ค้นหา
-
มัลดีฟส์
สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 3 แสนกว่าคน แต่มีนักท่องเที่ยวถึง 5 ล้านคนต่อปี การท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของมัลดีฟส์เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่มัลดีฟส์มีรายได้สูงจากการท่องเที่ยวแต่กลับไม่มีการผลิตสินค้าเอง ทุกอย่างต้องนำเข้า จึงเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะส่งสินค้า/บริการไปขายในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ รวมทั้งเข้าไปลงทุนในสาขาท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
มัลดีฟส์ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยมีรายได้มากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้หลักของประเทศ แต่เหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2549 และวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้มัลดีฟส์ได้รับผลกระทบอย่างมาก มัลดีฟส์จึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ประเทศ อย่างไรก็ดี มัลดีฟส์มีสาขาประมงที่เข้มแข็งและเป็นรายได้สำคัญรองจากการท่องเที่ยว โดยมีปลาทูน่าเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
Modified:16/03/2015 13:08:28
-
บังกลาเทศ
บังกลาเทศ (Bangladesh) เป็นประเทศที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย เนื่องจากไทยและบังกลาเทศมีความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทั้งทางวิชาการและเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี รวมถึงการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการได้ในอุตสาหกรรมและบริการเกือบทุกประเภท นักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในต่างแดนจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้
Modified:16/03/2015 13:06:23
-
ซาอุดิอาระเบีย
ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย (The Kingdom of Saudi Arabia) หรือ ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ หรือตะวันออกกลาง มีความมั่งคั่งจากการเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซาอุฯ จึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ รัฐบาลซาอุฯ ยังตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันมากเกินไป จึงมีนโยบายที่จะกระจายการผลิตด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงงานและการเกษตร และส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น นับเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเสาะหาลู่ทางการค้าการลงทุนในราชอาณาจักรแห่งนี้
Modified:16/03/2015 13:05:35
-
บรูไน
บรูไน (Brunei) เป็นประเทศที่มีความมั่นคงสูง ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งรายได้หลักของบรูไนมาจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ที่สามารถผลิตได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ทั้งนี้ บรูไนส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 90 % ของการส่งออกทั้งหมด รายได้จากการส่งออกน้ำมันดังกล่าว มีหน่วยงานที่เรียกว่า Brunei Investment Agency (BIA) นำไปลงทุนในต่างประเทศ หรือร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งในรูปการถือหุ้น การซื้อพันธบัตรในประเทศต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามรัฐบาลของบูรไนยังมีความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในประเทศที่อาจหมดลงในอนาคต จึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง จุดนี้เป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนที่มีศักยภาพในตลาดบูรไน ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์
Modified:16/03/2015 13:04:41
-
ติมอร์ตะวันออก
เดิมที ติมอร์ตะวันออก (East Timor) ถูกปกครองโดยอินโดนีเซีย แต่ได้รับเอกราชมาในปี 2545 และเข้าร่วมองค์กรสหประชาชาติในปีเดียวกัน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น ติมอร์-เลสเต(Timor-Leste) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาโปรตุเกสด้วยความที่เป็นประเทศเกิดใหม่เพิ่งได้รับเอกราชและสงครามเพิ่งจบลง ติมอร์-เลสเตจึงขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน และบ้านเมืองยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ส่งผลให้นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน รัฐบาลติมอร์ตะวันออกจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจุดนี้คือโอกาสที่ไม่ควรพลาด สำหรับของนักลงทุนที่ต้องการเข้าไปแจ้งเกิดในตลาดเกิดใหม่
Modified:16/03/2015 13:02:18
-
สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
สาธารณรัฐเกาหลี (The Republic of Korea) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า เกาหลีใต้ (South Korea) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีใต้พัฒนาประเทศจนสามารถผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจจากประเทศที่ยากจนในช่วงสงครามเกาหลี โดยใช้เวลาเพียง 60 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น OECD APEC และมี FTA กับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เกาหลีใต้เป็นฐานการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งเพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคภายในประเทศกว่า 50 ล้านคนที่ประกอบด้วยกำลังแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งเป็นฐานการลงทุนเพื่อการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงที่สำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น ได้สะดวกในราคาต้นทุนที่สมเหตุผล
Modified:16/03/2015 12:59:53
-
อินโดนีเซีย
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในกำลังแรงงาน และมีแนวโน้มว่ากลุ่มชนชั้นกลาง จะมีการขยายตัวอันจะนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในด้านสินค้าและบริการ นอกจากนี้อินโดนีเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก แม้โดยภาพรวมแล้วอินโดนีเซียยังต้องการการพัฒนาอีกมาก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีต่างๆ แต่เศรษฐกิจและการลงทุนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก อีกทั้งผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนยังสูงอีกด้วย
ประเทศอินโดนีเซียมีการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงมาโดยตลอด โดยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศให้เป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ในอดีตการจ้างงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนมาจากภาคเกษตรกรรมทั้งสิ้น แต่ภายหลังภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ในส่วนของภาคบริการนั้นจะเน้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าปลีกและส่ง ซึ่งคิดเป็น 20% ของ GDP
Modified:16/03/2015 12:01:20
-
บาห์เรน
