ค้นหา
About 89 results
-
44 ปี การพัฒนาด้านพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว
ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้กล่าวย้อนไปถึงการดำเนินงานด้านพลังงานและบ่อแร่เมื่อสมัยก่อนปี 2518 ว่า งานด้านดังกล่าวไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ขณะนั้น สปป. ลาวมีแหล่งผลิตไฟฟ้าน้ำตกขนาดใหญ่ 1 แห่ง คือ เขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 กำลังการผลิตติดตั้งเพียง 30 เมกกะวัตต์ และเขื่อนไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำดง แขวงหลวงพระบาง กำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกกะวัตต์ และเขื่อนเซละบำ แขวงจำปาสัก กำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกกะวัตต์ นอกจากนี้ มีการใช้เครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันในตัวเมืองใหญ่บางแห่ง โดยรวมทั้งประเทศประชาชนมีไฟฟ้าใช้เพียง 19,000 ครัวเรือน หรือร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด ใน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง คำม่วน สะหวันนะเขต และจำปาสักModified:19/01/2021 08:58:00
-
Round Table Implementation Meeting 2019
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2562 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายคำขัน จันทะวีสุก เจ้าแขวงหลวงพระบาง และนาง Sara Sekkenes ผู้ประสานงานองค์การสหประชาชาติประจำ สปป. ลาว ได้เป็นประธานร่วมการประชุม Round Table Implementation Meeting 2019 ณ แขวงหลวงพระบาง โดยมีประเทศคู่ร่วมพัฒนา องค์กรไม่แสวงผลกำไร และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:18/01/2021 16:36:29
-
ปัญหาค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวใน สปป. ลาว
นายคัดตะพอน พมมะปันยา ประธานสมาคมนักธุรกิจหนุ่มแขวงหลวงพระบาง กล่าวว่า การเปิดโอกาสให้บริษัทท่องเที่ยวเข้าไปสัมปทานแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นนโยบายที่ดีเพราะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการสร้างงาน ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ใกล้เคียงModified:18/01/2021 14:18:56
-
ปัจจัยที่อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่บรรลุตามเป้าหมาย
สปป. ลาวยังเผชิญกับหลายปัจจัยที่มีความท้าทายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวในปี 2562 ให้ได้ตามเป้าหมาย 4.5 ล้านคน และในช่วง 9 เดือนแรกของปีมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.4 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 โดยมีนักท่องเที่ยวจากจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ มีจำนวนลดลงModified:18/01/2021 14:07:39
-
สปป. ลาวกู้เงินจาก ADB เพื่อดำเนินโครงการด้านการเกษตร การศึกษา และการบริหารการคลัง
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2562 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Yasushi Negishi ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ การเกษตร การศึกษา และการบริหารการคลัง โดยมีรองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว รองรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ผู้แทนกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รองเจ้าแขวงหัวพัน หลวงพระบาง ไซยะบูลี และเชียงขวาง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:12/12/2019 17:01:31
-
โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีจะเปิดอย่างเป็นทางการปลายปีนี้
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชี้นำร่วมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ครั้งที่ 8 ณ ห้องว่าการปกครอง แขวงไซยะบูลี โดยมีนายบุนปอน สีสุลาด ประธานกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สภาแห่งชาติลาว รองเจ้าแขวงไซยะบูลีและหลวงพระบาง ผู้แทนโครงการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้รับฟัง การรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการอำนวยความสะดวกและปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับ การดำเนินโครงการฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมในการเปิดเขื่อนดังกล่าว อย่างเป็นทางการปลายปีนี้Modified:31/10/2019 17:47:35
-
สถานการณ์การนำเข้าปูนซีเมนต์ของ สปป. ลาว
ข้อมูลจากกลุ่มผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของ สปป. ลาว ระบุว่า ในปี 2561 สปป. ลาวมีโรงงานผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ทั่วประเทศจำนวน 13 แห่ง ในปี 2556 – 2558 มีจำนวน 9 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์หลวงพระบาง โรงงานปูนซีเมนต์วังเวียงแห่งที่ 1 2 และ 3 โรงบดปูนซีเมนต์เวียงจันทน์ โรงบดปูนซีเมนต์ BMC เวียงจันทน์ โรงงานปูนซีเมนต์ท่าแขก โรงงานปูนซีเมนต์สะหวันนะเขต และโรงงานปูนซีเมนต์สาละวัน ในปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 3 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์ไซยะบูลี โรงงานปูนซีเมนต์เชียงขวาง และโรงงานปูนซีเมนต์เมืองคูนคำ แขวงคำม่วน และในปี 2560 มีเพิ่มขึ้นอีก 1 โรงงาน คือ โรงงานคำม่วนซีเมนต์ของ SCG โดยรวมกำลังการผลิตทั้งหมด 8.3 ล้านตันต่อปีModified:21/10/2019 16:58:03
