ค้นหา
About 456 results
-
การนำเข้า – ส่งออกภายใต้สิทธิพิเศษทางการค้าของ สปป. ลาวปี 2562
กรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ได้จัดทำรายงานสถิติการนำเข้าและส่งออกภายใต้สิทธิพิเศษทางการค้าของ สปป. ลาวปี 2562 โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences: GSP) และเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA)Modified:22/01/2021 14:39:04
-
ลาวปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของเขื่อนผลิตไฟฟ้า
ที่ประชุมประจำปีของภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว เมื่อเดือน ก.พ. 2563 ซึ่งมี ดร. คำมะนี อินทิลาด
<div>รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธาน รับทราบแผนการตรวจสอบความปลอดภัยและมาตรฐาน</div>
<div>โครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยกระทรวงพลังงานฯ จะร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น </div>
<div>และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้าตรวจสอบเขื่อนขนาดเล็ก 354 โครงการ ทั้งที่เริ่มผลิตไฟฟ้าแล้ว 39 โครงการ </div>
<div>อยู่ระหว่างก่อสร้าง 24 โครงการ และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ 291 โครงการ โดยหลังจากที่ได้รับรายงาน </div>
<div>ด้านความปลอดภัยจากผู้พัฒนาโครงการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานฯ และผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศจะเข้าตรวจสอบ</div>
<div>โครงการและมอบให้หน่วยงานท้องถิ่นติดตามการดำเนินงานของโครงการอย่างละเอียด ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานฯ </div>
<div>จะเข้าตรวจสอบโครงการก่อนฤดูฝน และอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อบริหาร</div>
<div>จัดการความปลอดภัยของเขื่อน อีกทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งกรมบริหารจัดการความปลอดภัยเขื่อน </div>
<div>โดย สปป. ลาวประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกองค์การเขื่อนใหญ่ระหว่างชาติ (International Commission on Large Dams: ICOLD) </div>
Modified:22/01/2021 10:04:55
-
คาดการณ์ปริมาณการส่งออกไฟฟ้าของ สปป. ลาวช่วงปี 2563 – 2573
ความต้องการไฟฟ้าภายใน สปป. ลาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของประชากรและโรงงานอุตสาหกรรม ในปี 2562 สปป. ลาวต้องการไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในประเทศจำนวน 1,222 เมกกะวัตต์ และคาดว่าในช่วงปี 2563 – 2568 ความต้องการไฟฟ้าของ สปป. ลาวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 เมกกะวัตต์ ดังนั้น กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาวจึงร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาววางแผนการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ ทั้งภายในครัวเรือน เขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตเศรษฐกิจเฉพาะ เขตอุตสาหกรรม ทางรถไฟ ทางด่วน และเขตอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมแปรรูปทั่วประเทศ นอกจากนี้ สปป. ลาวมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน เช่น ไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา และส่งออกไปมาเลเซียและสิงคโปร์ผ่านระบบ สายส่งร่วมกัน ซึ่งการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้านของ สปป. ลาวมีความสำคัญในการส่งออกไฟฟ้า โดย สปป. ลาวเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มการส่งไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งร่วมกันในอาเซียนModified:20/01/2021 10:38:38
-
สปป. ลาวตั้งเป้าผลิตไฟฟ้า 44,148 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2563
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2562 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้ชี้แจง ในที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 8 ของสภาแห่งชาติลาวชุดที่ 8 เกี่ยวกับการพัฒนางานด้านพลังงานและเหมืองแร่ว่า ปัจจุบัน สปป. ลาวมีแหล่งผลิตไฟฟ้าจำนวน 71 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 9,700 เมกกะวัตต์ ในปี 2562 สปป. ลาวต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งในรอบหลายสิบปี ส่งผลอ่างเก็บน้ำของเขื่อนไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ สปป. ลาวสามารถกักเก็บน้ำได้เพียงร้อยละ 60 ทั้งนี้ ในปี 2563 สปป. ลาวตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 44,148 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง รวมมูลค่าประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศModified:18/01/2021 16:33:26
