ค้นหา
-
ชิลี
ชิลี มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐชิลี” เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับจากธนาคารโลก ให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Doing Business 2013) เป็นอันดับ 37 ของโลก โดยมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ ความสะดวกในการจัดตั้งบริษัทหรือเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ในปี 2554 ยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด เป็นอันดับที่ 24 ของโลกด้วย
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมืองของชิลี รวมถึงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน ความตกลงการค้าที่ชิลีลงนามกับหลายประเทศทั่วโลก ระบบการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประกอบกับลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของชิลี และการจัดตั้งเขตปลอดภาษีในเมืองอิกิเก (Iquique) ทางภาคเหนือ และ เมืองปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) ทางภาคใต้ ทำให้ชิลีสามารถเป็นประตูการค้าสำหรับสินค้าไทยในการขยายเข้าสู่ตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกาได้
Modified:16/03/2015 13:25:46
-
แคนาดา
แคนาดาเป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลกและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นประเทศเดียวในกลุ่มจี 8 ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะแคนาดามีมาตรการการค้าที่เสรีและโปร่งใสมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และเป็นประเทศที่พึ่งพิงการค้ากับต่างประเทศเป็นหลัก โดยสัดส่วนการค้าต่อ GDP สูงถึงร้อยละ 45 สำหรับการส่งออก และร้อยละ 40 สำหรับการนำเข้า รูปแบบการค้าและการลงทุนของแคนาดาจะพึ่งพิงกับสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก อีกทั้งยังมีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North American Free Trade Agreement: NAFTA) ซึ่งยิ่งช่วยเสริมมูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศให้มากยิ่งขึ้น
Modified:16/03/2015 13:19:30
-
เม็กซิโก
สหรัฐเม็กซิโก (United Mexican States) เป็นประเทศที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง รัฐบาลมีการสนับสนุนทางการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะการส่งออก ที่มีการเติบโตติดอันดับ 1 ใน 15 ประเทศผู้ส่งออกสูงสุดของโลก และยังเป็นประเทศที่มีข้อได้เปรียบทางต้นทุนการผลิต (Manufacturing Cost Advantage) เมื่อเปรียบเทียบข้อได้เปรียบทางต้นทุนกับสหรัฐอเมริกาแล้ว เม็กซิโกมีต้นทุนต่ำกว่าสหรัฐฯ ที่ 20.5% และเมื่อเทียบกับประเทศจีน อินเดีย บราซิล และแคนาดา เม็กซิโกยังคงมีความสามารถทางการผลิตสินค้าได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ
เศรษฐกิจเม็กซิโกมีการเติบโตอย่างชัดเจนจากการลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรี NAFTA ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ทำให้สภาพเศรษฐกิจของเม็กซิโกกลายเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา บริษัทต่างชาติที่สำคัญได้เข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตและการค้าในประเทศเม็กซิโก เช่น ยุโรป อเมริกาใต้ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน
Modified:16/03/2015 13:18:56
-
ตุรกี
สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) ถือเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศมุสลิมอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนตะวันออกกลาง ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด ตุรกีมีนโยบายการเมืองใกล้ชิดกับชาติตะวันตก โดยเป็นสมาชิก NATO, OECD และสหภาพศุลกากร (Customs Union) ของยุโรป รัฐบาลตุรกีมีเสถียรภาพสูง พรรครัฐบาลได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนเนื่องจากได้ฟื้นฟูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดภาวะเงินเฟ้อ และเปิดให้ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมบทบาทของประเทศในการเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของรัฐบาลตุรกีได้แก่ ปัญหาผู้ก่อการร้ายชาวเคิร์ด (PKK) และปัญหาไซปรัส
Modified:16/03/2015 13:09:19
-
มัลดีฟส์
สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 3 แสนกว่าคน แต่มีนักท่องเที่ยวถึง 5 ล้านคนต่อปี การท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของมัลดีฟส์เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่มัลดีฟส์มีรายได้สูงจากการท่องเที่ยวแต่กลับไม่มีการผลิตสินค้าเอง ทุกอย่างต้องนำเข้า จึงเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะส่งสินค้า/บริการไปขายในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ รวมทั้งเข้าไปลงทุนในสาขาท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
