ค้นหา
-
โอกาสสินค้าเกษตรไทยในตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรแห่งใหม่ของจีน
สินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่เข้ามาจำหน่ายในนครเซี่ยงไฮ้ หากเข้ามาโดยตรงทางท่าเรือเซี่ยงไฮ้จะมีตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรหลงอู๋ (Shanghai Longwu Imported Fruit and Vegetable Wholesale Trading Market) เป็นศูนย์กลางรองรับ โดยสินค้านำเข้าทั้งหลายสามารถขนส่งตรงมาที่นี่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบด้านสุขอนามัยและพิธีการด้านศุลกากร ก่อนที่พ่อค้าขายส่งทั้งหลายจะนำไปจำหน่ายต่อให้ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกทั่วไป
Modified:27/08/2013 16:01:48
-
นครเซี่ยงไฮ้ หลังการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจจีน ปี 2521” ตอนที่ 4 (การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์)
อุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมสำคัญของจีนที่มีพัฒนาการเคียงคู่กับการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งได้สะท้อนรูปแบบการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของจีนที่เริ่มต้นจากการดึงดูดเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ไปสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่มียอดขายและยอดส่งออกในอันดับต้นของโลกในปัจจุบัน และมีทิศทางการพัฒนาในอนาคตที่ต้องการผลิตรถยนต์ยี่ห้อของจีนเองที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจในประเทศ รวมถึงเป็นทิศทางการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับจีนต่อไป
Modified:27/08/2013 16:01:47
-
นครเซี่ยงไฮ้ หลังการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจ ปี 2521” ตอนที่ 5 (การพัฒนาภาคธุรกิจในแนวทางของจีน...กรณีศึกษา บริษัท Baosteel)
จากบทความ 4 ตอนที่ผ่านมาที่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้นำเสนอพัฒนาการด้านต่างๆ ที่สำคัญของประเทศจีน โดยมีนครเซี่ยงไฮ้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักในการปฎิรูปเศรษฐกิจ การเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมของจีนนั้น ในบทความตอนนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาภาคธุรกิจตามแนวทางที่เป็นลักษณะเฉพาะของจีน ภายหลังการเปิดประเทศ และปฎิรูปเศรษฐกิจ ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นธุรกิจในระดับแนวหน้าของโลก ผ่านกรณีศึกษาของบริษัท Shanghai Baosteel Group Corporation ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในอุตสาหกรรมเหล็กของจีนที่จัดตั้งฐานธุรกิจในนครเซี่ยงไฮ้ ในระยะแรกภายหลังการเปิดประเทศ จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกลุ่มธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน และก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตเหล็กใหญ่อันดับ 5 ของโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเข้าใจทิศทางการพัฒนาภาคธุรกิจของจีน โดยมีมุมมองที่น่าสนใจ ดังนี้
Modified:27/08/2013 16:01:47
-
เครือข่ายเชื่อมโยงคมนาคมในยูนนานรุดหน้า: โอกาสเชื่อมไทยกับจีนตะวันตก
แม้ยูนนานจะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เนื่องด้วยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น มีอาณาเขตติดต่อเวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ และอยู่ใกล้ไทย กัมพูชา บังกลาเทศ และอินเดีย เมื่อเดือน พ.ค. 2554 รัฐบาลจีนจึงได้อนุมัติยุทธศาสตร์ป้อมหัวสะพาน (Bridgehead Strategy) หรือภาษาจีนเรียกว่า “เฉียวโถวเป่า” ให้มณฑลยูนนานเป็น “ป้อมปราการด่านแรก” ของภาคตะวันตกของจีน เพื่อเชื่อมดินแดนจีนตอนในกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการแสวงหาทางออกสู่ทะเล การจะเป็น “ป้อมหัวสะพาน” ที่สมบูรณ์แบบ จำเป็นต้องมีเครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูง ในแต่ละปี รัฐบาลมณฑลยูนนานทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อพัฒนาโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีความก้าวหน้า สมกับการเป็นเมืองหน้าด่านด้านตะวันตกของจีนอย่างแท้จริงModified:27/08/2013 16:02:18
-
เศรษฐกิจโปรตุเกสมีแนวโน้มฟื้นตัว
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2556 สนง.สถิติแห่งชาติโปรตุเกสได้เผยแพร่รายงานประมาณการเบื้องต้นของเศรษฐกิจโปรตุเกสประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2556 ซึ่งรายงานดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. GDP เศรษฐกิจโปรตุเกสประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2556 หดตัว 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ทั้งนี้…Modified:27/09/2013 18:10:14
