ค้นหา
About 699 results
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
สินค้าเกษตร สินค้าส่งออกหลักของ สปป. ลาว
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ที่ผ่านมา สปป. ลาว <br />
ขาดดุลการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน หากพิจารณาจากตัวเลขข้อมูล 3 เดือนล่าสุดพบว่า ในเดือน ส.ค. 2565 มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 1,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 593 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ย. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในเดือน ต.ค. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,074 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 652 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุล การค้า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของสำคัญของ สปป.ลาว คือ แร่ธาตุ และสินค้าเกษตร อาทิ ทองคำผสมและทองคำแท่ง แร่ทอง แร่เหล็ก ยางพารา กล้วย ปุ๋ยน้ำตาล โคและกระบือ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า โดยประเทศเป้าหมายของสินค้าส่งออกของ สปป. ลาว ได้แก่ จีน เวียดนาม ไทย ออสเตรเลีย ฮ่องกง ฯลฯ<br />
Modified:29/12/2022 08:53:50
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พลังงานสะอาด กับโอกาสการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
ท่ามกลางวิกฤติการณ์ขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของอาเซียน ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทั่วโลก สปป. ลาว จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม และขนส่ง เช่น การนำใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ให้มากขึ้นเพื่อ<br />
ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันการนำใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศให้เกิดประโยชน์ และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ<br />
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ<br />
มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โดยการศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง<br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าแล้ว 90 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป จำนวน 77 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8 แห่ง ไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 4 แห่ง และไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินจำนวน 1 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,956 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 72 ที่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งออกจำหน่ายไปต่างประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา<br />
ที่ผ่านมา สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะไทย <br />
ซึ่งได้ลงนาม MOU ขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานจาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยในการขยายการผลิต และตอบสนองนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานของไทย ที่ต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต <br />
สิงคโปร์ได้ลงนามขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจาก สปป.ลาว โดยจะจัดส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งข้ามประเทศ เบื้องต้นรัฐบาล สปป. ลาวจะส่งไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อปี 2557 สปป. ลาว ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “โครงการร่วมส่งพลังงาน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” หรือ Lao PDR, Thailand, Malaysia and Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP ขึ้น โดยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโครงการส่งกระแสไฟฟ้าแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ที่มีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ทั่วถึงภายในอาเซียน โดย สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากและประสงค์จะจำหน่ายไฟฟ้าเหล่านี้ให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยประกาศตัวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียและความร่วมมือของ 4 ประเทศนี้จะทำให้อาเซียนตอนบนมีโครงข่ายไฟฟ้าที่เข้มแข็ง <br />
เมื่อเดือน ก.ย. 2559 สปป. ลาว ไทย และมาเลเซีย ได้ลงนามจำหน่ายไฟฟ้าร่วมกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Laos: EDL) การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และบริษัท Tanaka Electric National มาเลเซีย นอกจากนี้ สปป. ลาวยังร่วมมือกับจีน ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าแบบระบบสู่ระบบ (Grid to Grid) โดยบริษัท China Southern Power Grid หรือ CSG และ EDL ลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 เพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำส่วนเกินใน สปป. ลาวช่วงฤดูฝน <br />
Modified:02/09/2022 09:01:33
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
ยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าของ สปป. ลาว
ยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าของ สปป.ลาว ปี 2564-2573 ได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ประกอบด้วยนโยบาย 10 ประการ ได้แก่ นโยบายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง<br />
และก๊าซ ถ่านหิน พลังงานทดแทน การพัฒนาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า การพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้า การพัฒนาระบบจำหน่ายไฟฟ้า ความมั่นคงด้านพลังงาน การพัฒนาตลาดพลังงาน ราคาไฟฟ้า และการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน <br />
Modified:02/03/2022 14:22:27
-
อัตราเงินเฟ้อ สปป. ลาวในเดือน ธ.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว <br />
ในเดือน ธ.ค. 2564 อยู่ที่ร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบปี <br />
2564 โดยปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นมาจากหมวดคมนาคมและขนส่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.7 <br />
หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 หมวดการรักษาสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 หมวดสินค้า<br />
และบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 อย่างไรก็ตาม หมวดการศึกษาลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 0.4 <br />
Modified:19/11/2024 11:19:26
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาว เดือน พ.ย. 2564
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน พ.ย. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 521 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาว ขาดดุลการค้าประมาณ 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่า การนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้าModified:17/01/2022 09:36:23
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาวในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว รายงานว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาว<br />
มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 10,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกประมาณ <br />
4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าประมาณ 5,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาวขาดดุลการค้าประมาณ 336 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้า<br />
Modified:28/12/2021 10:07:36
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2564 <br />
อยู่ที่ร้อยละ 4.72 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2563 เป็นต้นมา ปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค. 2564 เพิ่มสูงขึ้นมาจากราคาทองคำและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นร้อยละ 35.49 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าที่จำหน่ายภายในประเทศ <br />
Modified:21/12/2021 11:35:06
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาว เดือน ต.ค. 2564
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม <br />
และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน ต.ค. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ <br />
819 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย มูลค่าการส่งออกประมาณ 387 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 432 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาว ขาดดุลการค้าประมาณ 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่า<br />
การนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้า <br />
Modified:21/12/2021 11:03:01
-
รัฐบาล สปป. ลาวคาดเศรษฐกิจลาวปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 3
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 <br />
ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ <br />
สปป. ลาว โดยเฉพาะปัญหาด้านการคลัง การเงิน หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในพืช<br />
และสัตว์ตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายและแรงกดดันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2564<br />
Modified:21/12/2021 10:08:34
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวกำหนดนโยบายสินเชื่อส่งเสริมการผลิตและลดผลกระทบจากโควิด 19 และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว รายงานผลการดำเนินแผนการเงิน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสมาชิก<br />
สภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การดำเนินแผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 มีความท้าทายหลายด้านทั้งภายใน<br />
และภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินหลักและราคาทองคำ น้ำมันดิบ และอาหาร<br />
ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ชำระคืนให้แก่ต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ในขณะที่แหล่งรายได้ของ สปป. ลาวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวได้ดุลการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังขาดดุลบริการและดุลรายได้ปฐมภูมิกับต่างประเทศ ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลออกสุทธิ (กระแสเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าไหลเข้าประเทศ) ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน <br />
Modified:21/12/2021 10:03:41
-
รัฐบาล สปป. ลาวออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกมติว่าด้วยการรับรองและการประกาศใช้นโยบาย การใช้รถไฟฟ้าใน สปป. ลาว เพื่อดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ยานพาหนะและการก่อมลพิษจากรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่ง สปป. ลาวมีศักยภาพในการผลิต โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้รถไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 1 ของผู้ใช้ยานพาหนะภายใน ปี 2568 และร้อยละ 30 ภายในปี 2573 มติดังกล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้Modified:29/10/2021 09:26:44
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาว เดือน ก.ย. 2564
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน ก.ย. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 777 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 447 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาวได้ดุลการค้าประมาณ 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่า การนำเข้า และส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้าModified:29/10/2021 09:15:20
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวออกคำสั่งเพิ่มทวีการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มทวี การคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ให้กระทรวง องค์การรัฐเทียบเท่ากระทรวง คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารงบประมาณ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ และขอบเขตของตนในการปฏิบัติตามกฎหมายและนิติกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหล ของรายได้ของรัฐ ยุติ หรือยกเลิกนิติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ในการคุ้มครองรายได้ของรัฐบาลModified:29/10/2021 08:48:41
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.66 หมวดคมนาคมและการขนส่งเพิ่มขึ้น<br />
ร้อยละ 6.64 หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้น 5.59 หมวดสุราและบุหรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.58 และหมวดเครื่องใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 <br />
Modified:18/10/2021 10:42:27
-
สปป. ลาวเร่งปฏิรูประบบจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 นายพูทะนูเพ็ด ไซสมบัด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้รายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความคุ้มครองและการป้องกันการรั่วไหลของรายรับงบประมาณแห่งรัฐต่อที่ประชุมเผยแพร่เอกสารวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง ดังนี้Modified:17/09/2021 16:29:16
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาว เดือน ส.ค. 2564
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน ส.ค. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 428 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 452 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาวขาดดุลการค้าประมาณ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้า และส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้าModified:17/09/2021 16:26:39
-
AIDC จะลงทุนสร้างโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่แขวงจำปาสัก
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ดร. วิไลวง บุดดาคำ เจ้าแขวงจำปาสัก นายเพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว นายพึดสะพา พูมมะสัก ประธานบริษัท AIDC การค้า จำกัดผู้เดียว และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการด้านเกษตรกรรมของ AIDCModified:17/09/2021 16:22:54
Sorted by relevance | Sort by date