-
สปป. ลาวอยู่อันดับ 113 ความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index)
รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index) ประจำปี 2562 ของ World Economic Forum ลดอันดับความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกของ สปป. ลาว จากอันดับ 112 ในปี 2561 มาอยู่ที่อันดับ 113 จากจำนวน 141 ประเทศModified:31/10/2019 17:54:14
-
เดือน พ.ค. 2562 สปป. ลาว มีมูลค่าการค้ากว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังขาดดุล
ในเดือน พ.ค. 2562 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 942.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 389.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐและมูลค่าการนำเข้าประมาณ 553.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ยังไม่รวมมูลค่าการนำเข้าและส่งออกไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม สปป. ลาว ยังคงขาดดุลการค้ากับต่างประเทศ 164.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:19/07/2019 21:14:17
-
เดือน ก.พ. 2562 สปป. ลาว มีมูลค่าการค้ากับต่างประเทศกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในเดือน ก.พ. 2562 การค้าของ สปป. ลาว กับต่างประเทศมีมูลค่ากว่า 649 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ยังไม่รวมมูลค่าการนำเข้าและส่งออกไฟฟ้าModified:24/04/2019 00:42:15
-
ADB คาดว่า เศรษฐกิจ สปป. ลาว จะขยายตัวร้อยละ 6.5 ในปีนี้
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2562 ธนาคารแห่งเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจ ประจำปี 2562 โดยมีนายยาซุซิ เนกิชิ ผู้แทนสำนักงาน ADB ประจำ สปป. ลาว พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:12/04/2019 17:15:59
-
สปป. ลาว มีมูลค่าการค้ากับต่างประเทศกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนแรกของปี 2562
ในเดือน ม.ค. 2562 การค้าของ สปป. ลาว กับต่างประเทศมีมูลค่ากว่า 787 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ยังไม่รวมมูลค่าการนำเข้าและส่งออกไฟฟ้าModified:10/04/2019 17:08:24
-
แผนพัฒนาไฟฟ้าของ สปป. ลาว มีแนวโน้มดีขึ้น
นายคำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ ยืนยันว่าการปฏิบัติตามแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าใน สปป.ลาว สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องซึ่งจะทำให้มีพลังงานไฟฟ้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพียงพอและสามารถส่งออกไปขายในต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นModified:25/06/2018 13:59:20
-
งาน Eurasian Orthopedic Forum Moscow 2017 ณ กรุงมอสโก
การจัดงาน Eurasian Orthopedic Forum Moscow 2017 ณ กรุงมอสโก ระหว่าง วันที่ 29 - 30 มิถุนายน 2560 <br />
<br />
ผู้สนใจสามารถค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a class="txttohtmllink" href="http://eoforum.ru/en">http://eoforum.ru/en</a>Modified:01/03/2017 17:22:58
-
สรุปความคืบหน้าการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว - จีน
โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว - จีน เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟที่เชื่อมตลอดภูมิภาคหรือที่เรียกว่า ทางรถไฟคุนหมิง - สิงคโปร์ ครอบคุมระยะทางทั้งหมดประมาณ 3,000 กิโลเมตร พิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอย่างเป็นทางการมีขึ้นที่เวียงจันทน์เมื่อเดือน ธันวาคม 2558 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนา สปป. ลาว โครงการรถไฟลาว - จีน สอดคล้องกับข้อริเริ่ม One Belt, One Road ของนายสี จิ้นผิง ปธน. จีนModified:23/01/2017 09:03:17
-
เดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 ได้มีพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน อย่างเป็นทางการ ณ จุดก่อสร้างบ้านพอนไซ แขวงหลวงพระบาง <br />
Modified:23/01/2017 09:41:51
-
เดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 ได้มีพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ ณ จุดก่อสร้างบ้านพอนไซ แขวงหลวงพระบาง ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ดร.บุญจัน สินทะวง ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์เส้นทางรถไฟลาว – จีน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 แล้วนั้น ในวันนี้ได้มีพิธีลั่นฆ้องการทำงานอย่างจริงจัง สาเหตุที่เลือกทำพิธีในจุดก่อสร้างแขวงหลวงพระบาง เป็นเพราะจุดก่อสร้างดังกล่าวเป็นบ้านเกิดของ ท่านสมสะหวาด เล็งสะหวัด อดีตรองนายกฯ ผู้ริเริ่มให้เกิดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน พร้อมกันนี้ วันที่ 2 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา บริษัทก่อสร้างจากจีนทั้ง 6 บริษัท ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ 6 ตามเส้นทางรถไฟทั้ง 417 กม. ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทางรถไฟฯ ประมาณ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะสร้างในพื้นที่ชายแดนเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทาไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างทางรถไฟรางเดี่ยวแล้วเสร็จใน 5 ปีข้างหน้า และโครงการการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564 นอกจากนี้ ดร. บุญจัน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ประกอบด้วย นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี, ท่านสมสะหวาด เล็งสะหวัด คณะกรรมการกลาง และที่ปรึกษาพรรคประชาชนปฏิวัติลาว, นาย กวน หัวบิ่ง อัครราชทูตจีนใน สปป.ลาว และเจ้าหน้าที่จากจีนและ สปป.ลาว <br />
<br />
การดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟในภูมิภาคจากจีนไปยังสิงคโปร์ ผ่าน สปป.ลาว, ไทย และมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน สปป.ลาว นอกจากนี้ ดร.บุนจัน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางรถไฟจะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะพลิกวิกฤตของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลให้เป็นโอกาสในการเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่น ตลอดจนทำให้เกิดความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และกระตุ้นการพัฒนาด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ทางการลาวได้เปิดเผยข้อมูลการศึกษาก่อนหน้าที่จะมีการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน นี้ว่า ได้ประมาณจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศโดยรถไฟลาว – จีน คาดว่าจะสูงถึง 3.98 ล้านคนต่อปี หากมีการเดินรถไฟแล้วนั้นคาดว่าตัวเลขผู้โดยสารในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.11 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.62 ล้านคนในระยะยาว ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากเวียงจันทน์ไปยังชายแดนจีน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 161,850 กีบ ซึ่งมีราคาถูกกว่าค่าใช้จ่ายรถโดยสารสาธารณะ ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 285,000 กีบ <br />
<br />
การใช้รถไฟขนส่งสินค้าจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังชายแดนจีน คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 269,750 กีบต่อตัน ซึ่งมีราคาถูกกว่าการขนส่งสินค้าทางถนนที่มีค่าใช้จ่าย 833,340 กีบต่อตัน การสร้างทางรถไฟเป็นส่วนสำคัญของการผสมผสานมติของพรรคทั้ง 10 ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าเมื่อเส้นทางรถไฟในภูมิภาคเสร็จสมบูรณ์จะทำให้ระบบการขนส่งสาธารณะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสารที่โดยสารรถไฟในห้าประเทศที่รถไฟแล่นผ่าน ได้แก่ จีน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าตัวเลขเริ่มต้นของผู้โดยสารจะถึง 9.65 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 11.98 ล้านคนในระยะสั้น และจะเพิ่มเป็น 16.5 ล้านคนในปีต่อมา ขณะที่การขนส่งสินค้าโดยรถไฟระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 4 ประเทศ จะมีปริมาณการขนส่งสินค้า 2.59 ล้านตันต่อปี และในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.62 ล้านตัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.46 ล้านตันในระยะยาว<br />
<br />