มัลดีฟส์ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยมีรายได้มากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้หลักของประเทศ แต่เหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2549 และวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้มัลดีฟส์ได้รับผลกระทบอย่างมาก มัลดีฟส์จึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ประเทศ อย่างไรก็ดี มัลดีฟส์มีสาขาประมงที่เข้มแข็งและเป็นรายได้สำคัญรองจากการท่องเที่ยว โดยมีปลาทูน่าเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
Modified:16/03/2015 13:08:28
-
มองโกเลีย
สาธารณรัฐมองโกเลีย (Republic of Mongolia) เป็นประเทศในทวีปเอเชียที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มองโกเลียเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิมองโกลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งต่อมาได้ยึดอำนาจเข้าปกครองจีน และได้รับเอกราชจากการช่วยเหลือของสหภาพโซเวียต ซึ่งส่งผลให้สหภาพโซเวียตเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของมองโกเลีย และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพโซเวียตทำให้ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศลดลง และส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในมองโกเลียในช่วงที่มองโกเลียกำลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบตลาดเสรี มองโกเลียจึงเร่งเปิดประตูสู่นานาชาติมากขึ้น
Modified:16/03/2015 13:07:47
-
บังกลาเทศ
บังกลาเทศ (Bangladesh) เป็นประเทศที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย เนื่องจากไทยและบังกลาเทศมีความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทั้งทางวิชาการและเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี รวมถึงการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการได้ในอุตสาหกรรมและบริการเกือบทุกประเภท นักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในต่างแดนจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้
Modified:16/03/2015 13:06:23
-
ซาอุดิอาระเบีย
ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย (The Kingdom of Saudi Arabia) หรือ ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ หรือตะวันออกกลาง มีความมั่งคั่งจากการเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซาอุฯ จึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ รัฐบาลซาอุฯ ยังตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันมากเกินไป จึงมีนโยบายที่จะกระจายการผลิตด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงงานและการเกษตร และส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น นับเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเสาะหาลู่ทางการค้าการลงทุนในราชอาณาจักรแห่งนี้
Modified:16/03/2015 13:05:35
-
บรูไน
บรูไน (Brunei) เป็นประเทศที่มีความมั่นคงสูง ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งรายได้หลักของบรูไนมาจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ที่สามารถผลิตได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ทั้งนี้ บรูไนส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 90 % ของการส่งออกทั้งหมด รายได้จากการส่งออกน้ำมันดังกล่าว มีหน่วยงานที่เรียกว่า Brunei Investment Agency (BIA) นำไปลงทุนในต่างประเทศ หรือร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งในรูปการถือหุ้น การซื้อพันธบัตรในประเทศต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามรัฐบาลของบูรไนยังมีความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในประเทศที่อาจหมดลงในอนาคต จึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง จุดนี้เป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนที่มีศักยภาพในตลาดบูรไน ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์
Modified:16/03/2015 13:04:41
-
ติมอร์ตะวันออก
เดิมที ติมอร์ตะวันออก (East Timor) ถูกปกครองโดยอินโดนีเซีย แต่ได้รับเอกราชมาในปี 2545 และเข้าร่วมองค์กรสหประชาชาติในปีเดียวกัน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น ติมอร์-เลสเต(Timor-Leste) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาโปรตุเกสด้วยความที่เป็นประเทศเกิดใหม่เพิ่งได้รับเอกราชและสงครามเพิ่งจบลง ติมอร์-เลสเตจึงขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน และบ้านเมืองยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ส่งผลให้นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน รัฐบาลติมอร์ตะวันออกจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจุดนี้คือโอกาสที่ไม่ควรพลาด สำหรับของนักลงทุนที่ต้องการเข้าไปแจ้งเกิดในตลาดเกิดใหม่
