พร้อมกับเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น
Modified:16/03/2015 11:43:42
-
ประวัติความเป็นมาก่อนการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษซัวเถาและประโยชน์จากนโยบายนี้
ก่อนที่นโยบายการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษซัวเถา (ซ่านโถว, 汕头) ให้ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ค. 2554 เป็นต้นไปนั้น BIC ขอเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเมืองซัวเถาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักประวัติความเป็นมา เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมพร้อมหาลู่ทาง เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ที่สนใจเมืองนี้ให้มากยิ่งขึ้นModified:02/03/2015 09:37:56
-
โลกมองจีน (บทความแปล) : กุญแจ 6 ประการ สู่ผลกำไรในจีนสำหรับธุรกิจต่างชาติ
สำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการทำธุรกิจในประเทศจีน ที่ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จของการทำธุรกิจModified:27/02/2015 15:02:45
-
ฝูเจี้ยนเปิดตัวแผนการท่องเที่ยวปี 58
ในปี 2558 รัฐบาลฝูเจี้ยนมีความมุ่งมั่นจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 269 ล้านคน ให้มาท่องเที่ยวในฝูเจี้ยน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีที่ผ่านมา และจะมีรายได้รวม 314 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 16 ของช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
Modified:27/02/2015 10:28:55
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:46:39
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:41:32
-
เมื่อนานาประเทศชูกลยุทธ์ชิงนักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าเงินหนา.. แล้วไทยจะยอมน้อยหน้าหรือ?
เปลี่ยนมุมมองเลิกความคิดทัวร์นักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าบางได้แล้ว เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวจีนคือนักท่องเที่ยวชั้นดี "กระเป๋าหนัก" ที่หลายประเทศกำลังแย่งชิงลูกค้าในฝันกลุ่มนี้
Modified:26/02/2015 11:56:42
-
โฟกัสแดนมังกร : ย้อนมองปี 2014 ความเปลี่ยนแปลงที่ใกล้ตัวคุณ
วันนี้ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (BIC) จะนำท่านผู้อ่านไปประมวลสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในรอบปี 25557 ที่เกิดขึ้นในแดนมังกร ซึ่งหลายๆ ประเด็นนับเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังสนใจหรือกำลังมองหาลู่ทางในการบุกตลาดผู้ บริโภคขนาดใหญ่ของโลกอย่าง “จีน”Modified:04/02/2015 15:47:54
-
เซี่ยเหมิน - ฮัมบูร์ก เส้นทางขนส่งทางรถไฟสายใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
เป็นการลงนามระหว่างส่วนบริหารการรถไฟเมืองหนานชางและบริษัท Trans-China Logistics Co., Ltd จำกัด ว่า พวกเขาจะเปิดเส้นทางขนส่งทางรถไฟระหว่างประเทศสายใหม่ จากสถานีขนส่งสินค้าเฉียนฉางในเมืองเซี่ยเหมิน ผ่านภูเขา Ala ผ่านมณฑลซินเจียงและอีก 5 ประเทศในทวีปเอเชียและยุโรป และมาสิ้นสุดในเมืองฮัมบูร์กของประเทศเยอรมัน ถือเป็น “เส้นทางสายไหมทางบกเส้นใหม่” ซึ่งจะลดระยะเวลาในการเดินทางไปครึ่งหนึ่ง และลดต้นทุนได้เกือบร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับการขนส่งทางอากาศและทางทะเลModified:15/01/2015 15:42:49
Sorted by relevance | Sort by date