บาห์เรน (Bahrain) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรบาห์เรน (Kingdom of Bahrain) มีการส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลักมาตั้งแต่ปี 2475 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบาห์เรนมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ใน GCC รัฐบาลบาห์เรนจึงเร่งทำการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีนโยบายสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม รวมทั้งพัฒนาประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางด้านการเงินการธนาคารของภูมิภาค
Modified:16/03/2015 11:58:47
-
ฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์ (Philippines) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน และพันธมิตรอาเซียน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมายาวนาน สังคมฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ บุคลากรมีการศึกษาสูง และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ยิ่งกว่านั้นฟิลิปปินส์ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่ไม่น้อย ทั้งบนผืนดิน ใต้ดิน และในท้องทะเล อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และการเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ด้วยตนเองก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น
Modified:16/03/2015 11:44:45
-
กรอบการค้าเสรีกับเสียงสะท้อนขั้นต้นของเซี่ยเหมิน
หลังจากวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (中国-东盟自由贸易其/ ASEAN - China Free Trade Agreement) ก็ได้เริ่มขึ้นModified:12/03/2015 10:59:30
-
กรอบการค้าเสรีกับเสียงสะท้อนขั้นต้นของเซี่ยเหมิน
หลังจากวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (中国-东盟自由贸易其/ ASEAN - China Free Trade Agreement) ก็ได้เริ่มขึ้นModified:11/03/2015 18:13:25
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ศูนย์กลางชลประทานเฟยไหลเสีย เมืองชิงหย่วน มณฑลกวางตุ้ง
จากอดีตที่มณฑลกวางตุ้งประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก เกิดอุทกภัยบ่อยครั้ง เป็นผลทำให้ประชากรบาดเจ็บล้มตาย ที่ทำกินเสียหาย การคมนาคมติดขัด รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบไปด้วยModified:11/03/2015 16:01:57
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” กรมควบคุมเขื่อนเป่ยเจียง มณฑลกวางตุ้ง
ในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงโครงการศูนย์กลางชลประทานเฟยไหลเสีย เมืองชิงหย่วน ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำที่สำคัญของมณฑลกวางตุ้งไปแล้ว วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับเขื่อนเป่ยเจียง เขื่อนที่สำคัญเขื่อนหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมควบคุมเขื่อนเป่ยเจียง นั่นเองModified:11/03/2015 16:06:59
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” การพัฒนาเมืองจูไห่กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง มีการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสกลับไปสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้อีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสวนป่าไม้กงสุล ณ สวนสาธารณะไห่ปินModified:11/03/2015 16:19:28
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” การพัฒนาเมืองจูไห่กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง มีการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสกลับไปสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้อีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสวนป่าไม้กงสุล ณ สวนสาธารณะไห่ปินModified:11/03/2015 16:19:44
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” การปฏิรูปการบริการในโรงพยาบาลของมณฑลกวางตุ้ง
หากพูดถึงความสามารถด้านการแพทย์และยารักษาโรคแล้ว เราคงทราบกันดีว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประวัติด้านองค์ความรู้ทางการแพทย์มาเป็นเวลายาวนาน และมีวิวัฒนาการจากอดีตจนถึงปัจจุบันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั่วโลกต่างให้การยอมรับ แต่หากพูดถึงการให้บริการแล้ว หลายคนอาจยังไม่มั่นใจและยังคงหวาดกลัว หากเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลในประเทศจีนจะเป็นอย่างไรModified:11/03/2015 16:45:40
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” พาเที่ยวเมืองจำลองและหมู่บ้านวัฒนธรรมจีนเมืองเซินเจิ้น (ตอนที่ 1)
คนไทยหลายคนเมื่อได้ยินชื่อเมืองเซินเจิ้นคงต่างพากันนึกถึง “เมืองแห่งการช็อปปิ้ง” และคงจะนึกภาพแค่ว่าเมืองเซินเจิ้น เมืองใหม่ที่ประเทศจีนยกระดับให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษก็คงจะมีลักษณะเด่นแค่การค้า การลงทุน เพียงอย่างเดียModified:11/03/2015 15:34:53
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” เทศกาลแข่งเรือมังกรกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ของนครกวางโจว
ผ่านพ้นไปแล้วกับเทศกาลแข่งเรือมังกร หรือที่คนไทยเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง” (端午节) ซึ่งในปีนี้เป็นปีแรกที่ทางรัฐบาลจีนเล็งเห็นความสำคัญและต้องการฟื้นฟูเทศกาลสำคัญของจีน โดยประกาศให้เทศกาลสำคัญต่างๆ ของจีนเป็นวันหยุดราชการเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนที่ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเฉพาะบางเทศกาล เท่านั้นModified:11/03/2015 14:35:46
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” เทศกาลแข่งเรือมังกรกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ของนครกวางโจว
ผ่านพ้นไปแล้วกับเทศกาลแข่งเรือมังกร หรือที่คนไทยเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง” (端午节) ซึ่งในปีนี้เป็นปีแรกที่ทางรัฐบาลจีนเล็งเห็นความสำคัญและต้องการฟื้นฟูเทศกาลสำคัญของจีน โดยประกาศให้เทศกาลสำคัญต่างๆ ของจีนเป็นวันหยุดราชการเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนที่ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเฉพาะบางเทศกาล เท่านั้นModified:11/03/2015 14:35:50
-
ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน "แนะนำงานแสดงสินค้าไฮเทคของจีน 2009 (China Hi-Tech Fair 2009)"
ในปัจจุบันจีนนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าชั้นนำระดับโลก โดยหนึ่งในศูนย์กลางพัฒนาทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและไฮเทคโนโลยีในจีนนั้นก็คือเมืองเซินเจิ้นมณฑลกวางตุ้ง จากการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่โดดเด่นและต่อเนื่องของเมืองเซินเจิ้นรวมถึงการสนับสนุนให้เมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีของจีน ทางรัฐบาลกลางจึงได้มีดำริให้จัดงานแสดงสินค้าไฮเทคของจีน (China Hi-Tech Fair: CHTF) ขึ้นที่เมืองเซินเจิ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 โดยได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี นับเป็นงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีงานแรกของจีนและเป็นงานแสดงสินค้าด้านไฮเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของจีนซึ่งเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศModified:11/03/2015 14:00:47
Sorted by relevance | Sort by date
