ค้นหา
About 1130 results
-
กาแฟลาว สินค้าการเกษตรยอดนิยมในการส่งออกของ สปป. ลาว
กาแฟ นับเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถสร้างรายได้<br />
เข้า สปป.ลาวจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี สมาคมกาแฟลาว (Lao Coffee Association: LCA) ระบุว่า การส่งออกกาแฟ ระหว่างเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 ปริมาณ 14,559 ตัน คิดเป็นมูลค่า <br />
41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียมูลค่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกไปยังตลาดยุโรปมูลค่า 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
กาแฟที่ผลิตใน สปป. ลาวส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ <br />
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและชื้นเหมาะสำหรับ<br />
การปลูกกาแฟ นอกจากนี้ การปลูกกาแฟทางตอนเหนือของ สปป. ลาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนักวิจัยด้านการเกษตรพบว่า มีภูเขาที่มีความเหมาะสมในการปลูกกาแฟ จึงได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น <br />
Modified:25/11/2022 12:22:48
-
การส่งเสริมเลี้ยงโคและกระบือในสปป. ลาวเพื่อส่งออกไปจีน
สปป. ลาวกำหนดให้การผลิตสินค้าเกษตรเป็นแผนงานที่มีความสำคัญลำดับต้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยกำหนดเป้าหมายในการสร้างรายได้<br />
และปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนท้องถิ่นให้หลุดพ้น<br />
จากความยากจนและออกจากประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ภายในปี 2567 เพื่อเป็นประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2573 โดยรัฐบาล สปป. ลาวส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วประเทศเลี้ยงโคและกระบือเพื่อส่งออกไปจีน <br />
Modified:25/11/2022 12:14:52
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
พิธีลงนามสัญญาว่าด้วยการทดลองดำเนินธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2565 นายแก้วนะคอน ไซสุเลียน หัวหน้ากรมเทคโนโลยีดิจิทัล กระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว และนางวิพากอน กอนสิน ประธานบริษัท ลาว วีไอพี พัฒนาการลงทุน จำกัด ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วยการทดลองดำเนินธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล โดยมี ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดารา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานModified:02/03/2022 14:20:34
-
รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ ในปี 2565
ในปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ 3.09 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1.61 ของ GDP เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการจัดเก็บรายได้ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อุดช่องโหว่จากการจัดเก็บรายได้ที่อาจส่งผลให้สูญเสียงบประมาณ และตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้จากแหล่งต่าง ๆ ภายในประเทศให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึง ชำระหนี้ทั้งภายในและต่างประเทศModified:28/02/2022 13:58:09
-
ปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 4.5
ในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ได้เห็นชอบร่างดำรัสว่าด้วยการปฏิบัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนงบประมาณแห่งรัฐ ประจำปี 2565 ซึ่งรัฐบาล สปป. ลาว กำหนดเป้าหมายปีนี้<br />
ให้ GDP ประเทศขยายตัวร้อยละ 4.5 คิดเป็นมูลค่า 192.14 ล้านล้านกีบ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อคน 2,503 ดอลลาร์สหรัฐ และ GNI ต่อคน 2,358 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย การขยายตัวของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 คิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP ภาคการบริการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 คิดเป็นร้อยละ 38.9 ของ GDP และภาคภาษี-ศุลกากร เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของ GDP<br />
Modified:24/01/2022 16:29:57
-
การประชุมสรุปผลการคุ้มครองการเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและแนวโน้มปี 2565
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการคุ้มครองการเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและแนวโน้มปี 2565 โดยมีหัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม ผู้แทนกรมที่เกี่ยวข้องขององค์การกวดกาแห่งรัฐ กระทรวงป้องกันความสงบ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ธนาคารแห่ง สปป. ลาว ภาษี (ศุลกากร)-ส่วยสาอากรประจำนครหลวงเวียงจันทน์ ด่านภาษีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) และสมาคมน้ำมันเชื้อไฟเข้าร่วมModified:24/01/2022 15:59:18
-
ปี 2564 ลาวส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว <br />
รายงานต่อที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ว่า ปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรกว่า <br />
900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 82 ของตัวเลขที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็นการส่งออกกล้วย 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางพารา 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันสำปะหลัง 196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แตงโม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอ้อย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
Modified:24/01/2022 15:37:12
-
แผนงบประมาณแห่งรัฐประจำปี 2565 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน<br />
การประชุมสรุปด้านการคลังทั่วประเทศ ประจำปี 2564 และแนวโน้มแผนงบประมาณแห่งรัฐประจำปี 2565 <br />
ผ่านระบบทางไกล การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีเสวนาสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และธนาคาร<br />
แห่ง สปป. ลาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการคลัง และเพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและการคลัง<br />
จากผลกระทบของโรคโควิด-19 โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
Modified:10/01/2022 15:24:01
-
รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมูลค่า 43.95 ล้านล้านกีบในปี 2565
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่<br />
ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:19:04
-
การประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้มปี 2565
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:16:08
-
การประชุมสรุปเกี่ยวกับการพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปบทเรียน ปัญหาคงค้างและแนวทางการแก้ไขในอนาคตเกี่ยวกับ การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ในช่วงปี 2559 - 2563 และแผนงานปี 2564 - 2568 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รองเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ และรองเจ้าแขวงที่มี SEZ ตั้งอยู่ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเข้าร่วมModified:28/12/2021 09:38:32
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายรับจากการส่งออกแร่ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2564
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2564 <br />
และแผนงานปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 <br />
การผลิตแร่มีมูลค่า 12,601 ล้านล้านกีบ (สภาแห่งชาติรับรอง 13,812 ล้านล้านกีบ) คิดเป็นร้อยละ 91.21 ของแผน คาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าสูงถึง 15,889 ล้านล้านกีบ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการจำหน่ายแร่ภายในประเทศและการส่งออกจำนวน 1,464 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี<br />
จะมีรายได้ประมาณ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินการสำรวจ ศึกษาความเป็นไปได้และแปรรูปแร่จำนวน 124 แห่ง ใน 209 โครงการ โดย 14 แห่งจากจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวย<br />
ความสะดวกต่าง ๆ <br />
Modified:21/12/2021 11:26:52
-
สปป. ลาวส่งออกไฟฟ้ากว่า 6,423 เมกะวัตต์ไปยังอาเซียน
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ดร. ดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป. ลาว ได้รายงานสถานการณ์การผลิตและส่งออกไฟฟ้าของ สปป. ลาวต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ปัจจุบัน สปป. ลาวมีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า 86 โครงการ รวมกำลังการผลิต 10,400 เมกะวัตต์ โดยกว่าร้อยละ 80 เป็นไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ สปป. ลาวส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ ดังนี้Modified:21/12/2021 11:24:00
-
สปป. ลาวเตรียมส่งออกพืชตระกูลส้มไปจีน
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 ดร. เพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนายนี ยัวเฟิง รัฐมนตรีองค์การบริหารภาษีของจีน ร่วมลงนามอนุสัญญาเกี่ยวกับข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับการส่งออกพืชตระกูลส้ม (ส้มเปลือกหนา ส้มโอ และเลมอน) ของ สปป. ลาวไปจีน โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:21/12/2021 10:53:20
-
มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 และแผนพัฒนากสิกรรมและป่าไม้ ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ดร. เพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว ได้ชี้แจง<br />
ต่อข้อซักถามของสมาชิกสภาแห่งชาติลาวเกี่ยวกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 <br />
และแผนพัฒนากสิกรรมและป่าไม้ ดังนี้<br />
Modified:21/12/2021 10:50:44
Sorted by relevance | Sort by date
