ค้นหา
About 775 results
-
รถไฟลาว-จีน การคมนาคมที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจลาว
สปป. ลาว ได้ร่วมมือกับจีนเพื่อพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงทางรางเพื่อขนส่งสินค้า รวมถึงขนส่งผู้โดยสารตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจตามแนวเส้นทางรถไฟ ตลอดจนยกระดับรูปแบบของการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ในสปป. ลาว ให้มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งการเปิดให้บริการของรถไฟลาว-จีน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ สปป. ลาว เป็นข้อต่อที่สำคัญของภูมิภาค ส่งเสริมการเชื่อมโยง <br />
สปป.ลาวเข้าสู่กับห่วงโซ่การค้าผ่านระบบขนส่งแบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ด้วยการปรับนโยบายให้มีความเหมาะสม รวดเร็ว มีคุณภาพและต้นทุนที่ถูกลง ขนส่งได้ปริมาณมากและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม <br />
นับตั้งเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีน อย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2564 จนถึงเดือนตุลาคม 2565 <br />
ในระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา รถไฟลาว-จีนได้ให้การบริการขนส่งสินค้าจำนวน 8,510,000 ตัน เป็นการขนส่ง<br />
สินค้าระหว่างประเทศกว่า 1,540,000 ตัน แบ่งเป็นสินค้านำเข้ามา สปป. ลาว จำนวนประมาณ 280,000 ตัน และสินค้าที่ สปป. ลาว ส่งออกไปจีนประมาณ 948,000 ตัน การบริการขนส่งเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 23.8 ในแต่ละเดือน<br />
Modified:29/12/2022 08:52:09
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
พิธีเปิดโครงการทางรถไฟลาว - จีนอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2564 นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาว และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดโครงการทางรถไฟลาว - จีนอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหารระดับสูง อดีตผู้บริหารระดับสูง คณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น<br />
ในรูปแบบออนไลน์ที่หอประชุมแห่งชาติลาว สถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์ และสถานีรถไฟคุนหมิง <br />
Modified:21/12/2021 11:43:41
-
การพัฒนา E-Commerce ใน สปป. ลาว
การค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Commerce มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยนโยบายการพัฒนา E-Commerce ใน สปป. ลาว พบว่าการพัฒนาด้าน E-Commerce ของ สปป. ลาวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการทำ E-Commerce โดยเฉพาะระบบ ICT ระบบชำระเงิน และระบบขนส่งยังพัฒนาช้ากว่าหลายประเทศ รายงานวิจัยนโยบายการพัฒนา E-Commerce ใน สปป. ลาว ของ ดร. จันผาสุก วิดาวง ร่วมกับแผนกค้นคว้านโยบายการค้า สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ได้นำเสนอปัจจัยสำคัญในการพัฒนา E-Commerce ดังนี้Modified:10/09/2021 16:24:42
-
สปป. ลาวสานต่อการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารคุ้มครองเงินได้จากภาษีอากร
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และนาย Lee Dong - Geon ผู้แทนกองทุนความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ประจำ สปป. ลาว (Economic Development Cooperation Fund: EDCF) ได้หารือเกี่ยวกับโครงการสร้างระบบข้อมูลข่าวสารคุ้มครองเงินได้จากภาษีอากร ของ สปป. ลาว (TaxRIS หรือระบบบริการด้านภาษีอากรแบบออนไลน์) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการที่จะใช้เงินกู้ยืมแบบมีเงื่อนไขผ่อนปรนจาก EDCF ปี 2563 - 2566Modified:01/09/2021 09:38:09
-
ADB ให้การสนับสนุน สปป.ลาวแล้วกว่า 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2564 นางสีสมบูน อุนาวง หัวหน้ากรมร่วมมือสากล กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว และนาง Sonomi Tanaka ผู้อํานวยการสํานักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจํา สปป. ลาว ร่วมเปิดการฝึกอบรมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดชื้อจัดจ้างเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดซื้อสำหรับโครงการ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก ADB ใน สปป. ลาว และเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมจาก ADB เพื่อเพิ่มทักษะและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของ ADB ประกอบด้วยการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอราคา การเบิกเงินกู้ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 50 คนจากหน่วยงานที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก ADBModified:27/07/2021 09:12:42
-
รัฐบาล สปป. ลาวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อปฏิรูปวิสาหกิจของรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาวจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการปฏิรูปวิสาหกิจของรัฐเพื่อให้สามารถสร้างกำไรและเพิ่มบทบาทในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงควรพิจารณาว่าวิสาหกิจใดสามารถสร้างรายรับให้กับรัฐบาลเพื่อรัฐบาล สปป. ลาวจะยังคงถือครองวิสาหกิจร้อยละ 100 หรือวิสาหกิจใดควรเปลี่ยนเป็นกิจการร่วมค้า (joint venture) หรือควรขายให้กับภาคเอกชน รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างและบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะการจัดจ้างผู้จัดการที่มีความสามารถและประสบการณ์เพื่อให้วิสาหกิจสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพModified:21/05/2021 13:32:24
-
การพัฒนาด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสารของ สปป. ลาวในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 ดร. ทันสะไหม กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และ การสื่อสาร สปป. ลาว รายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและการพัฒนาด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม และ การสื่อสารของ สปป. ลาว ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2554 กระทรวงไปรษณีย์ฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ปี 2573 ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับงานด้านไปรษณีย์ฯ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาคและ สากล โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการดำเนินงานด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร ของ สปป. ลาวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดังนี้Modified:26/01/2021 11:03:09