-
กรุงฮานอยตั้งเป้าการพัฒนาในปี 2557
ในปี 2557 กรุงฮานอยตั้งเป้าการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การรักษาเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจมหภาค การยกระดับคุณภาพของการลงทุน และการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้แรงงานได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งแผนการพัฒนาในข้างต้นได้รับการสนับสนุนโดยนาย บุ่น กวาง วิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุนModified:05/09/2013 09:23:30
-
China XD ยักษ์ใหญ่อุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าของจีนจากส่านซีเบนเข็ม! เร่งเปิดตลาดในเอเชียและแอฟริกาแทนสหภาพยุโรปและอเมริกา
XD Group (中国西电集团有限公司)รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์รายใหญ่ของจีนโดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนให้ก้าวออกไปลงทุนยังต่างประเทศ ล่าสุดเล็งขยายการลงทุนในเอเชียและแอฟริกาแทนสหภาพยุโรปและอเมริกาที่กำลังซื้อลดลงModified:23/08/2013 09:03:43
-
เวียดนามกินรวบ “การค้าผลไม้” กับกว่างซี
ช่วง 7 เดือนแรกปี 56 ยอดการนำเข้าส่งออกผลไม้ของกว่างซีคิดเป็นน้ำหนักกว่า 5.14 แสนตัน มาเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากมณฑลกวางตุ้งModified:22/08/2013 08:52:51
-
จีนเตรียมเปิดตลาดนำเข้าน้ำมันดิบ โรงกลั่นน้ำมันที่ได้รับการอนุญาตนำเข้าน้ำมันมีมากขึ้น
ทางการจีนกำลังพิจารณาเปิดตลาดน้ำมันดิบ โดยแบ่งโควต้าการนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันที่พิจารณาแล้วได้มาตรฐาน นอกเหนือจากรัฐวิหากกิจที่เป็นผู้นำเข้าอยู่ ซึ่งในรายงาน ความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงและการปรับโครงสร้างการส่งออกและการนำเข้า ของสำนักงานคณะรัฐมนตรีจีนที่ประกาศ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 56 ระบุว่า ทางการจีนจะอนุญาตให้โรงกลั่นน้ำมันที่ได้มาตรฐานในด้านรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและการใช้พลังงานสามารถนำเข้าน้ำมันดิบมากขึ้นModified:20/08/2013 15:23:39
-
นักลงทุนไทยสนใจลงทุนในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น
เวียดนามเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครโฮจิมินห์ ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงควรปรับยุทธศาสตร์การลงทุน ให้มากกว่าการมุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวModified:23/08/2013 09:47:25
-
อัญมณีและเครื่องประดับ
สินค้าในกลุ่มอัญมณี และเครื่องประดับ นับเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งในฐานะที่เป็นแหล่งอัญมณีที่มีคุณภาพรวมทั้งภูมิปัญญา และฝีมือในการเจียระไนเพชรพลอย ตลอดจนการรังสรรค์เครื่องประดับได้อย่างประณีตสวยงามทรงคุณค่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
ในแง่มูลค่าการค้าไทยมีการส่งออกเครื่องประดับแท้ ได้แก่ เครื่องประดับทอง เงิน แพลทินัม และอื่นๆ มากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ส่งออกเพชรเจียระไนประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และมีมูลค่าการส่งออกพลอยสีต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยมีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน รวมถึงอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
ยานยนต์และชิ้นส่วน
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนมายาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคเอเชีย ดังจะเห็นได้จากยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2555 ที่ผ่านมาซึ่งไทยสามารถผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 2,453,717 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดรอบ 51 ปี และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลกไปแล้วในขณะนี้
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยส่งออกไปขายทั่วโลกมีตลาดใหญ่ที่สุดคือ เอเชีย คิดเป็นสัดส่วน 32% ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยตะวันออกกลาง 26% ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย 20% อเมริกาใต้ 12% ยุโรป 7% และแอฟริกาใต้ 3%
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ราว7,300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 4,272.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเครื่องนุ่งห่ม 2,949.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนนับเป็นตลาดที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสูงสุดถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีการส่งออกผ้าผืนไปยังเวียดนาม และพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีตลาดกัมพูชาที่นิยมเครื่องนุ่งห่มของไทย นอกเหนือจากการเป็นตลาดการส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทยแล้ว อาเซียนยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น สินค้าสิ่งทอของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนด้านแรงงานถูกกว่า และในบางประเทศยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