Modified:16/03/2015 13:02:18
-
สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
สาธารณรัฐเกาหลี (The Republic of Korea) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า เกาหลีใต้ (South Korea) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีใต้พัฒนาประเทศจนสามารถผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจจากประเทศที่ยากจนในช่วงสงครามเกาหลี โดยใช้เวลาเพียง 60 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น OECD APEC และมี FTA กับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เกาหลีใต้เป็นฐานการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งเพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคภายในประเทศกว่า 50 ล้านคนที่ประกอบด้วยกำลังแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งเป็นฐานการลงทุนเพื่อการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงที่สำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น ได้สะดวกในราคาต้นทุนที่สมเหตุผล
Modified:16/03/2015 12:59:53
-
อินโดนีเซีย
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในกำลังแรงงาน และมีแนวโน้มว่ากลุ่มชนชั้นกลาง จะมีการขยายตัวอันจะนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในด้านสินค้าและบริการ นอกจากนี้อินโดนีเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก แม้โดยภาพรวมแล้วอินโดนีเซียยังต้องการการพัฒนาอีกมาก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีต่างๆ แต่เศรษฐกิจและการลงทุนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก อีกทั้งผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนยังสูงอีกด้วย
ประเทศอินโดนีเซียมีการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงมาโดยตลอด โดยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศให้เป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ในอดีตการจ้างงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนมาจากภาคเกษตรกรรมทั้งสิ้น แต่ภายหลังภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ในส่วนของภาคบริการนั้นจะเน้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าปลีกและส่ง ซึ่งคิดเป็น 20% ของ GDP
Modified:16/03/2015 12:01:20
-
บาห์เรน
บาห์เรน (Bahrain) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรบาห์เรน (Kingdom of Bahrain) มีการส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลักมาตั้งแต่ปี 2475 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบาห์เรนมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ใน GCC รัฐบาลบาห์เรนจึงเร่งทำการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีนโยบายสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม รวมทั้งพัฒนาประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางด้านการเงินการธนาคารของภูมิภาค
Modified:16/03/2015 11:58:47
-
ฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์ (Philippines) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน และพันธมิตรอาเซียน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมายาวนาน สังคมฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ บุคลากรมีการศึกษาสูง และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ยิ่งกว่านั้นฟิลิปปินส์ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่ไม่น้อย ทั้งบนผืนดิน ใต้ดิน และในท้องทะเล อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และการเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ด้วยตนเองก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น
Modified:16/03/2015 11:44:45
-
อินเดีย
อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งในเอเชียที่ได้รับความสนใจไม่น้อยกว่าจีน ทั้งในมิติของการเมืองระหว่างประเทศ ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยปีละ 8% ส่งผลให้ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นและกลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับจนถึงระดับสูง ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบริการทางธุรกิจสำหรับการส่งออก ประกอบกับบทบาทเด่นชัดในการพัฒนาด้านการเงิน วิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ ยาและเวชภัณฑ์ที่ทันสมัย ภาคการเกษตรพัฒนาและผันผวนน้อยลง พร้อมกับเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น
