ค้นหา
-
ผุด ! โรงภาพยนตร์ “ซิงเหม่ยกั๋วจี้” ขนาดใหญ่ที่สุดในจีนตะวันตกที่นครเฉิงตู
เมื่อเศรษฐกิจก้าวหน้าพัฒนาอย่างยิ่งยวด ประชาชนในพื้นที่ต่างมีรายได้เข้ากระเป๋าเป็นจำนวนมากขึ้น ทำให้ความต้องการที่จะบริโภคสินค้าที่แปลกใหม่ รวมถึงหันมาให้ความสนใจในการแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นครเฉิงตู ศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนตะวันตก
Modified:22/08/2013 14:31:35
-
China XD ยักษ์ใหญ่อุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าของจีนจากส่านซีเบนเข็ม! เร่งเปิดตลาดในเอเชียและแอฟริกาแทนสหภาพยุโรปและอเมริกา
XD Group (中国西电集团有限公司)รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์รายใหญ่ของจีนโดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนให้ก้าวออกไปลงทุนยังต่างประเทศ ล่าสุดเล็งขยายการลงทุนในเอเชียและแอฟริกาแทนสหภาพยุโรปและอเมริกาที่กำลังซื้อลดลงModified:23/08/2013 09:03:43
-
ผลสำรวจยืนยันชนชั้นกลางจีนเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด และชอบเที่ยวเองมากกว่าไปกับทัวร์
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 56 เว็บไซต์จองโรงแรมทั่วโลกออนไลน์ Hotels.com ได้ประกาศ รายงานการสำรวจนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวต่างประเทศประจำปี 2556 โดยระบุว่า จากรายได้ของชนชั้นกลางชาวจีนที่เพิ่มสูงขึ้น การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะชนชั้นเศรษฐีอีกต่อไปแล้ว ปัจจุบันกลุ่มชาวจีนรายได้ชั้นกลางได้ครองสัดส่วนกลุ่มคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนร้อยละ 70 เลือกที่จะไปเที่ยวด้วยตนเอง มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 30 ที่เลือกท่องเที่ยวไปกับคณะทัวร์Modified:23/08/2013 14:56:50
-
เตรียม “สราญ” หรือ “สลด”..? เมื่อจีนเริ่มใช้ “กฎเหล็ก” การท่องเที่ยว 1 ต.ค. 2556 นี้
เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนกว่าเท่านั้น จีนก็จะเริ่มใช้กฎหมายท่องเที่ยวที่เนื้อหาส่วนหนึ่งคุมเข้มไม่ให้มี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และพฤติกรรมบังคับซื้อของหรือเพิ่มจุดแวะซื้อของระหว่างท่องเที่ยวแล้ว ทว่า กฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบถึงตลาดการท่องเที่ยวทั้งในจีนและต่างประเทศ (รวมถึงไทย) โดยเฉพาะราคาค่าทัวร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจไม่น้อยสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งที่ชื่นชอบทัวร์ราคาถูกModified:21/08/2013 15:05:43
-
กว่างซีฟื้นเที่ยวเรือสำราญข้ามชาติสู่ฮาลองเบย์เวียดนาม
หลังจากเส้นทางล่องเรือสำราญจีน-เวียดนามกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ลูกค้าล้นหลามจนต้องขยายเที่ยวบริการเพิ่มอีกModified:22/08/2013 08:36:58
-
จีนเตรียมร่างแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 56 ทางการจีนเผยว่า ปีนี้เป็นปีสำคัญสำหรับการดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเริ่มดำเนินการร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ซึ่งจะครอบคลุมระหว่างปี 2559 ถึงปี 2563Modified:23/08/2013 10:03:19
-
เริ่ม “สะดุด” ยอดนักท่องเที่ยวขาเข้าของกว่างซีขยับเล็กน้อย อาเซียนยังเป็นแหล่งลูกค้ารายใหญ่
หลังยุคเฟื่องฟูตลอด 3 ปีที่ผ่านมาของตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound visitor) ของกว่างซี ปัจจุบัน ยอดนักท่องเที่ยวเริ่มเข้าสู่ภาวะ “นิ่ง” อัตราขยายตัวปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยModified:21/08/2013 08:37:51
-
คลังสมองจีนชี้ : ภาวะหนี้สินจีนไม่เกิดวิกฤตในระยะสั้น แต่ต้องปฏิรูประบบการเงิน
ศูนย์การวิจัยการพัฒนาภายใต้สังกัดคณะรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นคลังสมองเบอร์หนึ่งของจีน ได้เผยรายงานระบุว่า ตั้งแต่สิ้นปี 2553 จนถึงปัจจุบัน มูลค่าหนี้สินของรัฐบาลจีนเท่ากับ 11.3 ล้านล้านหยวน โดยอัตราสินทรัพย์และหนี้สินในภาคสาธารณะของจีนอยู่ในระดับกลางตามมาตรฐานสากล ดังนั้น คงยังไม่เกิดวิกฤตหนี้สินในระยะสั้น แต่รายงานเตือนว่า ตามที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างรายได้และรายจ่ายขยายกว้างมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สินของสินทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นModified:23/08/2013 10:00:37
-
กว่างซี-กว่างตงจับมือปั้นโมเดล “เขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามมณฑล” แห่งแรกในจีน
“เขตสาธิตพิเศษความร่วมมือกวางตุ้ง-กว่างซี” (粤桂合作特别试验区) นับเป็นปรากฎการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของ “การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจข้ามมณฑล” แห่งแรกของประเทศจีนModified:20/08/2013 08:25:03
-