น้ำตาล
น้ำตาล ถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity goods) ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาที่อิงราคาตลาดโลก โดยปัจจุบันไทยมีโรงงานน้ำตาลอยู่กว่า 40 แห่ง กระจายอยู่ตามแหล่งปลูกอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต จนกลายเป็นผลผลิตน้ำตาลทรายราว 80 ล้านกระสอบต่อปี ซึ่งคนไทยมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 30 กิโลกรัม/คน/ปี ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 มีการบริโภคน้ำตาลทรายในประเทศจำนวน 450,621.70 ตัน ในขณะที่การบริโภคในต่างประเทศอยู่ระหว่าง 10-70 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็นการบริโภคโดยรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2555 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4%
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นสำคัญ เน้นการจ้างงานช่างฝีมือภายในประเทศ และประมาณร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตเพื่อส่งออก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย คือ ไม้ยางพาราจึงเกิดการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก และมีการนำไม้ยางพารามาใช้ประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องของไม้ยางพาราเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ในบรรดาสัตว์ปีกเศรษฐกิจ “ไก่” ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากที่สุด เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว ราคาไม่สูงมาก มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ และให้พลังงานต่ำกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นๆ โดยอัตราการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยในช่วง 2551-2555 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.77 ต่อปี โดยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.25 และคาดว่าในปี 2556 จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60
การผลิตไก่เนื้อของไทยนั้นมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานและมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.91 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งสินค้าเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์ที่กลับมาเปิดตลาดให้ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
Modified:15/08/2013 10:36:45
-
ข้าว
“ข้าวไทย” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และถึงแม้ในระยะหลัง “ข้าวไทย” จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณการผลิตและราคาของประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม หรือแม้กระทั่งการพัฒนาพันธุ์ข้าวของสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ “ข้าวไทย” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาตลาดส่งออกข้าวไทยรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดสำคัญยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา นอกจากนี้ ยังกระจายไปในยุโรป อเมริกา และประเทศในแถบแปซิฟิกใต้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปเจาะตลาดต่างๆทั่วโลก คือชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกประกอบกับข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพด้านรสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกปากของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ชาวเอเชียซึ่งบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก รวมถึงประเทศที่สามารถปลูกข้าวเองได้แต่ยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ อาทิ บังคลาเทศ โอมาน ไนจีเรีย นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดต่างประเทศที่แม้ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวไทยก็ถือเป็นสินค้า premium สำหรับผู้มีรายได้ดีหรือเป็นที่นิยมในหมู่นักการทูตหรือเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในประเทศนั้นๆ เช่น เนปาล เป็นต้น
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
ผักและผลไม้
ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%
Modified:15/08/2013 10:36:20
Sorted by relevance | Sort by date
