ค้นหา
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนแรก)
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ระบบการคมนาคมขนส่ง การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม นครเซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางธุรกิจหลักของจีนจัดเป็นหนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาประเทศ จีนวางแผนให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้สานต่อโครงการต่างๆ ตลอดจนออกนโยบายสนับสนุน เพื่อผลักดันส่งเสริมสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
Modified:26/02/2015 11:51:21
-
เมื่อนานาประเทศชูกลยุทธ์ชิงนักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าเงินหนา.. แล้วไทยจะยอมน้อยหน้าหรือ?
เปลี่ยนมุมมองเลิกความคิดทัวร์นักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าบางได้แล้ว เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวจีนคือนักท่องเที่ยวชั้นดี "กระเป๋าหนัก" ที่หลายประเทศกำลังแย่งชิงลูกค้าในฝันกลุ่มนี้
Modified:26/02/2015 11:56:42
-
เรียนรู้แนวทางพัฒนาชุมชนของเซี่ยงไฮ้ ด้วยการใช้ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” สู่พื้นฐานระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบพอเพียง
หลายท่านคงคุ้นตากับภาพวาดพื้นบ้านสไตล์เหมือนกับภาพข้างต้นนี้ ซึ่งมีวางขายอยู่ทั่วไปในร้านค้าของที่ระลึกเกือบทั่วทุกแห่งในจีน และคงคิดว่าน่าจะมีที่มาจากพื้นที่ชนบทของมณฑลใดมณฑลหนึ่งของจีน แต่จะมีกี่ท่านที่รู้ว่า แท้จริงแล้วภาพวาดเหล่านี้มีต้นกำเนิดของความโด่งดังมาจากมหานครที่มีความมั่งคั่งเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงและรุดหน้าไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ----------- “เซี่ยงไฮ้”!!Modified:26/02/2015 11:58:44
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนจบ)
จากบทความตอนแรกที่แนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักการสร้างท่าเรือน้ำลึกหยางซานภายใต้แนวคิด“ท่าเรือและเมืองใหม่” ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1. ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน (Yangshan Deep Water Port) 2. สะพานตงไห่ (Donghai Bridge) และ 3. เมืองใหม่หลินกั่ง (Lingang New City) ในตอนนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดในแต่ละส่วน เพื่อให้ท่านได้รู้จักท่าเรือสำคัญแห่งนี้ ซึ่งรัฐบาลจีนตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างศูนย์กลางการเดินเรือที่นครเซี่ยงไฮ้อย่างแท้จริง
Modified:26/02/2015 11:49:27
-
จีน : ทิศทางการพัฒนาพลังงานทางเลือกกับโอกาสของ “แบตเตอรี่ลิเธียม” (ตอน 1/2)
วิวัฒนาการอันก้าวล้ำของเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงค์ขยายตัวไปตามๆ กัน หนึ่งในอุตสาหกรรมนั้นก็คือ "อุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่"Modified:25/02/2015 18:02:38
-
กว่างซี “ประตูสู่อาเซียนของจีน” ที่แง้มรอผู้ประกอบการไทย : เป้าหมาย ข้อเท็จจริง และโอกาส
กว่างซีประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในการเป็น“ประตูสู่อาเซียนของจีน” (China’s Gateway to ASEAN) หลังจากได้รับการวางตัวมาแล้วเกือบ 10 ปี??? แล้วช่องทางกับโอกาสของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ไหน??? สนใจติดตามชมครับ...Modified:26/02/2015 09:59:29
-
ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์กับบทบาทในการพัฒนาการค้าจีน-อาเซียน: ปัญหาอีกมากยังรอการแก้ไข
หากเอ่ยชื่อ “ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์” คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก เพราะเราจะคุ้นเคยมากกว่ากับชื่อ “ถนน R8 R9 หรือ R12” ที่เชื่อมจากภาคอีสานของไทยกับจีนตอนใต้ โดยผ่านลาวและเวียดนามModified:25/02/2015 17:57:13
-
จีน : ทิศทางการพัฒนาพลังงานทางเลือกกับโอกาสของ “แบตเตอรี่ลิเธียม” (ตอน 2/2)
หลังจากที่ BIC ได้พาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับภาพรวมของแบตเตอรี่ลิเธียมในจีนกันไปในฉบับที่แล้ว ฉบับนี้ เราจะมาดูกันว่า...จีนเค้าวางทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไว้ยังไงครับModified:25/02/2015 18:00:22
-
มุมมองนักวิเคราะห์เฉิงตูต่อการปฎิรูปการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการค้าของจีน
กระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จีนจะเริ่มทดลองเก็บ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT-增值税) แทนภาษีการค้า (营业税) ในภาคการขนส่งและภาคบริการบางประเภท” โดยจะลดอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม “ในภาคขนส่งจาก 17% เหลือ 11% และ ภาคบริการบางสาขาจาก 13% เหลือ 6%” การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 โดยนครเซี่ยงไฮ้จะเป็นเมืองนำร่องใช้มาตรการดังกล่าว หลังจากนั้นจะขยายไปสู่ทั่วประเทศModified:25/02/2015 16:24:38
-
ฐานปล่อยจรวดซีฉางแห่งเสฉวนกับก้าวสำคัญแห่งการพัฒนาองค์กรอวกาศจีน
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2554 จีนได้ส่งดาวเทียมเพื่อสร้างระบบนำร่อง GPS ใช้ชื่อว่า “เป๋ยโต่ว (北斗 หรือ compass)” ซึ่งเป็น “ดวงที่ 8” ไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2554 จีนใช้จรวดลองมาร์ช-3C ส่งดาวเทียมที่ชื่อว่า "เทียนเลี่ยน (天连) 1-02" ขึ้นสู่อวกาศเป็นผลสำเร็จ และล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2554 จีนยังได้ส่งดาวเทียม GPS “เป๋ยโต่ว ดวงที่ 9” ขึ้นสู่อวกาศอีกครั้ง ซึ่งดาวเทียมดวงนี้เป็น 1 ใน 35 ดวงที่จีนส่งขึ้นสู่วงโคจรเพื่อสร้างระบบ GPS สำหรับการกำหนดพิกัดบนพื้นโลกที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีของจีนทั้งหมด โดยดาวเทียมทั้ง 3 ดวงที่ถูกส่งขึ้นไปนั้น ล้วนถูกปล่อยจากฐานปล่อยดาวเทียมซีชางในมณฑลเสฉวนทั้งสิ้นModified:25/02/2015 16:11:01
-
เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง นครฉงชิ่ง แหล่งลงทุนแห่งใหม่ของโลก
“เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง (两江新区)” ก่อตั้งในเดือน มิ.ย 2010 และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาตะวันตกของจีน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2011 การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติว่าด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ค.ศ. 2011-2015) ฉบับที่ 12 ระบุถึงความสำคัญ ยก “เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง” สู่พื้นที่นำร่องเพื่อปฏิรูปและพัฒนานครฉงชิ่ง เพื่อเป็นหัวจักรใหญ่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตกแถบต้นแม่น้ำแยงซีเกียง และเร่งกระจายความเจริญสู่ดินแดนจีนตอนในในอีกทศวรรษนับจากนี้ไปModified:24/02/2015 17:22:58
-
ธุรกิจสมรสในเฉิงตูสดใส ทุกคู่สมรักงานแต่งเฉลี่ยจ่ายสะพัด 70,000 หยวน
การแต่งงานถือเป็นเหตุการณ์ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของชาวจีน หนุ่มสาวกว่าร้อยละ 70 ได้คู่ครองจากการแนะนำของญาติผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้ที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา และหากหนุ่มสาวใดยังไร้คู่ หาคู่ครองที่เหมาะสมมิได้ ถือเป็นเรื่องที่กดดันพ่อแม่อย่างมาก ชายหญิงต่างเร่งที่จะครองเรือนและนิยมแต่งงานกันมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 20-26 ปี ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานเฟื่องฟูมาก ทำให้เมืองใหญ่อย่า่งนครเฉิงตู ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความสะดวกสบายน่าอยู่และเป็นเมืองแห่งการบริโภคจับจ่ายมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีนโดยเฉพาะด้านการจัดงานแต่งงาน
Modified:24/02/2015 10:44:55
-
การประชุมสภา NPC ของมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ประจำปี 2554 (ตอนแรก)
เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา ทั้งมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ได้มีการประชุมสภาประชาชน (NPC) ประจำปี 2554 ขึ้น โดยการประชุมของทั้งสองภูมิภาคใหญ่แห่งตะวันตกของจีนเป็นการแถลงสรุปผลการทำงานของรัฐบาลทั้ง 2 ในรอบปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (ค.ศ. 2006-2010) ฉบับที่ 11 รวมถึงแถลงนโยบายแผนการทำงานในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่จะประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (ค.ศ. 2011-2015 ) ฉบับที่ 12 ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้Modified:24/02/2015 10:52:56
-
ตามสังเกตการณ์รถไฟระหว่างประเทศในยูนนาน
เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศจำนวน 4 สายที่เชื่อมไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ผ่านยูนนาน ได้แก่ เส้นทางรถไฟแพนเอเชีย (Pan-Asian Railway) จีน-เวียดนาม จีน-ลาว จีน-พม่า และจีน-พม่า-อินเดีย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแผนงานโลจิสติกส์ที่มณฑลยูนนานพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระบบเครือข่ายทางรถไฟให้สามารถเดินทางจากจีน-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์Modified:23/02/2015 18:05:13
-
ย้อน 2 ทศวรรษ มณฑลยูนนานกับ GMS เพื่อก้าวไกลไปด้วยกันในทศวรรษที่ 3 (ตอน 1/2)
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion-GMS) ได้ครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งความร่วมมือไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555 และมีการจัดงานฉลองที่สำนักงานใหญ่ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์Modified:23/02/2015 17:22:03
-
ย้อน 2 ทศวรรษ มณฑลยูนนานกับ GMS เพื่อก้าวไกลไปด้วยกันในทศวรรษที่ 3 (ตอน 2/2)
....ตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบของบทความเรื่องนี้ เราจะไปทำความเข้าใจกับแผนการพัฒนาของมณฑลทั้ง 8 ด้าน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนา GMS ฉบับใหม่ (ปี 2012 - 2022) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนหรือทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน ต่อไป....Modified:23/02/2015 17:19:11
-
“30 ปีเขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยเหมิน” ความสำเร็จที่ยังไม่สิ้นสุด
นับตั้งแต่ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2524 พร้อมกับอีก 3 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง (เซินเจิ้น ซ่านโถว จูไห่) จนถึงวันนี้นับรวมได้เป็นระยะเวลา 30 ปีพอดีที่เมืองเซี่ยเหมินของมณฑลฝูเจี้ยนได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเมืองหน้าด่านเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างชาติตามความตั้งใจของท่านอดีตผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิงที่ต้องการจะใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการดำเนินนโยบายปฏิรูปเปิดประเทศ ดังนั้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา เมืองเซี่ยเหมินจึงได้มีการจัดพิธีฉลองความสำเร็จของการพัฒนาเมืองในรอบ 30 ปีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งโอกาสนี้ BIC จะขอพาท่านผู้อ่านย้อนรอยไปติดตามพัฒนาการในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคตของเมืองเซี่ยเหมินModified:23/02/2015 16:48:04
-
ฝูเจี้ยนกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศปี 2553
มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลซึ่งเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่การติดต่อกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกับเกาะไต้หวันของดินเเดนมังกร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 121,400 ตร.กม. ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 23 ของประเทศModified:23/02/2015 16:58:33
-
จีนส่งเสริมการผงาดขึ้นของภาคกลาง ธุรกิจบริการเจอโอกาสแล้ว!
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. รัฐบาลจีนได้นำ “ข้อเสนอคณะนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการส่งเสริมเขตภาคกลางจีนให้ผงาดขึ้น” ออกใช้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลจีนออกนโยบายส่งเสริมการพัฒนาของภาคกลาง หลังจากได้ดำเนินการออก “ข้อเสนอเพื่อส่งเสริมภาคกลางผงาดขึ้น” ครั้งแรกเมื่อปี 2549
Modified:23/02/2015 16:35:38
-
จับกระแสจีน - ไทยล่าสุด “เมื่อจีนทะเลาะกับข้างบ้านไปทั่วและไทยได้เวลาหยิบชิ้นปลามัน”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศไทยเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปัญหาการเมืองเหลือง – แดง มาจนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้วได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ จนเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศรวมถึงประเทศจีนต่างวิตกกังวลและไม่กล้าที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยModified:23/02/2015 16:44:06
Sorted by relevance | Sort by date