Modified:16/03/2015 11:43:42
-
ผู้ออกบูธควรทราบ!! ปรับมาตรการเป็นการเฉพาะสำหรับการนำเข้าสินค้าเพื่อจัดแสดงในงาน EXPO Milano
สหภาพยุโรปออกระเบียบคณะกรรมาธิการยุโรปที่ 2015/329 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ปรับมาตรฐานสาธารณสุขของคนและสัตว์เป็นการเฉพาะสำหรับการนำเข้าสินค้าเพื่อจัดแสดงในงาน EXPO Milano ณ เมืองมิลานประเทศอิตาลี เนื่องจากประเทศอิตาลีจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน EXPO Milano 2015 ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 ตุลาคม 2558 ณ เมืองมิลาน ภายใต้แนวคิด “Feeding the Planet – Energy for Life” โดยคาดว่าจะมีประเทศที่เข้าร่วมงานกว่า 150 ประเทศ และจะมีการนำสินค้าอาหารที่มีเนื่อสัตว์/ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเข้าร่วมแสดงในงานดังกล่าว ซึ่งโดยทั่วไปการนำเข้าสินค้าอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบจะต้องผ่านการรับรองตามที่สหภาพฯ กำหนด อย่างไรก็ดี มีบางประเทศผู้เข้าร่วมงานที่ปกติแล้วจะไม่ได้รับการรับรองให้สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่สหภาพฯ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการปรับมาตรการบางอย่างเพื่อให้สามารถนำเข้าสินค้าที่อาจจะยังไม่ได้รับมาตรฐานของสหภาพฯ สำหรับการเข้าร่วมงานนี้โดยเฉพาะ...Modified:16/03/2015 10:35:54
-
งานแสดงสินค้าธุรกิจบันเทิงอลังการที่สุดในเอเชีย “FILMART 2015” ครั้งที่ 19 วันที่ 23-26 มี.ค.นี้
ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องไม่เพียงแต่จะขึ้นแท่นเป็นหนังทำเงินในประเทศ แต่สามารถโกยรายได้มหาศาลจากต่างประเทศด้วยเช่นกัน ทำให้ปัจจุบันดาราไทยจำนวนไม่น้อยโกอินเตอร์ และมีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลกModified:16/03/2015 14:59:39
-
กรอบการค้าเสรีกับเสียงสะท้อนขั้นต้นของเซี่ยเหมิน
หลังจากวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (中国-东盟自由贸易其/ ASEAN - China Free Trade Agreement) ก็ได้เริ่มขึ้นModified:12/03/2015 10:59:30
-
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองของสวิสเซอร์แลนด์
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์นรายงานความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจที่สำคัญในสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงที่ผ่านมา ดังนี้
การยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินฟรังก์สวิส – ยูโร เมื่อ 7 ก.พ. 2558 นาย Thomas Jordan ปธ.ธนาคารแห่งชาติสวิส (Swiss National Bank: SNB) ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกภายหลังการยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินฟรังก์สวิส – ยูโร เมื่อ 15 ม.ค. 2558 โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสวิตฯ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ SNB ต้องใช้เงินถึงกว่า 6 แสนล้านฟรังก์สวิส (เท่ากับมูลค่า GDP ของสวิตฯ) ภายใน 6 เดือนในการแทรกแซงค่าเงินเพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยน โดย SNB ได้พิจารณาแล้วว่าช่วงกลางเดือน ม.ค. ดังกล่าว ตลาดมีสภาพคล่อง โดยแม้ขณะนี้ค่าเงินฟรังก์สวิสจะยังคงสูง แต่เชื่อว่าจะปรับตัวสู่อัตราที่มั่นคงต่อไป นอกจากนี้ นาย Jordan กล่าวด้วยว่า มีเพียง ครม.สวิสเท่านั้นที่ทราบล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนการประกาศมาตรการดังกล่าว จึงไม่มี insider trading โดย IMF และธนาคารกลางยุโรปทราบภายหลังเริ่มใช้มาตรการ แต่ก็เข้าใจการตัดสินใจของ สวิตฯ อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวเริ่มปรากฏผลกระทบ โดยสหภาพแรงงานในสวิตฯ เริ่มแสดงความห่วงกังวลต่อแผนของบริษัทต่าง ๆ ที่จะลดค่าแรงหรือจ่ายค่าแรงเป็นเงินยูโรสำหรับแรงงานชายแดนที่มีถิ่นพำนักนอกสวิตฯ และ เพิ่มจำนวนชั่วโมงในการทำงาน เพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นจากการยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยน...
Modified:13/03/2015 10:18:07
-
เจาะลึกฮกเกี้ยน:เกาะจินเหมินของไต้หวัน แหล่งช๊อปปิ้งแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่
เกาะคีมอยหรือเกาะจินเหมิน(金门-Kinmen)ของไต้หวันเป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเซี่ยเหมินจะต้องไปเยือน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองและสินค้าพื้นเมืองมีชื่อทำให้เกาะจินเหมินได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเซี่ยเหมินในฐานะเป็นแหล่งช๊อปปิ้งของฝากแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเซี่ยเหมินModified:11/03/2015 18:33:23
Sorted by relevance | Sort by date