“มะม่วงเถียนตง” ของกว่างซี คู่แข่งมะม่วงไทยตัวจริง
ความได้เปรียบทางสภาพภูมิศาสตร์ ทำให้เขตฯ กว่างซีจ้วงเป็นแหล่งผลิตผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญของจีน โดยเฉพาะมะม่วง ลิ้นจี่ และลำไยModified:19/08/2013 08:55:54
-
ยานยนต์และชิ้นส่วน
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนมายาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคเอเชีย ดังจะเห็นได้จากยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2555 ที่ผ่านมาซึ่งไทยสามารถผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 2,453,717 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดรอบ 51 ปี และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลกไปแล้วในขณะนี้
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยส่งออกไปขายทั่วโลกมีตลาดใหญ่ที่สุดคือ เอเชีย คิดเป็นสัดส่วน 32% ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยตะวันออกกลาง 26% ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย 20% อเมริกาใต้ 12% ยุโรป 7% และแอฟริกาใต้ 3%
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก
ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
Modified:15/08/2013 10:39:33
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
ข้าว
“ข้าวไทย” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และถึงแม้ในระยะหลัง “ข้าวไทย” จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณการผลิตและราคาของประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม หรือแม้กระทั่งการพัฒนาพันธุ์ข้าวของสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ “ข้าวไทย” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาตลาดส่งออกข้าวไทยรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดสำคัญยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา นอกจากนี้ ยังกระจายไปในยุโรป อเมริกา และประเทศในแถบแปซิฟิกใต้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปเจาะตลาดต่างๆทั่วโลก คือชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกประกอบกับข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพด้านรสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกปากของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ชาวเอเชียซึ่งบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก รวมถึงประเทศที่สามารถปลูกข้าวเองได้แต่ยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ อาทิ บังคลาเทศ โอมาน ไนจีเรีย นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดต่างประเทศที่แม้ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวไทยก็ถือเป็นสินค้า premium สำหรับผู้มีรายได้ดีหรือเป็นที่นิยมในหมู่นักการทูตหรือเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในประเทศนั้นๆ เช่น เนปาล เป็นต้น
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
ผักและผลไม้
ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%
Modified:15/08/2013 10:36:20
-
นครเฉิงตูเนื้อหอม! สื่อยก เมืองชั้นนำเปี่ยมศักยภาพสำหรับจัดงานแฟร์ในจีน
จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจของนครเฉิงตูในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กอปรกับการที่นครเฉิงตูได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุม “Fortune Global Forum 2013” ครั้งที่ 12 เมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมทั้งการประชุมนานาชาติอีกมากมายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 ส่งผลให้ในขณะนี้ นครเฉิงตูได้กลายเป็นสถานีปลายทางอันดับต้นๆ ในจีนของการจัดแสดงนิทรรศการและงานแฟร์ต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยModified:15/08/2013 13:00:25
-
คุนหมิงครองอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวหนีร้อนของจีน ควบอันดับ 8 ของโลก
นครคุนหมิงครองอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวหน้าร้อนของจีน ประจำปี 2556 จากการจัดอันดับโดย China Institute of City Competitiveness และ Asia Pacific Environmental Protection Association โดยนครคุนหมิงเคยครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับครั้งแรกเมื่อปี 2547 จากนั้นจึงกลับมาครองอันดับ 1 ได้อีกครั้งในปี 2556Modified:14/08/2013 14:16:50
-
แผนกลยุทธ์ด้านเกษตรในระยะ 9 ปีข้างหน้า
แผนกลยุทธ์ด้านเกษตรในระยะ 9 ปีข้างหน้าModified:08/08/2013 13:39:20
-
อาร์เจนตินาออกมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนคนรับใช้
อาร์เจนตินาออกมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนคนรับใช้Modified:08/08/2013 13:39:14
Sorted by relevance | Sort by date