-
สปป. ลาวจะเปิดใช้ระบบพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 นายพุดสาลา ดนมาลา รองผู้อำนวยการธนาคารพัฒนาลาว และนางสมจิด พมมะทันสี ประธานบริษัท SB Lab 856 จำกัด ได้ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการใช้ระบบพิสูจน์ ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic know Your Customer: e-KYC) โดยมีนายบุนสะเหลิมไซ เคนนาวง รองรัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป. ลาว และผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:26/01/2021 10:01:05
-
สปป. ลาวศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบ smart card สำหรับแรงงานต่างประเทศใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 นางอานุสอน คำสิงสะหวัด หัวหน้ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานและจัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว และนายสุกสาคอน ใสทิลาด ประธานบริษัท Epapa Investment Sole จำกัด ได้ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบโปรแกรมฐานข้อมูลการ ออกใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างประเทศใน สปป. ลาว (smart card) โดยมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:26/01/2021 09:29:16
-
ลาวส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้แคมเปญ “ลาวเที่ยวลาว”
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2563 สปป. ลาวได้เปิดตัวแคมเปญ “ลาวเที่ยวลาว” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ กับภาคเอกชนของ สปป. ลาว ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้ประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมชั้นนำ โดยได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาล สปป. ลาว สวิตเซอร์แลนด์ และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของลักเซมเบิร์ก (Luxembourg Development Cooperation Agency) โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มทุน สนับสนุนและส่งเสริม การท่องเที่ยวภายในประเทศ และลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อภาคการท่องเที่ยว โดยมี สภาการค้าฯ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดแคมเปญดังกล่าวModified:25/01/2021 17:05:18
-
สปป. ลาวจะใช้ระบบ Big data ในการบริหารจัดการด้านแรงงาน
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2563 สถาบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท POSCO จำกัด และบริษัท PENTAGATE จำกัด ของเกาหลีใต้ จัดการประชุมหารือเกี่ยวกับการใช้ระบบ Big data ในการบริหารจัดการด้านแรงงานของ สปป. ลาว โดยมี นายวิละสัก อินทะปะถา หัวหน้าสถาบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว เป็นประธาน และมีผู้แทนจากแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นครหลวงเวียงจันทน์ กรมคุ้มครองแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและจัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว เข้าร่วม การจัดการประชุมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนเกาหลีใต้ ประจำ สปป. ลาว (Korea Trade-Investment Promotion Agency: KOTRA)Modified:25/01/2021 16:52:35
-
บริษัท ลาวโทรคมนาคม มหาชนเปิดใช้ระบบ 5G อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2563 บริษัท ลาวโทรคมนาคม มหาชน ได้จัดพิธีเปิดใช้ระบบ 5G อย่างเป็นทางการ โดยมีนายทันสะไหม กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป. ลาว นายสุพน จันทะวีไซ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงไปรษณีย์ฯ และลาวโทรคมนาคมเข้าร่วมModified:25/01/2021 16:29:38
-
ผลการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมและการค้าปี 2562 ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 และแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2563 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมและการค้าปี 2562 ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 และแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563 ผ่านระบบ video conference โดยมีรองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ หัวหน้าและรองหัวหน้ากรมต่าง ๆ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:25/01/2021 11:45:55
-
การเปิดใช้ระบบแจ้งภาษีประตูเดียวแห่งชาติลาว
สปป. ลาว ได้เปิดใช้ระบบการแจ้งภาษีประตูเดียวแห่งแรกอย่างเป็นทางการที่ท่านาแล้ง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าให้มีความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ โดยคาดว่าในอนาคตจะสามารถขยายผลการใช้ระบบดังกล่าวตามด่านสากลและสนามบินนานาชาติในทั่วประเทศModified:12/07/2019 21:33:21
-
รัฐบาล สปป. ลาว กู้เงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงการบริหารการเงินแห่งรัฐให้ทันสมัย
รัฐบาล สปป. ลาว ได้ลงนามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากสมาคมเพื่อการพัฒนาสากล (IDA) ของธนาคารโลกเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงการบริหารระบบการเงินแห่งรัฐให้เป็นระบบทันสมัย (E-FITS) และสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารการเงินแห่งรัฐ ทั้งนี้ จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจสามารถขยายตัวแบบยั่งยืนและมั่นคงModified:24/05/2019 18:56:43
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีไทยในเยอรมนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรีModified:10/12/2017 01:30:27
-
การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีไทยในเยอรมนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรีModified:10/12/2017 01:30:27
Sorted by relevance | Sort by date