ทั้งนี้รัฐบาล สปป.ลาว และจีน ได้ลงนามร่วมกันในโครงการรถไฟลาว – จีน เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 โดยเส้นทางรถไฟนี้จะมีสะพานข้ามทางรถไฟ จำนวน 167 สะพาน มีความยาวทั้งหมด 61.81 กิโลเมตร และมีอุโมงค์ 75 อุโมงค์ ความยาวทั้งหมด 197.83 กม. นอกจากนี้ยังมีสถานีทั้งหมด 32 สถานี และ 21 สถานีที่รถไฟสองขบวนสามารถแล่นผ่านได้ อีกทั้งมีความเร็วเต็มที่บนภูเขา 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วบนพื้นราบ 200 กม. ต่อชั่วโมง หากใช้ขนส่งสินค้าจะวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม.ต่อชั่วโมง<br />
<br />
ข้อมูล : หนังสือพิมพ์ Vientiane Times, ฉบับวันที่ 26 ธันวาคม 2559<br />
รูปภาพ : Bangkokbiznews<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
Modified:27/12/2016 11:23:37
-
รู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง กับงานสัมมนา “Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union” 25 พ.ย. ศกนี้
แม้ว่าปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยโฟกัสไปที่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และลาว รวมถึงตลาดใหญ่อย่างจีนเป็นหลัก เมื่อมองหาประเทศเป้าหมายในการค้าการลงทุน แต่ตลาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ต้องศึกษาเพื่อหาโอกาสขยายและต่อยอดธุรกิจในอนาคต นั่นคือรัสเซียและเอเชียกลางแต่โดยที่ไม่ใช่ตลาดที่คุ้นเคยสำหรับผู้ประกอบการไทย เริ่มแรกคงต้องทำความรู้จักศักยภาพและกฎระเบียบเบื้องต้นของตลาดนี้กันก่อน ปลายเดือน พ.ย. นี้ มีงานสัมมนาดี ๆ ที่สถานทูตไทยที่รัสเซียได้นำผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญจากตลาดที่รวมเอารัสเซียไว้กับประเทศในเอเชียกลางอีก 4 ประเทศที่เรียกว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU เดินทางมาเล่าให้คนไทยได้รู้จักกันถึงที่Modified:24/11/2016 14:51:26
-
กต. ชวน “ไขประตูสู่การลงทุนในเมียนมา” 23 ก.ย. ศกนี้
นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองเมียนมาอย่างใกล้ชิด เพราะเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเมียนมากำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ในปี 2558 GDP ของเมียนมาขยายตัวถึง 8.2% หลายประเทศในเอเชียทั้งสิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ได้เร่งเข้าไปจับจองพื้นที่การค้าการลงทุนในเมียนมาแล้วอย่างหนาแน่น ภาคธุรกิจไทยเองก็เริ่มหลั่งไหลเข้าไปสำรวจตลาดการค้าและการลงทุนในเมียนมาอย่างต่อเนื่องเช่นกันทั้งสาขาก่อสร้าง ธนาคาร สาธารณสุข รวมถึงเกษตรและอาหารModified:15/09/2016 17:45:18
-
ตามติดเทรนด์พลังงานเอเชียกับงาน Asia Power Week 2016 ที่เกาหลีใต้
สิ่งแรก ๆ เมื่อนึกถึง “เกาหลีใต้” คงหนีไม่พ้นสัญชาติของมือถือยี่ห้อดัง และกระแสเคป็อปและซีรี่ส์ ที่ดึงดูดให้คนหลั่งไหลไปท่องเที่ยวไปตามรอยศิลปินและนักแสดงที่ชื่นชอบ แต่เกาหลีใต้มีความโดดเด่นด้านอื่น ๆ อีกมาก นอกจากอิทธิพลด้านอุตสาหกรรมบันเทิง เกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านการจัดการผังเมือง และด้านพลังงานที่โดดเด่นเป็นอันดับต้นของโลกModified:24/05/2016 15:14:24
-
ค้นหาคู่ค้าในตลาดจาเมกากับงาน Expo Jamaica 2016
จาเมกา เกาะเล็ก ๆ ในทะเลแคริบเบียน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไทยยังไม่คุ้นเคยว่ามีโอกาส ทางเศรษฐกิจอะไรบนเกาะแห่งนี้บ้าง นอกเหนือจากศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ภาคบริการของจาเมกาขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ คิดเป็น 70% ของ GDP เลยทีเดียว
Modified:28/03/2016 14:50:02
-
เมียนมาจะเติบโต 8.5% จริงไหม?
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้างModified:28/07/2016 11:43:10
-
ตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจสตาร์ทอัพในฮ่องกง ตอนที่ 1 "GoGoVan"
ฮ่องกงเป็นเมืองในอุดมคติของนักธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง เพราะเป็นเมืองที่เพียบพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่ทันสมัยรวมทั้งมีความโปร่งใสในการดำเนินการต่าง ๆ ที่สามารถตรวจสอบได้ทั้งฝั่งภาครัฐและเอกชน ฮ่องกงมีเอกลักษณ์ของความเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจ มีองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่ครบครัน มีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดีModified:03/03/2016 09:22:54
Sorted by relevance | Sort by date