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวออกจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ งวดที่ 1 มูลค่ารวม 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ต.ค. 2562 พันธบัตรออมทรัพย์ดังกล่าวมี 3 ประเภท แต่ละประเภท มีมูลค่า 1,000 5,000 และ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนี้ (1) พันธบัตรออมทรัพย์อายุ 1 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี (2) พันธบัตรออมทรัพย์อายุ 3 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี และ (3) พันธบัตรออมทรัพย์อายุ 5 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน จนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนModified:16/10/2019 16:42:50
-
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีนมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 70
นายแท่นคำ ทองบน รักษาการหัวหน้าคณะคุ้มครองโครงการทางรถไฟลาว - จีน เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2562 ว่า ในเดือน ส.ค. 2562 โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 76.2 การส่งมอบพื้นที่ให้โครงการฯ มีความคืบหน้าร้อยละ 98.29 ของพื้นที่เส้นทางรถไฟและสถานีรถไฟทั้งหมดจำนวน 3,000 เฮกตาร์ ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จตามกำหนดและพร้อมเปิดให้บริการเที่ยวปฐมฤกษ์ในวันที่ 2 ธ.ค. 2564Modified:16/10/2019 15:58:37
-
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน ร้อยละ 72.8
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2562 กระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป. ลาว จัดการประชุมคณะบริหารโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ครั้งที่ 6 โดยมี ดร. บุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการฯ แห่ง สปป. ลาว และหัวหน้าคณะบริหารโครงการก่อสร้างฯ จากศูนย์กลางและท้องถิ่นเข้าร่วมModified:06/09/2019 21:09:56
-
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ร้อยละ 55.69
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยเป็นงวดที่ 4 จากจำนวน 7 งวด รวมมูลค่ากว่า 851 พันล้านกีบ (99.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งไม่รวมแขวงอุดมไซ เนื่องจากยังต้องรอเอกสารรับรองรายงานการเบิกจ่ายตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงการดังกล่าว มีความคืบหน้าร้อยละ 55.69 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมทั้งเปิดใช้งานตามแผนงานภายในปี 2564 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆModified:22/03/2019 21:44:27
-
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง
ปัจจุบันผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและนำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่การก่อสร้างModified:06/02/2019 21:57:04
-
รัฐบาล สปป. ลาว คาดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30 และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021Modified:06/07/2018 10:39:54
-
รัฐบาล สปป. ลาว คาดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30 และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021Modified:06/07/2018 10:36:06
-
สปป. ลาวเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการคมนาคมในยุคเชื่อมโยง
Modified:25/06/2018 13:52:53
-
สรุปความคืบหน้าการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว - จีน
โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว - จีน เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟที่เชื่อมตลอดภูมิภาคหรือที่เรียกว่า ทางรถไฟคุนหมิง - สิงคโปร์ ครอบคุมระยะทางทั้งหมดประมาณ 3,000 กิโลเมตร พิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอย่างเป็นทางการมีขึ้นที่เวียงจันทน์เมื่อเดือน ธันวาคม 2558 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนา สปป. ลาว โครงการรถไฟลาว - จีน สอดคล้องกับข้อริเริ่ม One Belt, One Road ของนายสี จิ้นผิง ปธน. จีนModified:23/01/2017 09:03:17
-
เดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 ได้มีพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน อย่างเป็นทางการ ณ จุดก่อสร้างบ้านพอนไซ แขวงหลวงพระบาง <br />
Modified:23/01/2017 09:41:51
-
เดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 ได้มีพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ ณ จุดก่อสร้างบ้านพอนไซ แขวงหลวงพระบาง ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ดร.บุญจัน สินทะวง ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์เส้นทางรถไฟลาว – จีน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 แล้วนั้น ในวันนี้ได้มีพิธีลั่นฆ้องการทำงานอย่างจริงจัง สาเหตุที่เลือกทำพิธีในจุดก่อสร้างแขวงหลวงพระบาง เป็นเพราะจุดก่อสร้างดังกล่าวเป็นบ้านเกิดของ ท่านสมสะหวาด เล็งสะหวัด อดีตรองนายกฯ ผู้ริเริ่มให้เกิดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน พร้อมกันนี้ วันที่ 2 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา บริษัทก่อสร้างจากจีนทั้ง 6 บริษัท ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ 6 ตามเส้นทางรถไฟทั้ง 417 กม. ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทางรถไฟฯ ประมาณ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะสร้างในพื้นที่ชายแดนเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทาไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างทางรถไฟรางเดี่ยวแล้วเสร็จใน 5 ปีข้างหน้า และโครงการการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564 นอกจากนี้ ดร. บุญจัน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ประกอบด้วย นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี, ท่านสมสะหวาด เล็งสะหวัด คณะกรรมการกลาง และที่ปรึกษาพรรคประชาชนปฏิวัติลาว, นาย กวน หัวบิ่ง อัครราชทูตจีนใน สปป.ลาว และเจ้าหน้าที่จากจีนและ สปป.ลาว <br />
<br />
การดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟในภูมิภาคจากจีนไปยังสิงคโปร์ ผ่าน สปป.ลาว, ไทย และมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน สปป.ลาว นอกจากนี้ ดร.บุนจัน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางรถไฟจะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะพลิกวิกฤตของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลให้เป็นโอกาสในการเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่น ตลอดจนทำให้เกิดความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และกระตุ้นการพัฒนาด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ทางการลาวได้เปิดเผยข้อมูลการศึกษาก่อนหน้าที่จะมีการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน นี้ว่า ได้ประมาณจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศโดยรถไฟลาว – จีน คาดว่าจะสูงถึง 3.98 ล้านคนต่อปี หากมีการเดินรถไฟแล้วนั้นคาดว่าตัวเลขผู้โดยสารในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.11 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.62 ล้านคนในระยะยาว ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากเวียงจันทน์ไปยังชายแดนจีน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 161,850 กีบ ซึ่งมีราคาถูกกว่าค่าใช้จ่ายรถโดยสารสาธารณะ ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 285,000 กีบ <br />
<br />
การใช้รถไฟขนส่งสินค้าจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังชายแดนจีน คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 269,750 กีบต่อตัน ซึ่งมีราคาถูกกว่าการขนส่งสินค้าทางถนนที่มีค่าใช้จ่าย 833,340 กีบต่อตัน การสร้างทางรถไฟเป็นส่วนสำคัญของการผสมผสานมติของพรรคทั้ง 10 ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าเมื่อเส้นทางรถไฟในภูมิภาคเสร็จสมบูรณ์จะทำให้ระบบการขนส่งสาธารณะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสารที่โดยสารรถไฟในห้าประเทศที่รถไฟแล่นผ่าน ได้แก่ จีน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าตัวเลขเริ่มต้นของผู้โดยสารจะถึง 9.65 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 11.98 ล้านคนในระยะสั้น และจะเพิ่มเป็น 16.5 ล้านคนในปีต่อมา ขณะที่การขนส่งสินค้าโดยรถไฟระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 4 ประเทศ จะมีปริมาณการขนส่งสินค้า 2.59 ล้านตันต่อปี และในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.62 ล้านตัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.46 ล้านตันในระยะยาว<br />
<br />
ทั้งนี้รัฐบาล สปป.ลาว และจีน ได้ลงนามร่วมกันในโครงการรถไฟลาว – จีน เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 โดยเส้นทางรถไฟนี้จะมีสะพานข้ามทางรถไฟ จำนวน 167 สะพาน มีความยาวทั้งหมด 61.81 กิโลเมตร และมีอุโมงค์ 75 อุโมงค์ ความยาวทั้งหมด 197.83 กม. นอกจากนี้ยังมีสถานีทั้งหมด 32 สถานี และ 21 สถานีที่รถไฟสองขบวนสามารถแล่นผ่านได้ อีกทั้งมีความเร็วเต็มที่บนภูเขา 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วบนพื้นราบ 200 กม. ต่อชั่วโมง หากใช้ขนส่งสินค้าจะวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม.ต่อชั่วโมง<br />
<br />
ข้อมูล : หนังสือพิมพ์ Vientiane Times, ฉบับวันที่ 26 ธันวาคม 2559<br />
รูปภาพ : Bangkokbiznews<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
Modified:27/12/2016 11:23:37
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ยืนยันว่า รายรับของประชาชนลาวเพิ่มขึ้นเกินเป้าหมายที่วางไว้
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ยืนยันว่า มูลค่าผลิตภัณท์มวลรวมในประเทศ (GDP) สามารถเฉลี่ยเป็นรายรับของประชาชนได้เกินระดับที่คาดไว้ในแผนการปี 2557-2558 ที่ผ่านมา..Modified:22/09/2016 15:52:04
-
ต้องใหญ่ ต้องไว! ปรับสูตรบุกเปิดห้างไทยในลาว
ลาวในวันนี้ เหมือนกับอีกหลายประเทศที่ยังคงให้ความสำคัญกับการปกป้องผู้ประกอบการรายย่อยภายในประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจร้านค้าปลีก-ค้าส่ง เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ที่ผ่านมาModified:13/11/2015 16:41:56
Sorted by relevance | Sort by date
