ค้นหา
About 3230 results
-
เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงียบ 1 ได้ทำติดตั้งกังหันน้ำ เครื่องแรกเป็นที่เรียบร้อย
Modified:11/12/2017 15:44:11
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:28
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:29
-
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
1. เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
1.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
1.1.1 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
- โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
1.1.2 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
- เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
- กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
1.1.3 กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
- การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
- การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
1.1.4 Child care service<br />
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
1.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
1.2.1 เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
- เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
- โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
- BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
- โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
- อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
- ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
1.2.2 SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
1.2.3 ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
2. เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
2.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
2.1.1 การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
2.1.2 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
- สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
- โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
2.2. ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
2.2.1 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
2.2.2 กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
3. ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
3.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
3.1.1 สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
3.1.2 สำหรับ SMEs: <br />
- Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
- Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
3.1.3 Digitalization<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.1.4 พลังงานทดแทน<br />
- Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
3.2.1 กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
- รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
3.2.2 กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
- การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
- ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
3.2.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.4 กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.5 กลุ่มเกษตรกรรม<br />
- กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
- กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
Modified:10/12/2017 01:13:20
-
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
1. เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
1.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
1.1.1 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
- โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
1.1.2 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
- เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
- กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
1.1.3 กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
- การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
- การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
1.1.4 Child care service<br />
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
1.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
1.2.1 เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
- เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
- โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
- BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
- โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
- อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
- ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
1.2.2 SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
1.2.3 ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
2. เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
2.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
2.1.1 การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
2.1.2 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
- สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
- โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
2.2. ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
2.2.1 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
2.2.2 กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
3. ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
3.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
3.1.1 สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
3.1.2 สำหรับ SMEs: <br />
- Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
- Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
3.1.3 Digitalization<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.1.4 พลังงานทดแทน<br />
- Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
3.2.1 กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
- รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
3.2.2 กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
- การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
- ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
3.2.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.4 กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.5 กลุ่มเกษตรกรรม<br />
- กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
- กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
Modified:10/12/2017 01:13:20
-
กองประชุมโต๊ะกลมประจำปี 2560 ที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก
Modified:11/12/2017 15:46:27
-
ธุรกิจสงวนสำหรับพลเมืองลาว
<h3>มาดูกันว่าธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับพลเมืองลาวคืออะไร และมีความสำคัญต่อท่านที่จะเข้ามาลงทุนในลาวอย่างไร คลิ๊กเลย!</h3>
Modified:03/11/2017 12:08:21
-
ธุรกิจต้องห้ามใน สปป. ลาว
ก่อนที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนใน สปป. ลาว เรามาทำความเข้าใจกันว่าธุรกิจต้องห้ามใน สปป. ลาว คืออะไร เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการลงทุนของท่านในอนาคต<br />
Modified:03/11/2017 11:26:47
-
รัฐบาลลาวชนะคดีเพิกถอนสัมปทานแหล่งถ่านหินกับบริษัทไทย – ลาว ลิกไนต์
รัฐบาลลาวชนะคดีการเพิกถอนสัมปทานแหล่งถ่านหินกับบริษัท ไทย – ลาว ลิกไนต์Modified:03/11/2017 11:00:39
-
รัฐบาลลาวชนะคดีเพิกถอนสัมปทานแหล่งถ่านหินกับบริษัทไทย – ลาว ลิกไนต์
รัฐบาลลาวชนะคดีการเพิกถอนสัมปทานแหล่งถ่านหินกับบริษัท ไทย – ลาว ลิกไนต์Modified:19/09/2017 09:32:39
-
เปิดตัวเว็ปไซต์ e-commerce อย่างเป็นทางการ
พิธีเปิดตัวเว็ปไซต์ www.plaosme.com จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ที่โรงแรมดอนจั่น พาเลซ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายบุนมี มะนีวง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า เป็นประธานModified:19/09/2017 09:25:35
-
พิธีเปิดการผลิตไฟฟ้า เขื่อนไฟฟ้าเซน้ำน้อย 2 และเซกะตาม 1
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 นายสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าเขื่อนไฟฟ้าเซน้ำน้อย 2 และเซกะตาม 1 ที่บ้านน้ำตวด เมืองปากซ่อง แขวงจำปาสักModified:05/09/2017 14:59:24
-
พิธีเปิดการผลิตไฟฟ้า เขื่อนไฟฟ้าเซน้ำน้อย 2 และเซกะตาม 1
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 นายสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าเขื่อนไฟฟ้าเซน้ำน้อย 2 และเซกะตาม 1 ที่บ้านน้ำตวด เมืองปากซ่อง แขวงจำปาสักModified:05/09/2017 15:00:07
-
แขวงเวียงจันทน์เตรียมสร้างเขื่อนไฟฟ้า 19 แห่ง
นายรุ่งทอง คำลาสี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจพลังงาน แผนกพลังงานและบ่อแร่ แขวงเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแขวงเวียงจันทน์มีการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าModified:10/08/2017 10:13:36
-
Innoprom 2017 “Intelligent Production: Global Approach”
Innoprom 2017 “Intelligent Production: Global Approach”Modified:28/10/2017 00:44:15
-
มาตรการให้สัญชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัสเซีย
มาตรการให้สัญชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัสเซียModified:05/02/2018 23:59:25
-
ประธานสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาสเข้าพบเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย
ด้วยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียได้ให้การต้อนรับนาย Edclides Barbo Siqueira ประธานสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาส พร้อมด้วยนาย Leopoldo Veiga Jardim รองประธานสภาหอการค้าฯ และคณะฯ ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ
ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับประธานสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาสในเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับรัฐโกยาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้า การลงทุนและการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย
ประธานสภาหอการค้าฯ ได้เชิญให้เอกอัครราชทูตฯ เยือนรัฐโกยาสอย่างเป็นทางการ รวมทั้งทาบทามให้สถานเอกอัครราชทูตจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในรัฐโกยาส (Thailand Roadshow in Goiás) พร้อมทั้งจัดกิจกรรมงานเลี้ยงอาหารไทยในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ จะพิจารณาให้ความร่วมมือกับรัฐโกยาสรวมทั้งจะถือโอกาสสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยที่ส่งออกเครื่องดื่มเบียร์สิงห์และเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวไปยังบราซิลแล้วได้มีโอกาสขยายตลาดในรัฐโกยาส ตามแนวทางการส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวไทย และการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกModified:15/08/2017 23:06:22
-
รัฐบาล สปป. ลาว ส่งสัญญาณให้สปป.ลาวเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประจำเดือนมิถุนายนเห็นชอบให้รัฐวิสาหกิจจำนวน 180 แห่ง ต้องเร่งปรับปรุงการดำเนินงาน โดยการหาผู้ร่วมพัฒนาจากภายในและต่างประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งModified:04/07/2017 18:12:21
Sorted by relevance | Sort by date
